ผลของโปรแกรมการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงในชุมชน
คำสำคัญ:
ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง , โปรแกรมการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแล , ระบบการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบ 2 กลุ่ม วัดผลก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้ ความมั่นใจ พฤติกรรมการดูแลผู้ป่วยติดเตียงของผู้ดูแล และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยติดเตียง ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียง จำนวน 70 คน สุ่มแบบง่าย แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 35 คน เครื่องมือวิจัย ประกอบด้วย 1) โปรแกรมการพยาบาลสนับสนุนและการให้ความรู้แก่ผู้ดูแล ระยะเวลา 8 สัปดาห์ และ 2) เครื่องมือเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินความรู้ ความมั่นใจ พฤติกรรมการดูแล และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.82, 0.83, 0.84 และ 0.92 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Chi-square test หรือ Fisher’s exact test, paired t-test และ independent t-test
ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยด้านความรู้ ความมั่นใจ พฤติกรรมการดูแล และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยติดเตียงสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001, p < .05, p < .001 และ p < .001 ตามลำดับ) และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มพบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยด้านความรู้ พฤติกรรมการดูแล และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .05, p < .05 และ p < .001) อย่างไรก็ตามคะแนนความมั่นใจในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงไม่แตกต่างกันระหว่างกลุ่ม (p = .490) ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า โปรแกรมการพยาบาลสนับสนุนและการให้ความรู้สามารถพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลให้มีความรู้และพฤติกรรมการดูแลที่เหมาะสม ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยติดเตียงดีขึ้น จึงควรส่งเสริมการนำโปรแกรมดังกล่าวไปใช้ในบริบทการดูแลระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2565). สังคมผู้สูงอายุใน ปัจจุบันและเศรษฐกิจในประเทศไทย. สืบค้น 10 มีนาคม 2568, จากhttps://www.dop.go.th/th/statistics_page?cat=12&id=2521
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2566). สถิติผู้อายุไทย ปี 2565. https://www.dop.go.th/th/know/side/1/1/1962
ขนิษฐา ก่อสัมพันธ์กุล. (2562). ประสิทธิผลโปรแกรมพัฒนาทักษะผู้ดูแลในการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิง เขตอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน, 2(2), 26–37.
จรัญญา วงษ์พรหม, คีรีบูน จงวุฒิเวศย์, นวลฉวี ประเสริฐสุข, และนิรันดร์ จงวุฒิเวศย์. (2558). การมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 8(3), 41-54.
จุฬาวรี ชัยวงค์นาคพันธ์, ศิริกาญจน์ จินาวิน, และวราภรณ์ ยศทวี. (2560). ผลของการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ ต่อความเครียดและความสามารถของผู้ดูแลผู้ป่วยที่มีปัญหาในระบบประสาท. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 4(3), 203–217.
ณัฐพร มีสุข, วรัญญ์ศิชา ทรัพย์ประเสริฐ, เจนจิรา ทองทับทิม, ดวงลดา บุญประเสริฐ, ธนัญญา ขวัญเมือง, บุพชาติ แสงทอง, ภูมิภาส กัณฑรักษ์, สรัญญา หอมสกุล, และประวิตร ตันแก้ว. (2565). ผลของโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะผู้ดูแลผู้สูงอายุติดเตียง ตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี.วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 14(2), 92-106.
ดวงใจ สนิท, อาภาวรรณ หนูคง, ทัศนี ประสบกิตติคุณ, และอรุณรัตน์ ศรีจันทรนิตย์. (2558). ผลของโปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลของผู้ดูแลเด็กสมองพิการ. วารสารเกื้อการุณย์, 22(1), 60–81.
ดุษฎี ไตรยวงศ์. (2562). ผลของโปรแกรมการพยาบาลแบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อความสามารถในการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่บ้านของผู้ดูแล. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล.
ทิพวรรณ เทียมแสน, ปรียาภรณ์ วรรคตอน, และวรรณี นันไชย. (2567). ผลของการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้ต่อความสามารถในการดูแลตนเองและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับเคมีบำบัด. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 11(1), e266875.
เบญจมาศ ทำเจริญตระกูล, และอติพร สำราญบัว. (2567). การพัฒนารูปแบบการป้องกันปอดอักเสบในผู้สูงอายุติดเตียง ในจังหวัดนครราชสีมา. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล, 30(2), 75-96.
รณิดา สารวรางค์กูร, ทีปทัศน์ ชินตาปัญญากุล, และเกสรี เลิศประไพ. (2566). ผลของโปรแกรมการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้สำหรับผู้ดูแลผ่านแอปพลิเคชันไลน์ต่อความสามารถของผู้ดูแลและความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่บ้าน. วารสารพยาบาลตำรวจ, 15(1), 87-100.
วิมลวัลย์ วโรฬาร, ดวงใจ ลิมตโสภณ, ศรีสุดา สมัดชัย, และพัชรณัฎฐ์ ฤทธิรณกันต์. (2568). ผลของการพยาบาลระบบสนับสนุนและให้ความรู้แก่ผู้ดูแลต่อความรู้และความสามารถในการดูแลเด็กที่มีภาวะไข้. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก, 36(1), 97-110.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เขตสุขภาพที่ 9. (2567). รายงานมาตรฐานสุขภาพ. ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC). https://hdc.moph.go.th/nma/public/standard-report-detail/09cffb7e4661c662416772d2b0a291df
สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล, วิระวรรณ ตันติพิวัฒนสกุล, วนิดา พุ่มไพศาลชัย, กรองจิตต์ วงศ์สุวรรณ, และราณี พรมานะรังกุล. (2545). เครื่องมือชี้วัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกชุดย่อ ฉบับภาษาไทย (WHOQOL-BREF-THAI). https://dmh.go.th/test/whoqol/
Corry, M., While, A., Neenan, K., & Smith, V. (2015). A systematic review of systematic reviews on interventions for caregivers of people with chronic conditions. Journal of Advanced Nursing, 71(4), 718–733. https://doi.org/10.1111/jan.12523
Department of Health. (2020). Manual of guideline for care manager curriculum. Sanjan Publishing Co. Ltd.
Glass, G. V. (1996). Statistical methods in education and psychology [Review of the book Statistical methods in education and psychology, by G. V. Glass]. PsycCRITIQUES, 41(12), 1224. https://doi.org/10.1037/004514
International Health Policy Program, Thailand. (2015). Report on the burden of diseases and injuries of the Thai population 2013. International Health Policy Program, Thailand.
Kelly, M., Sahm, L., McCarthy, S., O'Sullivan, R., Mc Gillicuddy, A., & Shiely, F. (2019). Randomised controlled trial of an intervention to improve parental knowledge and management practices of fever. BMC Pediatrics, 19(1), 447. https://doi.org/10.1186/s12887-019-1808-9
Orem, D. E. (1991). Nursing: Concepts of practice (4th ed.). Mosby Year Book.
Orem, D. E., Taylor, S. G., & Renpenning, K. M. (2001). Nursing: Concepts of practice (6th ed.). Mosby.
Polit, D. F., & Hungler, B. P. (1999). Nursing research: Principles and methods (6th ed.). Lippincott.
Siabani, S., Leeder, S. R., & Davidson, P. M. (2013). Barriers and facilitators to self-care in chronic heart failure: A meta-synthesis of qualitative studies. SpringerPlus, 2, 320. https://doi.org/10.1186/2193-1801-2-320
Sullivan, E. J., & Decker, P. J. (2005). Effective leadership & management in nursing (6th ed.). Pearson/Prentice Hall.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ก่อนเท่านั้น



