การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพไตในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงในเขตรับผิดชอบโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านนาป่าแซง อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ
คำสำคัญ:
รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพไต, โรคไตเรื้อรัง , พฤติกรรมสุขภาพ , ค่าอัตราการกรองไตบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของรูปแบบการส่งเสริมสุขภาพไตในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงต่อความรู้เกี่ยวกับโรคไตเรื้อรัง การรับรู้สัญญาณเตือนโรคไตเรื้อรัง พฤติกรรมสุขภาพ ระดับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตเรื้อรัง และค่าอัตราการกรองของไต วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ การศึกษาสภาพปัญหา การพัฒนารูปแบบ การประเมินผล และการสรุปผลส่งต่อนวัตกรรม กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 34 คน โดยคัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับโรคไตเรื้อรัง การรับรู้สัญญาณเตือนโรคไตเรื้อรัง และพฤติกรรมสุขภาพ ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.78, 0.85 และ 0.92 ตามลำดับ ร่วมกับแบบบันทึกข้อมูลทางคลินิก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยก่อนและหลังการดำเนินการวิจัยด้วยสถิติ paired sample t-test โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
ผลการศึกษาพบว่า รูปแบบการส่งเสริมสุขภาพไตที่พัฒนาขึ้นภายใต้โมเดล “เติม เสริม เพิ่ม” ประกอบด้วย 1) การเติมความรู้ผ่านคู่มือการป้องกันโรคไตเรื้อรังและสื่อโปสเตอร์ครบสูตรดูแลไต 2) การเสริมทักษะการดูแลตัวเองด้วยกิจกรรมออกกำลังกายด้วยยางยืด และ 3) การเพิ่มความยั่งยืนด้วยการพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขเชี่ยวชาญด้านสุขภาพไต ภายหลังการดำเนินงานพบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความรู้เกี่ยวกับโรคไตเรื้อรัง การรับรู้สัญญาณเตือนโรคไตเรื้อรัง และพฤติกรรมสุขภาพสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) นอกจากนี้ระดับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตเรื้อรังลดลง และค่าอัตราการกรองของไตมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) ข้อเสนอแนะ รูปแบบที่พัฒนาขึ้นสามารถส่งเสริมความรู้ การรับรู้สัญญาณเตือน และพฤติกรรมสุขภาพในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคไตเรื้อรังในระยะยาว
เอกสารอ้างอิง
กนก เจริญพันธ์. (2566). การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 4. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 17(2), 543-558.
จันทร์เพ็ญ ประโยงค์, กชกร พุทธา, และวินัย กล่อมแก้ว. (2563). การพัฒนารูปแบบการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคไตเรื้อรังอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 29(6), 1035-1043.
ชัญญาน์ภัช สิทธิ, และอรอนงค์ สมนันท์. (2567). ผลของโปรแกรมส่งเสริมพฤติกรรมชะลอไตเสื่อมด้วยแนวคิดการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงในผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตที่ควบคุมไม่ได้ของโรงพยาบาลบ้านหมอจังหวัดสระบุรี. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระบุรี. https://sro.moph.go.th/file/051120241009071_24case%20study%20(ชัญญาน์ภัช%20สิทธิ)%204-9-67.pdf
ธนพร วรรณกูล, ชลิดา โสภิตภักดีพงษ์, และวิริยา สุขวงศ์. (2555). ประสิทธิผลของโปรแกรมสุขภาพศึกษาโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการดูแลตนเองในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 26(3), 106-118.
นุชพร ดุมใหม่, ปณิชา พลพินิจ, สายฝน ม่วงคุ้ม, และเขมารดี มาสิงบุญ. (2565). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมชะลอความเสื่อมของไตในผู้ที่มีภาวะไตเรื้อรังระยะที่ 1–3. ไทยเภสัชศาสตร์และวิทยาการสุขภาพ, 17(4), 378-386.
ปริศนา อัครธนพล, ธนกร อ่วมอ้อ, กมลทิพย์ ขลังธรรมเนียม, พรทิพย์ ลิ้มธีระยศ, กนกอร พิเดช, รัชดา พ่วงประสงค์, ชัชฎาพร พุทธเสน, นพนัฐ จำปาเทศ, ศิริวรรณ ตุรงค์เรือง, และจริยาวัตร คมพยัคฆ์. (2564). ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่ รพ.สต. หนองปรือ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ สสอท., 3(2), 37-52.
ปวาสินี สุขเจริญ. (2566). ผลของการให้ความรู้เพื่อชะลอการเสื่อมของไต ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะที่ 3 โรงพยาบาลเกาะสมุย. โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี.
https://srth.moph.go.th/research/file/20240519194731-77_2567%20ปวาสินี%20สุขเจริญ.pdf
ปัฐยาวัชร ปรากฏผล, อุทัยทิพย์ จันทร์เพ็ญ, และกนกพร แก้วโยธา. (2564). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการจัดการตนเองและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลเมือง. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล, 27(1), 151-165.
พริมประภา คงแก้ว, และพัชรมน สุพรรณกุล. (2562). พฤติกรรมเสี่ยงของโรคไตเรื้อรัง: มุมมองของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง. Thai Journal of Public Health, 49(3), 313–324.
พิศมัย ใจถาวร. (2562). ผลโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง อำเภอท่าสองยาง. ประชุมวิชาการสาธารณสุขเขตสุขภาพที่ 2 ประจำปี 2562. ระบบงานวิชาการเขตสุขภาพที่ 2 พิษณุโลก. https://hpc2appcenter.anamai.moph.go.th/academic/web/files/2566/r2r/MA2566-004-02-0000000190-0000001205.pdf
เพียงดาว จุลบาท, และนงณภัทร รุ่งเนย. (2567). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการจัดการตนเองเพื่อชะลอไตเสื่อมของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3-4 ในโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี, 7(1), 95-112.
เพ็ญโพยม สาคร, และปชาณัฏ นันไทยทวีกุล. (2564). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนร่วมกับการออกกำลังกายแบบแรงต้านต่อภาวะการทำหน้าที่ในผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 37(1), 168-179.
มัณฑริกา แพงบุดดี, และวิลาวัณย์ ชมนิรัตน์. (2564). การพัฒนาแนวทางการดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเพื่อป้องกันโรคไตเรื้อรังในชุมชน ตำบลหนองแดง อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 14(2), 179-191.
มหาวิทยาลัยมหิดล, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. (2560). Thai CKD Risk Score: แบบประเมินความเสี่ยงโรคไตในระยะ 10 ปีข้างหน้า. https://www.rama.mahidol.ac.th/cardio_vascular_risk/Thai_CKD_risk_score/Thai_CKD_risk_score.html
มาโนช เตชะโชควิวัฒน์. (2568). ความดัน เบาหวาน ตัวการโรคไตเรื้อรัง. โรงพยาบาลกรุงเทพ. https://www.bangkokhospital.com/th/bangkok/content/hypertension-diabetes-chronic-kidney-disease
รายงานข้อมูลผู้ป่วยไต. (2568). ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) กระทรวงสาธารณสุข. https://hdc.moph.go.th/acr/public/standard-report-detail/d843f25a088253c22344d771113cf409
ลักขนา ชอบเสียง, สมฤทัย ซอนภา, สรินยา สมชัย, สาริน เลิศแสนสิน, สิริยาภรณ์ ภูอวด, สุดารัตน์ ศิริบูรณ์, สุนิษา บุญสาร, สุภาพร มีแก้ว, และสุวนันท์ บุญศรี. (2562). พฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไตเสื่อมของบุคลากรวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 3(2), 72-87.
วันวิสาข์ สนใจ. (2564) ผลของการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมสุขภาพและสมรรถภาพไตของผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีภาวะไตเสียหน้าที่ระยะที่ 3. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 15(3), 120-132.
วิมลพล พูลศิริ. (2560). อัตราการกรองไตในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หลังใช้การควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อไตเรื้อรังด้วยตนเอง โรงพยาบาลประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลอุดรธานี, 25(3), 316-326.
สมคิด สุภาพันธ์. (2562). การพัฒนารูปแบบการชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงด้วยการจัดการรายกรณี โรงพยาบาลภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 28(5), 857-866.
อนันท์ เรืองบุญ, พีรวิชญ์ พาดี, จารุวรรณ ประดิษฐพงษ์, เยาวลักษณ์ เรียงอิศราง, และอำภา คนซื่อ. (2562). รูปแบบการส่งเสริมและฟื้นฟูสภาพอัตราการกรองของไตในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 28 (ฉบับเพิ่มเติม 2), S122-S129.
อรวรรณ อยู่สุวรรณ, นภาเพ็ญ จันทขัมมา, และมุกดา หนุ่ยศรี. (2566). การพัฒนารูปแบบการป้องกันโรคไตเรื้อรังในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มีภาวะเสี่ยงในชุมชนชนบท ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 39(1), 219-229.
Kanfer, F. H., & Gaelick-Buys, L. (1991). Self-management methods. In F. H. Kanfer & A. Goldstein (Eds.), Helping people change: A textbook of methods (pp.305-360). Pergamon Press.
Kovesdy, C. P. (2022). Epidemiology of chronic kidney disease: An update 2022. Kidney International Supplements.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 ราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากราชาวดีสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ ก่อนเท่านั้น



