ความชุกของปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด ของผู้ที่มีความดันโลหิตสูงในสถานบริการปฐมภูมิ จังหวัดนครศรีธรรมราช

Prevalence of Risk Factors for Cardiovascular Disease among Hypertensive Patients in Primary Care Unit in Nakhon Si Thammarat

ผู้แต่ง

  • อุไรวรรณ พานทอง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไม้แดง
  • อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

คำสำคัญ:

ความชุก, ปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด ค, ความดันโลหิตสูง, การศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงบรรยาย  เพื่อศึกษาความชุกของปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ในผู้ที่มีความดันโลหิตสูงจำนวน 302 ราย ที่มารับการรักษาในโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งหนึ่ง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช  โดยเก็บข้อมูลจากเวชระเบียนย้อนหลัง 1 ปี วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ chi-square test และคำนวณค่า crude odd ratio ที่ระดับช่วงความเชื่อมั่น 95% ผลการวิจัยพบว่า ความชุกของปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยแยก ตามเพศ และการคำนวณอิทธิพลตามการถ่วงน้ำหนักของ Global Risk Assessment Scoring พบว่า ปัจจัยเสี่ยงมีความชุกแตกต่างกันระหว่างสองเพศ โดยเพศหญิง พบปัจจัยที่มีความชุกสูงคือการป่วยเป็นโรคเบาหวาน และระดับคอเลสเตอรอลสูง ส่วนในเพศชาย คือระดับความดันโลหิตซิสทอลิก และการสูบบุหรี่ กลุ่มตัวอย่างมีระดับความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด   อยู่ในระดับสูงร้อยละ 42.0 ระดับปานกลาง ร้อยละ 52.0 ระดับต่ำร้อยละ6.0 เมื่อแยกระดับความเสี่ยงออกเป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มเสี่ยงต่ำถึงเสี่ยงปานกลาง และกลุ่มเสี่ยงสูง พิจารณาแยกตามเพศพบว่า ระดับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพศชายมีระดับเสี่ยงสูงถึงร้อยละ 81.1 ส่วนเพศหญิงมีระดับเสี่ยงสูงร้อยละ 25.5 ปัจจัยเสี่ยงหลักที่มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในเพศชายคือ ปัจจัยด้านอายุและการสูบบุหรี่ โดยเพศชายอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโอกาสอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงเป็น 7.6 เท่าของกลุ่มอายุน้อยกว่า และผู้ที่สูบบุหรี่ มีโอกาสอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง 5 เท่าของผู้ไม่สูบบุหรี่ ส่วนในเพศหญิงปัจจัยเสี่ยงหลัก ที่มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือการป่วยเป็นโรคเบาหวาน โดยเพศหญิงที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน จะมีโอกาสอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง 4.4 เท่าของผู้ไม่เป็นโรค ส่วนปัจจัยเสี่ยงร่วมพบว่า เพศหญิงที่มีไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงเกิน                 150 มก./ดล จะมีโอกาสอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงเป็น 2 เท่าของผู้ที่มีระดับไขมันปกติ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า ความชุกของปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด มีความแตกต่างกันระหว่างเพศชายและเพศหญิง ดังนั้นการวางแผนกิจกรรมการป้องกันโรค ควรมีความเฉพาะเจาะจงตามความชุกของปัจจัยเสี่ยงแยกตามเพศ

Downloads

Download data is not yet available.

References

REFERENCES
1. Benjamin EJ, Blaha MJ, Chiuve SE, Cushman M, Das SR, Deo R, et al. Heart disease and
stroke statistics—2017 update: a report from the American Heart
Association.Circulation. 2017; 135:e146–603.
2. International Health Policy Program-Thailand: The study of burden of diseases in
Thai population in 2014. Nontabury: The Graphico systems co.,ltd.; 2017. (in Thai)
3. D'Agostino R, Pencina M, Massaro J, Coady S. Cardiovascular Disease Risk Assessment:
Insights from Framingham. Global Heart. 2013;8(1):11-23.
4. Alberti KG, Eckel RH, Grundy SM et al. Harmonizing the metabolic syndrome: a joint interim statement of the International Diabetes Federation Task Force on Epidemiology and Prevention; National Heart, Lung and Blood Institute; American Heart Association; World Heart Federation; International Atherosclerosis Society; and International Association for the Study of Obesity. Circulation. 2009; 120: 1640–1645.
5.Karmali KN, Lloyd-Jones DM. Global Risk Assessment to Guide Blood Pressure Management in Cardiovascular Disease Prevention. Hypertension. 2017;69(3): e2–e9.
6. Goff DC, Lloyd-Jones DM, Bennett G, et al. 2013 ACC/AHA Guideline on the assessment of cardiovascular risk: A report of the American College of cardiology/American heart association task force on practice guidelines. J Am Coll Cardiology.2014; 63: 2935-59.
7.Alshehri AM. Metabolic syndrome and cardiovascular risk. J Family Community Med.2010;17(2):73–78.
8. Bitton A, Gaziano TA. The Framingham Heart Study's impact on global risk assessment.
Prog Cardiovasc Dis. 2010;53(1):68–78.
9. Yip W, Wong TY, Jonas JB, et al. Prevalence, awareness, and control of hypertension among Asian Indians living in urban Singapore and rural India. J Hypertens 2013;31:1539–46.
10.Liew SJ, Lee JT, Tan CS, et al. Sociodemographic factors in relation to hypertension prevalence, awareness, treatment and control in a multiethnic Asian population: a crosssectional study. BMJ .2019; 9:e025869.
11. Wu J, Li T, Song X, et al. Prevalence and distribution of hypertension and related risk factors in Jilin Province, China 2015: a cross-sectional study. BMJ Open. 2018;8(3): e020126.
12. Weycker D, Nichols G, Okeefferosetti M, Edelsberg J, Khan Z, Kaura S, et al. Risk-Factor
Clustering and Cardiovascular Disease Risk in Hypertensive Patients. American Journal
of Hypertension. 2007;20(6):599-607.
13. Keto J, Ventola H, Jokelainen J, et al. Cardiovascular disease risk factors in relation to smoking behaviour and history: a population-based cohort study. Open Heart. 2016;3(2): e000358.
14. Ukena, C., Mahfoud, F., Kindermann, M., Graber, S., Kindermann, I., Schneider, M.,… Bohm, M. Smoking is associated with a high prevalence of microalbuminuria in hypertensive high-risk patients: Data from I-SEARCH. Clinical Research in Cardiology.2010; 99(12): 825-832.
15. The IDF consensus worldwide definition of the metabolic syndrome. International Diabetes Federation 2005; Brussels: Belgium.
16. Sallam T, Watson KE. Predictors of cardiovascular risk in women. Womens Health (Lond). 2013;9(5):491-8.

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2019-10-15

ฉบับ

บท

Research Articles; บทความวิจัย