วารสารการพยาบาลและการศึกษา https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JNAE <p>วารสารวิชาการของสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุขเป็นวารสารในกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์<br />และเทคโนโลยี ที่อยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีอ้างอิงวารสารไทย<br />(Thai Journal Citation Index Center: TCI Center) มีวัตถุประสงค์เพื่อ</p> <p class="body1">1. เผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ ด้านการพยาบาล การผดุงครรภ์ การศึกษาพยาบาล และสุขภาพ</p> <p class="body1">2.เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการของพยาบาล อาจารย์พยาบาลและบุคลากรทางสุขภาพ</p> <p class="body1">3. เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและองค์กรทางสุขภาพทั่ประเทศ<br />กำหนดการออกวารสาร</p> <p class="body1"><strong>วารสารการพยาบาลและการศึกษา เป็นวารสารราย 3 เดือน กำหนดออกปีละ 4 ฉบับ ดังนี้</strong></p> <p class="body1"> ฉบับที่ 1 เดือน มกราคม - มีนาคม<br /> ฉบับที่ 2 เดือน เมษายน - มิถุนายน<br /> ฉบับที่ 3 เดือน กรกฎาคม - กันยายน<br /> ฉบับที่ 4 เดือน ตุลาคม - ธันวาคม</p> th-TH kittiporn@bcnsk.ac.th (ผศ.ดร.กิตติพร เนาว์สุวรรณ) nursing2551@gmail.com (ผศ.ดร.บุญประจักษ์ จันทร์วิน) Sun, 19 Apr 2026 12:41:31 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ประสิทธิผลการดูแลผู้ป่วยกรณีการให้บริการรักษาไม่เร่งด่วนและเร่งด่วนสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจังหวัดเพชรบุรี https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JNAE/article/view/282212 <p>การวิจัยแบบย้อนหลังนี้เพื่อศึกษาสถานการณ์และประสิทธิผลการดูแลผู้ป่วยกรณีการให้บริการรักษาเร่งด่วน สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Stroke fast track: SFT) โดยใช้ข้อมูลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคสมองขาดเลือด ที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี ปี 2562 – 2566 ฐานข้อมูล HosXP ภายใต้กองทุนค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขบริการเฉพาะกรณีโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน (Stroke Fast Track) จาก 3 กองทุน ประกอบด้วยกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนประกันสังคม และกองทุนสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยใช้แบบบันทึกข้อมูลการเข้ารับบริการ การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติเชิงพรรณนา ระดับ<br />ความรุนแรงของผู้ป่วยโรคสมองตายเพราะขาดเลือดโดยการตรวจทางระบบประสาทด้วย National Institute of Health Stroke Scale (NIHSS) และการวิเคราะห์อัตราการรอดชีพผู้ป่วยหลังจากวันวินิจฉัยเป็นระยะเวลา 6 เดือน ด้วย Kaplan-meier ผลการศึกษาพบว่า</p> <p>ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองปีงบประมาณ 2562 - 2566 มีจำนวนผู้ป่วย 6,410 ราย พบในเพศชายมากกว่าหญิงและมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นในทั้งสองเพศระดับความรุนแรงของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันในกลุ่มที่ไม่ได้รับยา rt-PA ส่วนใหญ่มีอาการต่ำถึงปานกลางร้อยละ 90 และในกลุ่มที่ได้รับยา rt-PA พบผู้ป่วยมีระดับปานกลางทั้งหมด ความครอบคลุมอย่างมีประสิทธิผลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเข้าสู่ระบบ SFT ร้อยละ 43.49 ผู้ป่วยกลุ่มเนื้อสมองตายเพราะขาดเลือดเข้าสู่ระบบ SFT ร้อยละ 68.66 ได้รับยาละลายลิ่มเลือด (rt-PA) ร้อยละ 23.91 อัตราการรอดชีพของผู้ที่ได้รับยา rt-PA ร้อยละ 93.56 โรคหลอดเลือดสมองที่มีภาวะการแตกของหลอดเลือด (ICD10: I60.0-I62.9) มีอัตราการรอดชีพผู้ป่วยหลังจากวันวินิจฉัยเป็นระยะเวลา 6 เดือน ต่ำที่สุด และรองลงมาโรคหลอดเลือดสมองตีบและตัน (ICD:I63.0 – I63.9) </p> <p>ควรเพิ่มความครอบคลุมการเข้าถึงบริการจากระบบบริการในโรงพยาบาลลูกข่าย เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการกรณีการให้บริการรักษาเร่งด่วนในกลุ่มผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ หรืออุดตันได้เพิ่มสูงขึ้น</p> อรรถสิทธิ์ นวะอภิศักดิ์, นภชา สิงห์วีรธรรม, พัลลภ เซียวชัยสกุล, พิเชษฐ พัวพันกิจเจริญ, พงศกร อุ่นเป็นนิจ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพยาบาลและการศึกษา http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JNAE/article/view/282212 Sun, 19 Apr 2026 00:00:00 +0700 ความรอบรู้ด้านโภชนาการของผู้ปกครองและความสัมพันธ์กับภาวะโภชนาการของเด็ก ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย: การศึกษาแบบภาคตัดขวาง https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JNAE/article/view/284879 <p>การศึกษาวิจัยเชิงพรรณนาแบบตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความรู้ความเข้าใจด้านโภชนาการของผู้ปกครองแยกตามเพศ และตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างความรู้ความเข้าใจด้านโภชนาการกับภาวะโภชนาการของเด็กวัยเรียนในจังหวัดสกลนคร ประเทศไทย ดำเนินการในคู่ผู้ปกครองและเด็กจำนวน 414 คู่ โดยใช้การสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ประเมินความรอบรู้ด้านโภชนาการของผู้ปกครองครอบคลุม 6 ด้าน ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือมีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ .78 และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคทั้งฉบับเท่ากับ .84 และแบบประเมินภาวะโภชนาการของเด็กกำหนดโดยใช้ค่าคะแนนมาตรฐานดัชนีมวลกายตามเกณฑ์อายุ (BMI-for-age z-scores: BAZ) วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติถดถอยโลจิสติกแบบพหุตัวแปร ผลการวิจัยพบว่า</p> <p>ผู้ปกครองร้อยละ 43.48 มีความรอบรู้ด้านโภชนาการที่เพียงพอ โดยผู้ปกครองเพศหญิงมีระดับความเพียงพอในด้านการจัดการตนเองสูงกว่า ในขณะที่ด้านความรอบรู้เท่าทันสื่อเป็นด้านที่คะแนนน้อยที่สุดในทั้งสองเพศ และจากการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกแบบพหุตัวแปรเผยให้เห็นว่า เด็กที่มีผู้ปกครองที่มีความรอบรู้ด้านโภชนาการระดับไม่เพียงพอ (<em>AOR</em> = 2.22, <em>95%CI</em>: 1.10 - 4.48) หรือระดับปานกลาง (<em>AOR</em> = 2.15, <em>95%CI</em>: 1.24 - 3.72) มีโอกาสเกิดผลลัพธ์ทางโภชนาการที่ไม่ดีสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ปกครองที่มีอายุมาก (≥51 ปี;<em> AOR</em> = 2.14) และเด็กเพศชาย (<em>AOR </em>= 1.55) ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ</p> <p>ผลการศึกษาครั้งนี้เน้นย้ำถึงช่องว่างระหว่างวัยในความรอบรู้ด้านสุขภาพ และความจำเป็นในการดำเนินมาตรการที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความรอบรู้เท่าทันสื่อ นโยบายสาธารณสุขควรให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ที่ยึดครอบครัวเป็นศูนย์กลางและเหมาะสมกับบริบททางเพศ เพื่อเพิ่มสมรรถนะของผู้ปกครองในการประเมินข้อมูลด้านโภชนาการและบรรเทาภาวะทุพโภชนาการแบบซ้ำซ้อนของประเทศไทย</p> อนัญญา ประดิษฐปรีชา, อรนุช พวงมาลัย, สรชา ผูกพันธ์, จุฑามาศ กองผาพา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพยาบาลและการศึกษา http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JNAE/article/view/284879 Tue, 05 May 2026 00:00:00 +0700