วารสารการพยาบาลและการศึกษา https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JNAE <p>วารสารวิชาการของสถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุขเป็นวารสารในกลุ่มสาขาวิทยาศาสตร์<br />และเทคโนโลยี ที่อยู่ในฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีอ้างอิงวารสารไทย<br />(Thai Journal Citation Index Center: TCI Center) มีวัตถุประสงค์เพื่อ</p> <p class="body1">1. เผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานวิชาการ ด้านการพยาบาล การผดุงครรภ์ การศึกษาพยาบาล และสุขภาพ</p> <p class="body1">2.เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการของพยาบาล อาจารย์พยาบาลและบุคลากรทางสุขภาพ</p> <p class="body1">3. เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและองค์กรทางสุขภาพทั่ประเทศ<br />กำหนดการออกวารสาร</p> <p class="body1"><strong>วารสารการพยาบาลและการศึกษา เป็นวารสารราย 3 เดือน กำหนดออกปีละ 4 ฉบับ ดังนี้</strong></p> <p class="body1"> ฉบับที่ 1 เดือน มกราคม - มีนาคม<br /> ฉบับที่ 2 เดือน เมษายน - มิถุนายน<br /> ฉบับที่ 3 เดือน กรกฎาคม - กันยายน<br /> ฉบับที่ 4 เดือน ตุลาคม - ธันวาคม</p> th-TH kittiporn@bcnsk.ac.th (ผศ.ดร.กิตติพร เนาว์สุวรรณ) nursing2551@gmail.com (ผศ.ดร.บุญประจักษ์ จันทร์วิน) Thu, 05 Feb 2026 09:34:12 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการบุคลากรที่มีศักยภาพสูงของสถาบันพระบรมราชชนก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JNAE/article/view/282832 <p>การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการบุคลากรที่มีศักยภาพสูงของสถาบันพระบรมราชชนก ดำเนินการ 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาศักยภาพและความสามารถของบุคลากร กลุ่มตัวอย่างคือข้าราชการ พนักงานราชการและพนักงานสถาบัน จำนวน 352 คน โดยใช้แบบสอบถามได้ค่าความเชื่อมั่น .80 และสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับสูง 5 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรบุคคล 10 คน ด้วยแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างได้คะแนนความสอดคล้องรายข้อ .67 - 1.00 ขั้นตอนที่ 2 สร้างรูปแบบโดยสรุปวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลจากขั้นตอนที่ 1 ยกร่างเป็นรูปแบบและนำเสนอผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นและปรับปรุง ขั้นตอนที่ 3 ประเมินคุณภาพโดยการสัมมนาอิงผู้เชี่ยวชาญ 6 คน (Connoisseurship) ประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ ความถูกต้อง ความครบถ้วนและความมีประโยชน์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์เนื้อหาผลการวิจัยพบว่า</p> <p><span style="font-size: 0.875rem;">1. ศักยภาพและความสามารถของบุคลากร ด้านทักษะและความสามารถในการทำงาน (</span><em style="font-size: 0.875rem;">M </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 4.02, </span><em style="font-size: 0.875rem;">SD </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 0.62) ด้านธรรมาภิบาลและค่านิยมองค์กร (</span><em style="font-size: 0.875rem;">M </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 4.36, </span><em style="font-size: 0.875rem;">SD </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 0.63) และด้านความพึงพอใจกับผลงาน (</span><em style="font-size: 0.875rem;">M </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 4.06, </span><em style="font-size: 0.875rem;">SD </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 0.66)</span></p> <p><span style="font-size: 0.875rem;">2. รูปแบบประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ การระบุและคัดเลือก (Talent Identification) การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพ (Talent Development) การบริหารและติดตามผลการปฏิบัติงาน (Talent Performance Management) การรักษาและสร้างแรงจูงใจ (Talent Retention) และการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning)</span></p> <p><span style="font-size: 0.875rem;">3. การประเมินคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่ารูปแบบมีคุณภาพโดยรวมระดับมากที่สุด (</span><em style="font-size: 0.875rem;">M </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 4.67, </span><em style="font-size: 0.875rem;">SD </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 0.05) โดยความเหมาะสม (</span><em style="font-size: 0.875rem;">M </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 4.83, </span><em style="font-size: 0.875rem;">SD </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 0.41) ความเป็นไปได้ ความถูกต้อง และความมีประโยชน์ในระดับมากที่สุด </span><span style="font-size: 0.875rem;">(</span><em style="font-size: 0.875rem;">M </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 4.67, </span><em style="font-size: 0.875rem;">SD </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 0.52) และความครบถ้วนในระดับมาก (</span><em style="font-size: 0.875rem;">M </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 4.50, </span><em style="font-size: 0.875rem;">SD </em><span style="font-size: 0.875rem;">= 0.55)</span></p> <p>รูปแบบที่พัฒนาสามารถนำไปใช้เป็นกรอบแนวคิดเชิงระบบในการบริหารจัดการบุคลากรที่มีศักยภาพสูงได้ อย่างไรก็ตาม ควรมีการนำรูปแบบไปทดลองใช้ในสถานการณ์จริงเพื่อศึกษาประสิทธิผลและสนับสนุนการนำไปใช้ในระดับนโยบายต่อไป</p> วรนุช ทัศบุตร, วราภรณ์ ยศทวี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพยาบาลและการศึกษา http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JNAE/article/view/282832 Thu, 05 Feb 2026 00:00:00 +0700