ผลการสอนอย่างมีแบบแผนต่อสมรรถนะการสื่อสาร ของนักศึกษาพยาบาล

Effects of Instructional Model on Communication Competency in Nursing Students

ผู้แต่ง

  • สิรภัทร โสตถิยาภัย วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สงขลา
  • นัยนันต์ เตชะวณิช วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สงขลา
  • ขวัญเรือน สนิทวงศ์ ณ อยุธยา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สงขลา

คำสำคัญ:

สมรรถนะการสื่อสาร, นักศึกษาพยาบาล, การสอนอย่างมีแบบแผน

บทคัดย่อ

บทคัดย่อบทคัดย่อการวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียว วัดก่อนและหลังเรียน มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษาเปรียบเทียบสมรรถนะการสื่อสารของนักศึกษาพยาบาลโดยใช้รูปแบบการสอนอย่างมีแบบแผนในรายวิชา การสื่อสารและสารสนเทศทางการพยาบาล กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาพยาบาลปี 1 ที่เรียนวิชาการสื่อสารและสารสนเทศทางการพยาบาลในภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2558 วิทยาลัยพยาบาล บรมราชชนนี สงขลา จานวน 86 คน ใช้แบบวัดสมรรถนะการส่อสารท่ผู้วิจัยสร้างข้นจากแนวคิด เกี่ยวกับสมรรถนะของสเปนเซอร์และสเปนเซอร์ (Spencer & Spencer. 1993) ทดสอบค่าความเชื่อมั่น ของเครื่องมือได้ค่าเท่ากับ 0.78 รูปแบบการสอนประกอบด้วยกิจกรรม การบรรยาย อภิปราย ระดมสมอง วิเคราะห์ และสะท้อนคิดที่มุ่งส่งเสริมสมรรถนะการส่อสาร จำนวน 7 ครั้ง ครั้งละ 3 ชั่วโมง รูปแบบ การสอนดังกล่าวผ่านการตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิจานวน 3 คน ข้อมูลท่ได้จากการศึกษานามาวิเคราะห์ เปรียบเทียบสมรรถนะการส่อสารของนักศึกษาพยาบาลก่อนและหลังเรียนวิชาการส่อสารและสารสนเทศ ทางการพยาบาล ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ผลการวิเคราะห์คะแนนแบบวัดสมรรถนะการสื่อสารโดยรวมในระยะก่อนเรียนมีค่าคะแนนเฉล่ย เท่ากับ 3.47 ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง และภายหลังเรียนมีค่าคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.60 ซึ่งอยู่ในระดับสูง การทดสอบความแตกต่างระหว่างสมรรถนะการสื่อสารของนักศึกษาพยาบาลก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสมรรถนะการสื่อสารก่อนและหลังเรียนมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ข้อเสนอแนะจากการวิจัยคร้งน้ควรมีการจัดการสอนให้ผู้เรียนมีสมรรถนะการส่อสารเพ่มข้น โดยจัดให้มีกิจกรรมครอบคลุมสมรรถนะทั้ง 5 ด้าน คือ ด้านแรงจูงใจ ด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล ด้านแนวคิดเกี่ยวกับตนเอง ด้านความรู้ และด้านทักษะ นอกจากนี้ควรนำแนวคิดเรื่องสมรรถนะการสื่อสารไปศึกษาในนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 ผู้ซึ่งผ่านประสบการณ์การฝึกปฏิบัติการพยาบาลมาแล้ว

Downloads

Download data is not yet available.

References

REFERENCES
1. Kourkouta, L. and Papathanasiou, l.,V. Communication in Nursing Practice. Mater Sociomed Journal, 2014 ; 26(1)
: 65-67.
2. Teachakoop, P.,Yindeesuk, P. 21st Century Insturctional Management. 4th ed. Bangkok: Printing of Chulalongkorn University, 2016: 2-3. (in Thai)
3. Boromarajonani College of Nursing, Songkhla.Bachelor of Nursing Science Program, Improved, 2012. (in Thai)
4. Aebersold, M., Tschannen, D., Sculli, G. Improving Nursing Students’ Communication Skills using Crew Resource Management Strategies. Journal of Nursing Education,2013;52 (3):126.
5. Judd, M. Broken Communication in Nursing Can Kill: Teaching Communication is Vital. Creative Nursing Journal,2013
;19(2):101.
6. Spencer, L.M. & Spencer, S.M.Competence at Work: Model for Superior Performance. New York: Wiley,1993:3-8, 9-15.
7. Srisathitnarakul, B. Development and Validation of Research Instruments: Psychometric Properties. Bangkok: Printing of Chulalongkorn University,
2012. (in Thai)
8. Limsuwan, N. and Limsuwan, N. Satir Psychic Therapy and Self Development. Bangkok: Printing of Chulalongkorn University, 2013. (in Thai)
9. Kan,W. (translate). How Learning Works
: Seven Research-based Principles for Smart Teaching. Bangkok: Open World Publishing House co. Ltd,2013:112-114. (in Thai)
10. Tschudin,4 thed. Counselling Skills for
Nurses. Harcourt Brace: Tokyo, 1995:1-3.
11. Abdrbo, A. Assessment of Nursing Students’ Communication Skills. Nursing Education Perspectives,2017;
38(3) :149.
12. Smittikrai, C. Personnel Training in Organization. Bangkok: Chulalongkorn University Press, 2008. (in Thai)
13. Campbell, J. C. & Christopher, J. C.
Teaching Mindfulness to Create Effective Counselors.Journal of Mental Health Counseling, 2012; 34(3): 213-226.
14. Egan. The Skilled Helper.8th ed. CA: Thomson Higher Education,2007.
15. Jansook,C., Promjouy,S.,Pibool, S. & Suwannaka, Y. The Development of an Evaluation Model for Assessment of the Caring Competencies of Nursing Students in Nursing College under Praboromarajchanok Institute. Journal of Nursing and Education,2017; 10(2)
84-85. (in Thai)

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2018-10-29

ฉบับ

บท

Research Articles; บทความวิจัย