ปัจจัยทำนายการรับรู้ความสามารถในการช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีภาวะหัวใจ ขาดเลือดเฉียบพลันของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน
คำสำคัญ:
การรับรู้ความสามารถ, การช่วยเหลือเบื้องต้น, ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านบทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบหาความสัมพันธ์เชิงทำนาย (Predictive Correlational Research) เก็บข้อมูล ณ จุดเวลาเดียว (Cross-sectional Study) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ความสามารถในการช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน กลุ่มตัวอย่าง 150 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถามการรับรู้ความสามารถในการช่วยเหลือเบื้องต้นมีค่า Cronbach's Alpha =.934 โดยค่าความเชื่อมั่นรายด้าน การรับรู้โอกาสเสี่ยง = .954 การรับรู้ความรุนแรง = .970 การรับรู้ประโยชน์ = .965 การรับรู้อุปสรรค = .942 สิ่งชักนำให้เกิดการปฏิบัติ = .884 การประเมินอาการเบื้องต้น = .921 การโทรแจ้งสายด่วน 1669 = .949 การทำ CPR = .948 และการใช้เครื่อง AED = .933 ส่วนแบบวัดการรับรู้ความสามารถของตนเองในการช่วยเหลือเบื้องต้น (4 ด้าน) มีค่าความเชื่อมั่นภาพรวมเท่ากับ .884 ข้อมูลวิเคราะห์ด้วยสถิติพรรณนา สหสัมพันธ์เพียร์สันและการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านมีการรับรู้ความสามารถในการช่วยเหลือเบื้องต้นสำหรับผู้ที่มีภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน คิดเป็นร้อยละ 44.57 ของคะแนนเต็ม ปัจจัย 5 ตัว ได้แก่ การรับรู้โอกาสเสี่ยง (β = .365) สิ่งชักนำให้เกิดการปฏิบัติ (β = .365) การรับรู้ประโยชน์ (β = .359) การรับรู้อุปสรรค (β = -.147) และการอบรมปฐมพยาบาล (β = .139) สามารถร่วมกันทำนายการรับรู้ความสามารถในการช่วยเหลือเบื้องต้นได้ร้อยละ 56.80 (R² = .568, Adjusted R² = .553, F(5,144) = 37.816, P-value < .001) ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัย ควรจัดโปรแกรมอบรมที่เสริมสร้างการรับรู้โอกาสเสี่ยงและสิ่งชักนำให้เกิดการปฏิบัติ เพื่อเพิ่มการรับรู้ความสามารถของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2562). คู่มืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหมอประจำบ้าน. กระทรวงสาธารณสุข.
งานเวชสถิติโรงพยาบาลบ้านแหลม. (2568). รายงานสถิติผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ปี พ.ศ. 2561-2568. เพชรบุรี: โรงพยาบาลบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี.
จินตนา ชมภูโครต และสมจิต แดนสีแก้ว. (2560). การทำงานของเครือข่ายชุมชนเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องทางด่วนของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชนิดเอสทียกสูง ตำบลโพนทอง อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 35(4), 132-139.
ณรงค์กร ชัยวงศ์ และปัณณทัต บันขุนทด. (2562). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันโรคในบุคคลที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 37(2), 6-15.
นพวรรณ ธีระพันธ์เจริญ. (2562). ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดของบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 28(ฉบับพิเศษ), 137-145.
นัฏพงษ์ ยาวะโนภาส. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยบูรพา.
นิธินันท์ เจริญบัณฑิตย์. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ปัณณทัต บนขุนทด, ปิยลักษณ์ จันทร์สม, ชุมศรี ต้นเกตุ, ชญานิศ เขียวสด, กิติพงษ์ เรือนเพ็ชร และกัลยา มั่นล้วน. (2566). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคในกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจในตำบลอิสาน อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 38(3), 617-625.
พนิดา พ้องเสียง. (2563). การพัฒนารูปแบบการเข้าถึงบริการการแพทย์ฉุกเฉินของผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแบบมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายอำเภอโพนทอง. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ, 2(1), 9-20.
วรารัตน์ เหล่าสูง. (2562). ผลของโปรแกรมประยุกต์แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพร่วมกับการสนับสนุนของครอบครัวต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง [วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยบูรพา.
วิไลวรรณ คมขำ, กมลทิพย์ ขลังธรรมเนียม และนพนัฐ จำปาเทศ. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูงที่มีระดับความเสี่ยงสูงในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี, 5(2), 44-56.
ไวริญจน์ เปรมสุข, รัตน์ศิริ ทาโต และระพิณ ผลสุข. (2562). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจของชายวัยกลางคนในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารเกื้อการุณย์, 26(1), 24-39.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี. (2568). ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข (Health Data Center). http://www.pbi.hdc.moph.go.th
อรพินท์ สีขาว. (2568). พยาธิสรีรวิทยาสำหรับนักศึกษาพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ.
Bandura, A. (1977). Self-efficacy: Toward a unifying theory of behavioral change. Psychological Review, 84(2), 191-215.
https://doi.org/10.1037/0033-295X.84.2.191
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.
Donoghue, A. J., Auerbach, M., Banerjee, A., Blewer, A. L., Cheng, A., Kadlec, K. D., Lin, Y., Diederich, E., Sawyer, T., Stallings, D. T., Toft, L. E. B., Wright, J. I., Schexnayder, S. M., & Dainty, K. N. (2025). Part 12: Resuscitation education science: 2025 American Heart Association guidelines for cardiopulmonary resuscitation and emergency cardiovascular care. Circulation, 152(16_suppl_2), S719–S750.
https://doi.org/10.1161/CIR.0000000000001374
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2010). Multivariate data analysis (7th ed.). Pearson Prentice Hall.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2, 49–60.
Rosenstock, I. M., Strecher, V. J., & Becker, M. H. (1988). Social learning theory and the Health Belief Model. Health Education Quarterly, 15(2), 175-183. https://doi.org/10.1177/109019818801500203
World Health Organization. (2023). Cardiovascular diseases (CVDs).
Retrieved from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cardiovascular-diseases-(cvds)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน