ปัจจัยหลายระดับที่มีอิทธิพลต่อการเสริมสร้างอำนาจชุมชนในการจัดการระบบสุขภาพชุมชน จังหวัดเพชรบูรณ์

ผู้แต่ง

  • บรรณกร เสือสิงห์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเหล่าหญ้า ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
  • จินานารถ โพธิ์สัย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพุคำจาน ตำบลพุคำจาน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี
  • วนัสรา เชาวน์นิยม มหาวิทยาลัยปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี
  • บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์ มหาวิทยาลัยปทุมธานี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

คำสำคัญ:

การเสริมสร้างอำนาจชุมชน, ระบบสุขภาพชุมชน, แบบจำลองนิเวศวิทยาสังคม, แกนนำสุขภาพ, เพชรบูรณ์

บทคัดย่อ

ระบบสุขภาพชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะในบริบทการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่ส่งผลให้เกิดความซับซ้อนเชิงโครงสร้างและการประสานงาน การวิจัยเชิงสำรวจภาคตัดขวางครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ประเมินระดับการเสริมสร้างอำนาจชุมชนในการจัดการระบบสุขภาพชุมชนตามกรอบ 9 ด้านของ Laverack 2. วิเคราะห์ปัจจัยหลายระดับตามแบบจำลองนิเวศวิทยาสังคม และ 3) เปรียบเทียบและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยหลายระดับต่อการเสริมสร้างอำนาจชุมชน กลุ่มตัวอย่างเป็นแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว 385 คน จาก 11 อำเภอของจังหวัดเพชรบูรณ์ คัดเลือกด้วยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว การวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์เส้นทาง ผลการวิจัยพบว่า การเสริมสร้างอำนาจชุมชนโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (M = 3.10, SD. = 0.47) ด้านบทบาทผู้ช่วยเหลือจากภายนอกมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (M = 3.64) ขณะที่ด้านการบริหารจัดการโครงการมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด (M = 2.34) ปัจจัยระดับองค์กรมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (M = 4.06) ปัจจัย 5 ระดับร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของการเสริมสร้างอำนาจชุมชนได้ร้อยละ 22.6 (R² = .226, F(5, 379) = 22.16,
P-value < .001) โดยปัจจัยระดับบุคคลมีอิทธิพลทางบวกสูงสุด (β = .333, P-value < .001) รองลงมาคือระดับองค์กร (β = .227, P-value = .001) ส่วนปัจจัยระดับชุมชน (β = −.157) และระดับนโยบาย (β = −.139) มีอิทธิพลทางลบอย่างมีนัยสำคัญ ไม่พบความแตกต่างของการเสริมสร้างอำนาจชุมชนจำแนกตามเพศและลักษณะประชากรศาสตร์อย่างมีนัยสำคัญ และไม่พบอิทธิพลส่งผ่านของปัจจัยระดับนโยบายผ่านระดับองค์กร (Mediation ไม่มีนัยสำคัญ) ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ควรพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างศักยภาพแกนนำสุขภาพระดับบุคคล เสริมความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการโครงการซึ่งเป็นจุดอ่อนที่สุด พัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพชุมชนแบบบูรณาการ และศึกษาเชิงคุณภาพเพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ทางลบของปัจจัยระดับชุมชนและนโยบาย

เอกสารอ้างอิง

จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์, นภชา สิงห์วีรธรรม, มโน มณีฉาย, ดาวรุ่ง คำวงศ์, จิรยุทธ์ สินธุพันธุ์, พัลลภ เซียวชัยสกุล, นิตย์ธิดา ภัทรธีรกุล, สุพัสตรา เสนสาย, และทักษิณา วัชรีบูรพ์. (2567). การประเมินผลกระทบ ต่อสุขภาพของประชาชนภายหลังการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ระยะที่ 2. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/6175

ฉวีวรรณ ศรีดาวเรือง, อัจฉราวดี ศรียะศักดิ์, เพ็ญนภา ศรีหริ่ง, วุฒิกุล ธนากาญจนภักดี, บุบผา รักษานาม, วนิดา ศรีพรหมษา, และจิราพร วรวงศ์. (2567). การพัฒนาศักยภาพและการมีส่วนร่วมของ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการจัดการสุขภาพชุมชน หลังการถ่ายโอน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/6120

ชื่นฤดี รบชนะ. (2568). พัฒนากลยุทธ์การมีส่วนร่วมด้านการส่งเสริมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคเหนือ), 35(1), 32-41.

ไพโรจน์ พรหมพันใจ, ทิพยรัตน์ สิงห์ทอง, ธีระวุธ ธรรมกุล, และพรศักดิ์ อยู่เจริญ. (2567). ผลกระทบ การถ่ายโอนภารกิจโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดต่อระบบ การบริหารจัดการด้านการป้องกันควบคุมโรคของประเทศไทย. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 7 ขอนแก่น, 31(2), 1-16.

Arnstein, S. R. (1969). A ladder of citizen participation. Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216-224. https://doi.org/10.1080/01944366908977225

Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W. H. Freeman.

Bronfenbrenner, U. (1979). The ecology of human development: Experiments by nature and design. Harvard University Press.

Caperon, L., Saville, F., & Ahern, S. (2022). Developing a socio-ecological model for community engagement in a health programme in an underserved urban area. PLOS ONE, 17(9), Article e0275092. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0275092

Chowdhury, S. R., & Islam, M. R. (2025). Revitalizing community empowerment: Harnessing the synergy of faith-based NGOs and Laverack’s domain approach. Community Development Journal, 60(2), 381-397. https://doi.org/10.1093/cdj/bsae018

Cochran, W. G. (1977). Sampling techniques (3rd ed.). John Wiley & Sons.

Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.

Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2019). Multivariate data analysis (8th ed.). Cengage Learning.

Kruahong, S., Tankumpuan, T., Kelly, K., Davidson, P. M., & Kuntajak, P. (2023). Community empowerment: A concept analysis. Journal of Advanced Nursing, 79(8), 2845-2859. https://doi.org/10.1111/jan.15613

Labonté, R., & Laverack, G. (2008). Health promotion in action: From local to global empowerment. Palgrave Macmillan.

Laverack, G. (2001). An identification and interpretation of the organizational aspects of community empowerment. Community Development Journal, 36(2), 134-145. https://doi.org/10.1093/cdj/36.2.134

Nunnally, J. C. (1978). Psychometric theory (2nd ed.). McGraw-Hill.

Pender, N. J., Murdaugh, C. L., & Parsons, M. A. (2011). Health promotion in nursing practice (6th ed.). Pearson.

Putnam, R. D. (2000). Bowling alone: The collapse and revival of American community. Simon & Schuster.

Sapkota, S., Dhakal, A., Rushton, S., van Teijlingen, E., Marahatta, S. B., Balen, J., Lee, A. C. K.,.(2023). The impact of decentralisation on health systems: A systematic review of reviews. BMJ Global Health, 8(12), Article e013317. https://doi.org/10.1136/bmjgh-2023-013317

World Health Organization. (2018). WHO guideline on health policy and system support to optimize community health worker programmes. https://www.who.int/publications/i/item/9789241550369

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31