การพัฒนาการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในตำบลประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี
คำสำคัญ:
เด็กปฐมวัย, การเฝ้าระวังพัฒนาการ, การส่งเสริมพัฒนาการ, การวิจัยและพัฒนา, ระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิบทคัดย่อ
การเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเด็ก
แต่การดำเนินงานในระดับพื้นที่ยังมีข้อจำกัดด้านการติดตามเด็กกลุ่มเสี่ยง การพัฒนาศักยภาพผู้ปกครอง และการบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่าย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) โดยระยะประเมินผลใช้รูปแบบ One-group Pretest–Posttest Design
มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง พัฒนารูปแบบการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย และประเมินผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างระยะประเมินผล ได้แก่
เด็กปฐมวัยอายุ 0–5 ปี และผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้ดูแลหลัก จำนวน 42 คู่ คัดเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถาม การสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ และแบบประเมินพัฒนาการเด็กตามคู่มือ DSPM วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์เนื้อหา และสถิติ Paired t-test ผลการวิจัยพบว่า องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (M = 3.41, SD. = 0.50) โดยการติดตามพัฒนาการโดยบุคลากรสาธารณสุขมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (M = 3.67, SD. = 0.44) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ การประเมินพัฒนาการเด็ก การพัฒนาศักยภาพผู้ปกครอง การมีส่วนร่วมของชุมชน และระบบติดตามต่อเนื่อง ภายหลังการนำรูปแบบไปใช้ เด็กปฐมวัยมีคะแนนพัฒนาการเฉลี่ยเพิ่มจาก 3.21 ± 0.46
เป็น 3.78 ± 0.41 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 6.52, P-value=0.001) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีศักยภาพ
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย. (2565). รายงานสถานการณ์พัฒนาการเด็กปฐมวัยระดับประเทศ ปี 2565. กระทรวงสาธารณสุข.กรมสุขภาพจิต. (2564). คู่มือการส่งเสริมสุขภาพจิตเด็กปฐมวัยสำหรับบุคลากรสาธารณสุข (พิมพ์ครั้งที่ 2).
โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
ประดับ ศรีหมื่นไวย, ชัชฎา ประจุดทะเก, และอัญชลี ภูมิจันทึก. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพัฒนาการของเด็ก เขตสุขภาพที่ 9 พ.ศ. 2564. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9: วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 18(2), 635–650.
สุขุมาลย์ แสงสุวรรณ, พรนภา ศรีวิลัย, และธนภรณ์ จันทร์เกตุ. (2563). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก. วารสารพัฒนาสุขภาพชุมชน, 8(1), 55–67.
สิริพันธุ์ ปัญญายงค์, กุลชญา ลอยหา, และสุภาพร ใจการุณ. (2563). ผลของโปรแกรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยสำหรับพ่อแม่และผู้ปกครอง ตำบลขามป้อม อำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 4(3), 70–84.
สุพัตรา บุญเจียม, ธิโสภิญ ทองไทย, และนิตยา ศรีมานนท์. (2565). ประสิทธิผลของคู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยสำหรับผู้เลี้ยงดูเด็ก ปู่ ย่า ตา ยาย. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 45(4), 63–80.
Bandura, A. (1977). Social learning theory. Prentice Hall.
Bronfenbrenner, U. (1979). The ecology of human development: Experiments by nature and design. Harvard University Press.
Darling, N. (2007). Ecological systems theory: The person in the center of the circles. Research in Human Development, 4(3–4), 203–217.
UNICEF. (2021). Early childhood development: The foundation of sustainable development.
World Health Organization. (2019). Operationalizing nurturing care for early childhood development: The role of the health sector alongside other sectors and actors.
World Health Organization. (2020). Nurturing care for early childhood development: A framework for helping children survive and thrive to transform health and human potential.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน