ผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อทัศนคติและพฤติกรรมการเลี่ยงสูบบุหรี่ไฟฟ้าของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 4–6 ในอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
คำสำคัญ:
การรับรู้สมรรถนะแห่งตน, ทัศนคติ, พฤติกรรมการเลี่ยงสูบบุหรี่ไฟฟ้า, นักเรียนประถมศึกษา, บุหรี่ไฟฟ้าบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุ่มวัดก่อนและหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อทัศนคติและพฤติกรรมการเลี่ยงสูบบุหรี่ไฟฟ้าของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6 ในอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา กลุ่มตัวอย่างจำนวน 70 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 35 คน กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการเรียนการสอนตามปกติ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลทั่วไป แบบสอบถามทัศนคติเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าด้านสุขภาพ 5 ข้อ แบบสอบถามทัศนคติด้านกฎหมาย 4 ข้อ และแบบสอบถามพฤติกรรมการเลี่ยงสูบบุหรี่ไฟฟ้า 14 ข้อ แบบสอบถามเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 4 ระดับ ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ
3 ท่าน มีค่าความเชื่อมั่นรวมเท่ากับ 0.84 และมีค่าความเชื่อมั่นรายด้าน ได้แก่ ทัศนคติด้านสุขภาพ 0.82 ทัศนคติด้านกฎหมาย 0.79 และพฤติกรรมการเลี่ยงสูบบุหรี่ไฟฟ้า 0.87 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา Dependent t-test, Wilcoxon signed-rank test และ Mann-Whitney U testผลการศึกษาพบว่า หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนทัศนคติโดยรวม ด้านสุขภาพ และ
ด้านกฎหมายสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value < 0.001, P-value < 0.001 และ P-value = 0.002 ตามลำดับ) และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P-value < 0.001, P-value = 0.001 และ P-value < 0.001 ตามลำดับ) ส่วนพฤติกรรมการเลี่ยงสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งภายในกลุ่มทดลองและระหว่างกลุ่ม (P-value = 0.118 และ P-value = 0.136 ตามลำดับ)
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2565). รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตวัยรุ่นและพฤติกรรมเสี่ยง พ.ศ. 2565. กระทรวงสาธารณสุขhttps://dmh.go.th/ebook/files/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%93%202565.pdf
กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2567). ข้อมูลวิชาการเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขhttps://ddc.moph.go.th/uploads/publish/1589020240719032342.pdf
เขมิกา ณภัทรเดชานนท์, ภัควรินทร์ ภัทรศิริสมบูรณ์, และจิรัชญา เหล่าคมพฤฒาจารย์. (2566). ผลของโปรแกรมการลดการสูบบุหรี่โดยใช้การรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมการลดการสูบบุหรี่อย่างมีส่วนร่วมของนักศึกษาที่ติดบุหรี่. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล, 29(2), e261742. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Jolbcnm/article/view/261742/179643
จุไรรัตน์ ช่วงไชยยะ, มณฑา เก่งการพานิช, ศรัณญา เบญจกุล, และมลินี สมเจริญ. (2564). ผลของโปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ร่วมกับการใช้ Facebook ในนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วารสารสถาบันบำราศนราดูร, 15(2), 94–105. https://doi.org/10.14456/jbidi.2021.8
ปริญญา ดาระสุวรรณ์, และณัฐกฤตา ศิริโสภณ. (2563). ประสิทธิผลโปรแกรมสุขศึกษาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมป้องกันการบริโภคผลิตภัณฑ์ยาสูบของนักเรียนหญิงระดับชั้นประถมศึกษาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร. วารสารพยาบาลทหารบก, 21(2), 74–83. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JRTAN/article/view/190993
ปิยะวดี พุฒไทย. (2566). ผลของโปรแกรมที่ประยุกต์ทฤษฎีปัญญาทางสังคมต่อการป้องกันการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา]. Burapha University Institutional Repository. https://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/63920114.pdf
ยุรนันท์ เทวา. (2567). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันนักสูบบุหรี่หน้าใหม่ในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภองาว จังหวัดลำปาง. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน, 34(2), 12–26. https://thaidj.org/index.php/NRTC/article/view/15625/12358
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2568). การสำรวจสถานการณ์การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ของประชากร พ.ศ. 2567. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. https://www.nso.go.th/nsoweb/nso/survey_detail/YG?set_lang=th
สุพรรษา จิตรสม, ธันยาพร โคตรชุม, ปัณณฑัต บนขุนทด, และธีรวัฒน์ พงศ์ภาณุพัฒน์. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมการป้องกันการสูบบุหรี่ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 9(3), 543–552. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/277121
Bandura, A. (1997). Self-efficacy: The exercise of control. W. H. Freeman.
Nurumal, M. S., Zain, S. H. M., Mohamed, M. H. N., & Shorey, S. (2021). Effectiveness of school-based smoking prevention education program (SPEP) among nonsmoking adolescents: A quasi-experimental study. The Journal of School Nursing, 37(5), 333–342. https://doi.org/10.1177/1059840519871641
Polit, D. F., & Beck, C. T. (2008). Nursing research: Generating and assessing evidence for nursing practice (8th ed.). Lippincott Williams & Wilkins.
Sittibusaya, C., Benjakul, S., Noonak, O., Tontiram, R., Nalaem, C., Sakulsawat, T., & Palaphon, T. (2025). Global youth tobacco survey 2022 for developing tobacco control policies in Thailand. Disease Control Journal, 51(2), 339–353. https://doi.org/10.14456/dcj.2025.28
World Health Organization. (2021). WHO report on the global tobacco epidemic 2021: Addressing new and emerging products. World Health Organization. https://www.who.int/publications/i/item/9789240032095
World Health Organization. (2022). 2022 Global Youth Tobacco Survey (GYTS): Thailand fact sheet. World Health Organization. https://www.who.int/publications/m/item/2022-gyts-fact-sheet-thailand
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสภาการสาธารณสุขชุมชน