ภาวะหมดไฟในการทำงานของบุคลากรสาธารณสุข: ปัจจัย ผลกระทบ และแนวทางการจัดการ

ผู้แต่ง

  • กฤตติกวินณ์ พรมชุมสา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านช่อแล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่

คำสำคัญ:

ภาวะหมดไฟ, บุคลากรสาธารณสุข, ความเครียด, สุขภาพจิต

บทคัดย่อ

ระบบสาธารณสุขไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงความต้องการบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บุคลากรต้องทำงานล่วงเวลาอย่างต่อเนื่องจนเกิดภาวะหมดไฟ (burnout) ซึ่งเป็นภาวะทางจิตใจที่เกิดจากความเครียดสะสมในที่ทำงาน ภาวะหมดไฟประกอบด้วยความอ่อนล้าทางอารมณ์ การลดความเป็นบุคคลและความสำเร็จส่วนบุคคล โดยภาวะนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพการบริการที่บุคลากรให้แก่ผู้รับบริการ เช่น การเพิ่มความเสี่ยงต่อความผิดพลาดในการรักษาและการลดประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งส่งผลต่อทั้งผู้ป่วยและต้นทุนทางเศรษฐกิจขององค์กร บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนนิยามและมิติของภาวะหมดไฟในการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขไทย และวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นทั้งในด้านคุณภาพการบริการและสุขภาพจิตของบุคลากร โดยใช้วิธีทบทวนวรรณกรรมและการวิเคราะห์สาระสำคัญจากเอกสารจำนวน 27 เรื่อง โดยอิงกรอบแนวคิด Job Demands–Resources

ผลการศึกษาพบว่า ภาวะหมดไฟในบุคลากรสาธารณสุขในประเทศไทยยังคงเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยในบางพื้นที่ยังคงมีอัตราภาวะหมดไฟสูง เช่น ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่อัตราภาวะหมดไฟของบุคลากรในโรงพยาบาลภาครัฐเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 30 ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาภาระงานหนักและการขาดแคลนทรัพยากรที่เพียงพอ พร้อมทั้งสังเคราะห์แนวทางการจัดการภาวะหมดไฟในระดับบุคคล องค์กร และนโยบายสาธารณะเพื่อสร้างความยั่งยืนในการให้บริการสุขภาพในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง

กช พิทักษ์วงศ์โรจน์, ธาตรี โบสิทธิพิเชฎฐ์, ศรัณย์ ศรีคำ, และ ธนกมณ ลีศรี. (2567). ภาวะหมดไฟจากการทำงานและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของบุคลากรด้านบริการปฐมภูมิ อำเภอพระนครศรีอยุธยา. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 18(3), 839-850.

กชามาส วิชัยดิษฐ, อารยา ประเสริฐชัย, และ ปกกมล เหล่ารักษาวงษ์. (2565). ภาวะหมดไฟในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลของรัฐ ในจังหวัดชุมพร. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย, 30(3), 211–221.

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2565). บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขกลุ่มเสี่ยงสูงสุด “ภาวะหมดไฟ”. HFocus. https://www.hfocus.org/content/2022/11/26365

กรรภิรมย์ สุบรรณ์, มลินี สมภพเจริญ, และ ปิยะธิดา ขจรชัยกุล. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับภาวะหมดไฟในการทำงานของบุคลากรสาธารณสุข จังหวัดภูเก็ต. วารสารศาสตร์สุขภาพและการศึกษา, 4(3), 63-76.

เต็มสิริ ป.ปาน. (2564). ภาวะหมดไฟในการทำงานของทันตาภิบาลจังหวัดสงขลา. วารสารทันตสาธารณสุข, 26, 24-36.

ทิพรัตน์ บำรุงพนิชถาวร, วัลลภ ใจดี, เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์, และ นิภา มหารัชพงศ์. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อภาวะหมดไฟในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลชุมชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา, 17(1), 100-110.

นิตยา เพ็ญศิรินภา. (2566). ภาวะเหนื่อยล้าจากงานของบุคลากรด้านสุขภาพโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดนนทบุรี ในช่วงโรคโควิด-19 ระบาด, วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 9(1), 84–96.

นันทาวดี วรวสุวัส. (2563). การพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจเพื่อป้องกันภาวะหมดไฟในการทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 7. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 13(2), 603-613.

พิไลภัสสร์ ฉัตรชัยกุลศิริ. (2564). ความชุกและปัจจัยเสี่ยงที่สัมพันธ์กับภาวะเหนื่อยล้าในการทำงานของบุคคลากรทางการแพทย์สถาบันประสาทวิทยาในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 2019. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 66(4), 439-454.

พชรอร วรรณภีระ, และ ปวีณา สนธิสมบัติ. (2566). ภาวะหมดไฟในการทำงานและความพึงพอใจในการทำงานของเภสัชกรประจำโรงพยาบาล. วารสารเภสัชกรรมไทย, 16(2), 308-322.

พัชราภรณ์ สิณัตพัฒนะศุข, และ ธนาสิทธิ์ วิจิตราพันธ์. (2565). ปัจจัยเสี่ยงของภาวะหมดไฟในการทำงานของบุคลากรโรงพยาบาลสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 31(1), 154–163.

ภรัญวิทย์ อนันต์ดิลกฤทธิ์, และ วรพงษ์ สายโสภา. (2568). ความชุกและปัจจัยที่สัมพันธ์ต่อภาวะหมดไฟของผู้จัดการการดูแลผู้สูงอายุ ในเขตสุขภาพที่ 9. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 19(2). 568-586.

ศุภลักษณ์ ใจบุญ. (2567). ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะหมดไฟในการทำงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลฝาง จังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 12(2), 301-322.

โสภิษตา ตันธนาธิป, เกษตรชัย และหีม, ปัจฉิมา บัวยอม, วีรยา ขวัญทอง, และ เฉลิมพล โอสถพรมมา. (2566). ความเครียดและภาวะหมดไฟจากการทำงานของบุคลากรสาธารณสุขในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. วารสารสถาบันบำราศนราดูร, 17(3), 138–148.

สิริยากร เดชมณีธร. (2562). ภาวะเหนื่อยหน่าย (Burnout) ของพนักงานเจเนอเรชั่นวายที่ทำงานในธนาคาร กรณีศึกษาเปรียบเทียบธนาคารของรัฐและเอกชน. [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

หทัยรัตน์ ยาวิชัย, พลากร มูลไว, กรรณิกา กาวีวงค์, และ อมรศักดิ์ โพธิ์อ่ำ. (2567). ภาวะหมดไฟในการทำงานของบุคลากรโรงพยาบาลเชียงแสน จังหวัดเชียงราย. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น, 5(1), 187-203.

อมรรัตน์ จันโยธา, สุทธินันท์ ฉันท์ธนกุล, เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์, และ สุคนธา ศิริ. (2560). ศึกษาความเหนื่อยล้าและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเหนื่อยล้าจากการปฏิบัติงาน ของพยาบาลโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ. วารสารพยาบาลทหารบก, 18(พิเศษ), 166-174.

Chongchitpaisan, W., & Bandhukul, A. (2025). The prevalence of burnout and the COVID-19 risk exposure control measure among health workers during pandemic in hospitals in Thailand. Journal of Medicine and Health Sciences, 32(1), 172–185.

Kristensen, Thomas S., Borritz, Marianne, Villadsen, Eva, & Christensen, Karl B. (2005). The Copenhagen Burnout Inventory: A new tool for the assessment of burnout. Working & Stress, 19(3), 192–207.

Kunno, J., Supawattanabodee, B., Sumanasrethakul, C., Wiriyasirivaj, B., & Yubonpunt, P. (2022). Burnout prevalence and contributing factors among healthcare workers during the COVID-19 pandemic: A cross-sectional survey study in an urban community in Thailand. PLOS ONE, 17(8).

https://doi.org/10.1371/journal.pone.0269421.

Macaron, M. M., Segun-Omosehin, O. A., Matar, R. H., et al. (2023). A systematic review and meta-analysis on burnout in physicians during the COVID-19 pandemic: A hidden healthcare crisis. Frontiers in Psychiatry, 13, 1071397.https://doi.org/10.3389/fpsyt.2022.1071397.

Maslach, Christina, Schaufeli, Wilmar B., & Leiter, Michael P. (2001). Job burnout. Annual Review of Psychology, 52, 397–422.

Mohr, D. C., Young-Xu, Y., Armaganian, S., Lall, R., & Meterko, M. (2025). Burnout trends among US health care workers, 2018–2023. JAMA Network Open, 8(4), e25833027. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40257797/

Popa F, Arafat R, Purcărea V, Lală A, Popa–Velea O, & Bobirnac G. (2010). Occupational Burnout levels in Emergency Medicine–a stage 2 nationwide study and analysis. J Med Life, 3(4), 449–53.

Surawattanasakul, V., Siviroj, P., Kiratipaisarl, W., Sirikul, W., Phetsayanavin, V., Pholvivat, C., & Lamlert, C. (2025). Physician burnout, associated factors, and their effects on work performance throughout first-year internships during the COVID-19 pandemic in Thailand: A cross-sectional study. BMC Public Health, 25, 1967.

Ujjan BU, Hussain F, Nathani KR, Farhad A, & Chaurasia B. (2022). Factors associated with risk of burnout in neurosurgeons: current status and risk factors. Acta Neurol Belg, 122(5), 1163-1168. https://doi.org/10.1007/s13760-022-02072-2.

World Health Organization. (2019, May 28). Burn-out an “occupational phenomenon”: International Classification of Diseases. Geneva: WHO. Retrieved from https://www.who.int/news/item/ 28-05-2019-burn-out-an-occupational-phenomenon-international-classification-of-diseases

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-08-29