การพัฒนารูปแบบการสอนเพื่อเสริมสร้างทักษะการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียงสำหรับ นักศึกษาหลักสูตร สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทันตสาธารณสุข ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบการสอน, การเยี่ยมบ้าน, ทันตสาธารณสุขบทคัดย่อ
การดูแลผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนเป็นภารกิจสำคัญของระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ โดยเฉพาะบทบาทของบุคลากรด้านสาธารณสุขและทันตสาธารณสุขที่ต้องมีทักษะการเยี่ยมบ้านอย่างเป็นองค์รวม งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ทดลองใช้ และประเมินผลรูปแบบการสอนเพื่อเสริมสร้างทักษะการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียงในด้านความรู้ ทักษะการเยี่ยมบ้าน และความพึงพอใจของผู้ดูแล สำหรับนักศึกษาหลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทันตสาธารณสุข ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดยะลา"
การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาทันตสาธารณสุข ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาการส่งเสริมสุขภาพช่องปากในกลุ่มผู้สูงอายุ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 30 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน แบบประเมินทักษะการเยี่ยมบ้าน แบบประเมินความพึงพอใจต่อการเยี่ยมบ้าน และแนวคำถามการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษาที่เรียนด้วยรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นมีคะแนนความรู้และทักษะการเยี่ยมบ้านหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระดับความพึงพอใจของผู้ดูแลต่อการเยี่ยมบ้านอยู่ในระดับดีมาก ข้อมูลจากการสนทนากลุ่มสะท้อนว่านักศึกษามีความมั่นใจในการเยี่ยมบ้านมากขึ้น เข้าใจบทบาทวิชาชีพ และสามารถประยุกต์ความรู้สู่การปฏิบัติจริงได้
รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยในชุมชน และสามารถขยายผลสู่หลักสูตรด้านสาธารณสุขอื่น ๆ ได้
เอกสารอ้างอิง
ช่อทิพย์ จันทรา. (2560). การพัฒนารูปแบบการสอนเพื่อเสริมสร้างทักษะการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยติดเตียง สำหรับนักศึกษา หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 9, 60–73.
ชิตสุภางค์ ทิพย์เที่ยงแท้, กมลพร แพทย์ชีพ, รจนารถ ชูใจ, อัจฉรา อ่วมเครือ, และกฤษณา เปรมวงศ์. (2556). บันทึกการเยี่ยมบ้าน. http://www.bcnr.ac.th/article/p11111.pdf
บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 7). สุวีริยาสาส์น.
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2560). การดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง. https://www.thaihealth.or.th/?p=240498
สำนักการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครยะลา. (2564). โครงการพัฒนาการดูแลสุขภาพผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ในเขตเทศบาลนครยะลา ปี 2564. เทศบาลนครยะลา.
Frenk, J., Chen, L., Bhutta, Z. A., Cohen, J., Crisp, N., Evans, T., … Zurayk, H. (2010). Health professionals for a new century: Transforming education to strengthen health systems in an interdependent world. The Lancet, 376(9756), 1923–1958.
Kolb, D. A. (2015). Experiential learning: Experience as the source of learning and development (2nd ed.). Pearson Education.
Ladhani, Z., Scherpbier, A. J. J. A., & Stevens, F. C. J. (2012). Competencies for undergraduate community-based education for the health professions—A systematic review. Medical Teacher, 34(9), 733–743. DOI: 10.3109/0142159X.2012.700742
Scannapieco, F. A., & Shay, K. (2014). Oral health disparities in older adults: Oral bacteria, inflammation, and aspiration pneumonia. Dental Clinics of North America, 58(4), 771–782.
Van der Maarel-Wierink, C. D., Vanobbergen, J. N., Bronkhorst, E. M., Schols, J. M., & de Baat, C. (2013). Oral health care and aspiration pneumonia in frail older people: A systematic literature review. Gerodontology, 30(1), 3–9.
World Health Organization. (2015). World report on ageing and health. WHO.
World Health Organization. (2016). Framework on integrated, people-centred health services. WHO.
Zeydani, A., Atashzadeh-Shoorideh, F., Abdi, F., Hosseini, M., Zohari-Anboohi, S., & Skerrett, V. (2021). Effect of community-based education on undergraduate nursing students’ skills: A systematic review. BMC Nursing, 20, 233. DOI: 10.1186/s12912-021-00755-4
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดสุพรรณบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม ที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
2. บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม