ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อของเกษตรกร ตำบลทุ่งเขาหลวง อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด
คำสำคัญ:
ท่าทางการทำงาน, เกษตรกร, ยืดเหยียดกล้ามเนื้อบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ รูปแบบวิจัยแบบกึ่งทดลอง Quasi – Experimental Research วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากโรคกระดูกและกล้ามเนื้อของอาชีพเกษตรกร บ้านผักก้าม หมู่ 1 ตำบลทุ่งเขาหลวง อำเภอทุ่งเขาหลวง จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 40 คน เก็บข้อมูลโดยใช้ แบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับเรื่องท่าทางการทำงานที่เหมาะสม และแบบประเมินระดับความรุนแรงของอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการทำงาน แบบสอบถามมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.75 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ สถิติเชิงพรรณนา ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าคะแนนต่ำสุด – ค่าคะแนนสูงสุด และใช้สถิติเชิงอนุมานเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความรู้และระดับความรุนแรงของอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรม โดยใช้สถิติ Paired Sample T-test
ผลการศึกษา พบว่า หลังเข้าร่วมโปรแกรม เกษตรกรมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เกี่ยวกับเรื่องท่าทางการทำงานที่เหมาะสมเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p – value = 0.001) หลังเข้าร่วมโปรแกรม เกษตรกร มีคะแนนเฉลี่ยระดับความรุนแรงของอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อที่หลังส่วนล่างด้านซ้าย สะโพก/ต้นขาด้านซ้าย คอด้านขวา ไหล่ด้านขวา หลังส่วนล่างด้านขวา และสะโพก/ต้นขาด้านขวา ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p – value < 0.001) เกษตรกรมีคะแนนเฉลี่ยระดับความรุนแรงที่เท้าด้านขวา ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p – value = 0.023) ควรมีการจัดอบรมเรื่องท่าทางการทำงานที่เหมาะสม เพื่อลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากโรคกระดูกและกล้ามเนื้อของอาชีพเกษตรกร
Downloads
เอกสารอ้างอิง
2. World Health Organization. Musculoskeletal conditions. [Internet] 2017. [cited 2018 August 21]. Available from: https://www.who.int/mediacentre/factsheets
/musculoskeletal/en/
3. Grandjean, E. A teat book of occupational ergonomics. Taylon: Francis; 1988.
4. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. จำนวนและอัตราผู้ป่วยในจากโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ. [อินเตอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 23 กันยายน 2561]. เข้าถึงได้จากhttps://envocc.ddc.moph.go .th/uploads/situation/4_5_ situation.pdf
5. สำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งเขาหลวง. จำนวนประชากรทั้งหมดของพื้นที่อำเภอทุ่งเขาหลวง.
ร้อยเอ็ด: สำนักงานเกษตรอำเภอทุ่งเขาหลวง; 2560.
6. โรงพยาบาลทุ่งเขาหลวง. ข้อมูลการเข้ารับบริการผู้ป่วยด้วยโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ. ร้อยเอ็ด: กลุ่มงานเวชระเบียน โรงพยาบาลทุ่งเขาหลวง; 2561.
7. โสภาพรรณ อินต๊ะเผือก. การดูแลรักษาจากโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ. [อินเตอร์เน็ต]. 2559. [เข้าถึงเมื่อ 25 กันยายน 2561]. เข้าถึงได้จาก https://www.smnc.ac.th/ULIB6/searching.php? MAUTHOR
8. สำนักงานโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม. แบบประเมินความเสี่ยงอาการผิดปกติของระบบโครงร่างกระดูกและกล้ามเนื้อ. [อินเตอร์เน็ต]. 2559. [เข้าถึงเมื่อ 21 กันยายน 2561, เข้าถึงได้จาก https://envocc.ddc.moph.go.th/uploads/media/manual/Guidelines_Health_Services.pdf
9. Bloom, B.S.. Handbook on Formative and Summative of Student Learning. New York: Mc Graw Hill; 1997.
10. วสุวัฒน์ กิติสมประยูรกุล, จักรกริช กล้าผจญ, อภิชนา โฆวินทะ. แบบประเมินความเจ็บปวด short-form McGill painquestionnaire. 2547; 14(3): 83-93
11. นิวัฒน์ วงศ์ใหญ่, เพชรัตน์ ศิริสุวรรณ, จิรวุฒิ กุจะพันธ์. การดำเนินงานด้านการยศาสตร์อย่างมีส่วนร่วมเพื่อลดการเกิดอาการผิดปกติของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อของพนักงานโรงสีข้าว กลุ่มเกษตรกรทำนานาโส่ ตำบลนาโส่ อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2560;11(2):378-385.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและสุขภาวะ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
