ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนใน ตำบลละหาร อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี
คำสำคัญ:
ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมสุขภาพ, สุขภาพบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาหาความสัมพันธ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนตำบลละหาร อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ ประชาชนอายุ 30 ปีขึ้นไป ที่มีทะเบียนบ้านในตำบลละหาร อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี จำนวน 330 คน ได้จากการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ Daniel และสุ่มตัวอย่างแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ. 2ส. 1ฟ. 1น. ซึ่งมีค่าความตรงเชิงเนื้อหา เท่ากับ 0.89 และค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.78 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมานโดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยพบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพในภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก (M = 3.09, SD = 1.02) โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการสื่อสาร (M = 3.41) รองลงมาคือ ด้านการตัดสินใจ (M = 3.32) และด้านการเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพ (M = 3.31) พฤติกรรมสุขภาพในภาพรวมอยู่ในระดับพอใช้ (M = 2.07, SD = 1.07) โดยพฤติกรรมด้านการดูแลสุขภาพฟันมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (M = 3.49) รองลงมาคือ พฤติกรรมด้านการไม่สูบบุหรี่ (M = 3.32) และพฤติกรรมการบริโภคอาหาร (M = 3.31) ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์พบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพทุกด้าน ได้แก่ ด้านการเข้าถึงข้อมูล ด้านการเข้าใจข้อมูล ด้านการสื่อสาร ด้านการตัดสินใจ ด้านการประเมินข้อมูล และด้านการประยุกต์ใช้ข้อมูล มีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P< 0.01) โดยด้านการเข้าใจข้อมูลสุขภาพมีความสัมพันธ์สูงที่สุด (r = 0.65)
การนำไปใช้ประโยชน์ หน่วยงานสาธารณสุขควรส่งเสริมและพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพควบคู่กับการสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนรอบด้านอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2565). คู่มือการดำเนินงานสุขศึกษาหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ. โรงพิมพ์กองสุขศึกษา.
ชุลีลักษณ์ หนูเสน. (2564). การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรังโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยนวัตกรรมด้านสุขภาพและการพัฒนา, 2(3), 131-145.
ประไพพิศ สิงหเสม, พอเพ็ญ ไกรนรา, และวรารัตน์ ทิพย์รัตน์. (2562). ความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ. 2 ส. ของผู้สูงอายุตำบลหนองตรุด จังหวัดตรัง. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนีอุตรดิตถ์, 11(1), 37-51. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/unc/article/view/172472
พัชรินทร์ มณีพงศ์, วลัยพร สิงห์จุ้ย, สัญญา สุขขำ, และเพ็ชรน้อย ศรีผุดผ่อง. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ. 2 ส. ของประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุพรรณบุรี, 4(1), 84-93. https://he02.tci-thaijo.org/index. php/SNC/article/view/256722/174708
ทรรศนีย์ บุญมั่น (2566). ปัจจัยความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมสุขภาพ 3อ. 2ส. ของประชาชน อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนอร์ทเทิร์น, 4(1), 137–152. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/scintc/article/view/1229
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2566). สถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ในประเทศไทย. https://resource.thaihealth.or.th
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนนทบุรี. (2566). รายงานสถานการณ์สุขภาพจังหวัดนนทบุรี ปีงบประมาณ 2566. กระทรวงสาธารณสุข.
สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง. (2567). สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร. https://stat.bora.dopa.go.th
Berkman, N. D., Sheridan, S. L., Donahue, K. E., Halpern, D. J., & Crotty, K. (2011). Low health literacy and health outcomes: An updated systematic review. Annals of Internal Medicine, 155(2), 97–107. https://doi.org/10.7326/0003-4819-155-2-201107190-00005
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.
Daniel C. Mays. (2008). Supporting and reataining viallage health teams: An assessment of acommunity health worker program in two Ugadan dirticts. International Journal for Equity in Health 16, 129.
Lu, C., Liao, B., Nie, J., Wang, W., & Wang, Y. (2020). The association between sleep duration and chronic diseases: A population-based cross-sectional study. Sleep Medicine, 73, 217–222. https://doi.org/10.1016/j.sleep.2020.05.005
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12), 2072–2078. https://doi.org/10.1016/j.socscimed.2008.09.050
Pender, N. J., Murdaugh, C. L., & Parsons, M. A. (2015). Health promotion in nursing practice (7th ed.). Pearson.
Sørensen, K., Van den Broucke, S., Fullam, J., Doyle, G., Pelikan, J., Slonska, Z., & Brand, H. (2012). Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health, 12, 80. https://doi.org/10.1186/1471-2458-12-80
World Health Organization. (2018). Health literacy: The solid facts. https://www.who.int/europe/publications/i/item/health-literacy-the-solid-facts (who.int in Bing)
World Health Organization. (2018). Health literacy: The solid facts. https://www.euro.who.int/__data/assets/pdf_file/0008/148062/e96854.pdf
World Health Organization. (2024). Noncommunicable diseases. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases
World Health Organization. (2021). Sustainable development goals: Health targets. World Health Organization.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 มหาวิทยาลัยคริสเตียน

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.