ปัจจัยทำนายความล่าช้าในการมารับบริการของผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
Keywords:
ความล่าช้า, ผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน, การตอบสนองการรับรู้ในด้านต่างๆAbstract
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัจจัยทำนายความล่าช้าในการมารับบริการที่โรงพยาบาลของผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยความสัมพันธ์เชิงทำนาย
วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน จำนวน 148 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่มาตามนัดและนอนโรงพยาบาลด้วยภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันไม่เกิน 2 เดือน โดยใช้แบบสอบถามการตอบสนองต่ออาการต่างๆ มีค่าสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบาคเท่ากับ .67 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสมการถดถอยโลจิสติก
ผลการวิจัย: พบว่า ผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันส่วนใหญ่ (64.2%) เป็นเพศชาย อายุเฉลี่ย 53.59 ปี ประมาณ 2 ใน 3 (64.9%) ของผู้ป่วยกลุ่มอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันมีความล่าช้าในการมารับบริการที่โรงพยาบาล โดยรวมตัวแปรที่ศึกษาทั้งหมดร่วมกันทำนายความล่าช้าได้ร้อยละ 52.1 (Pseudo R2 = 0.521, p <0.05) ประกอบด้วย อายุ เพศ การตอบสนองด้านการรับรู้ การตอบสนองทางอารมณ์ การตอบสนองทางพฤติกรรม และการตอบสนองทางอารมณ์หรือพฤติกรรมของบุคคลอื่น โดยมี 5 ตัวแปร ที่สามารถทำนายความล่าช้าในการมารับบริการที่โรงพยาบาล ได้แก่ การตอบสนองทางพฤติกรรมโดยพยายามผ่อนคลาย (OR = 35.566, B = 3.571, p <.05) อยู่กับครอบครัวในขณะเกิดอาการ (OR = 0.041, B = -. 3.191, p <.05) การตอบสนองทางอารมณ์หรือพฤติกรรมของบุคคลอื่นแนะนำให้พักผ่อนและทานยา (OR = 0.056, B = -2.883, p <.01) อยู่ที่บ้านขณะเกิดอาการ (OR = 8.738, B = 2.168, p <0.01) รอให้อาการหายไป (OR = 2.722, B = 1.019, p <0.01)
สรุป พยาบาลควรส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการแสดงของภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเพื่อป้องกันความล่าช้าในการมารับบริการที่โรงพยาบาลDownloads
Issue
Section
License
Articles in this journal are copyrighted by the x may be read and used for academic purposes, such as teaching, research, or citation, with proper credit given to the author and the journal.use or modification of the articles is prohibited without permission.
statements expressed in the articles are solely the opinions of the authors.
authors are fully responsible for the content and accuracy of their articles.
other reuse or republication requires permission from the journal."