ผลของโปรแกรมการควบคุมอาหารต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหารและระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี
คำสำคัญ:
โรคเบาหวานชนิดที่ 2, การควบคุมอาหาร, ระดับน้ำตาลในเลือดบทคัดย่อ
การศึกษาผลของโปรแกรมการควบคุมอาหารต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหารและระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบสองกลุ่ม กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ ในพื้นที่ อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี สุ่มตัวอย่างอย่างง่าย จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 30 คน และกลุ่มควบคุม 30 คน เข้าร่วมโปรแกรมเป็นระยะเวลา 12 สัปดาห์ เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามก่อนและหลังการทดลอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนระหว่างกลุ่มก่อนและหลังการทดลอง ด้วยสถิติ Independent t–test เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนภายในกลุ่มก่อนและหลังการทดลอง ด้วยสถิติ Paired t–test
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมเป็นเพศหญิง ร้อยละ 73.33 และ ร้อยละ 70.00 อายุเฉลี่ย 59.33±9.31 ปี และ 62.87±8.79 ปี ตามลำดับ หลังการเข้าร่วมโปรแกรมกลุ่มทดลองมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารสูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมและสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.05 และมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมและต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.05 เห็นได้ว่าโปรแกรมการควบคุมอาหารต่อพฤติกรรมการรับประทานอาหารและระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี สามารถช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารได้ดีขึ้น และส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นหน่วยงานสาธารณสุขในระดับจังหวัดหรือเขตสุขภาพ ควรสนับสนุนให้มีการดำเนินโปรแกรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการเข้ากับงานคลินิกเบาหวานในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ป่วยทุกคนได้รับการส่งเสริมด้านความรู้และทักษะการดูแลตนเอง
เอกสารอ้างอิง
กฤตกร หมั่นสระเกษ, ทัศนีย์ รวิวรกุล และสุนีย์ ละกำปั่น. (2562). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ใช้อินซูลิน. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล, 25(2), 87–103.
ดวงมณี วิยะทัศน์ และอุไร ศิลปะกิจโกศล. (2561). ผลของโปรแกรมการจัดกิจกรรมกลุ่มเรียนรู้ต่อพฤติกรรมสุขภาพ และระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ในคลินิกโรคเบาหวาน โรงพยาบาลพนมสารคาม. วารสารการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ไทย, 5(2), 39–54.
ทรงกรฎ ศฤงคาร, มยุรี นิรัตธราดร และปรีย์กมล รัชนกุล. (2563). ผลของโปรแกรมส่งเสริมการจัดการตนเองและครอบครัวต่อพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลและระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ธมภร โพธิรุด, สุมิตรา พรานฟาน และกวิสรา สงเคราะห์. (2563). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการจัดการตนเอง และระดับฮีโมโกลบินเอวันซีของผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลเชียงกลาง จังหวัดน่าน. วารสารพยาบาล, 6(2), 11–20.
พงเดษ์เดช สารการ. (2558). ชีวสถิติพื้นฐานและการวิเคราะห์ข้อมูล: STATA10. พิมครั้งที่ 1. โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
วรางคณา บุตรศรี, รัตนา บุญพา และชาญณรงค์ สิงห์บรรณ. (2564). ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 18(1), 13–25.
วัชราภรณ์ นาฬิกุล, ลำไพร แทนสา และสุรภา พิลาออน. (2563). ผลของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองต่อการควบคุม ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้ โรงพยาบาลเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 2(1), 77–90.
วีรชัย ศรีวณิชชากร. (2566). การป้องกันโรคเบาหวานสำหรับประเทศไทย. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 31(2), 363–375.
ศิริมา ลีละวงศ์, ธีรพร สถิรอังกูร และยุรีพรรณ วณิชโยบล. (2564). รูปแบบการพยาบาลในการสร้างเสริมการจัดการสุขภาพตนเองของกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลแบบระยะยาวและผู้ดูแล (พิมพ์ครั้งที่ 1). กองการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข.
อติญาณ์ ศรเกษตริน, จินตนา ทองเพชร, จุไรรัตน์ ดวงจันทร์ และนงณภัทร รุ่งเนย. (2566). ประสิทธิผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพร่วมกับ การสนับสนุนการจัดการตนเอง ต่อพฤติกรรมการจัดการ ตนเอง และผลลัพธ์ทางคลินิกของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 ร่วมกับความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 32(2), 299–311.
อ้อมฤทัย มั่นในบุญธรรม. (2562). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและชะลอไตเสื่อม ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสำราญ. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 1(2), 121–132.
Aboelnasr, M. S., Shaltout, A. K., AlSheikh, M. R., Abdelhameed, A. H., & Elrefaey, W. (2020). Diabetic kidney disease in patients newly diagnosed with type-2 diabetes mellitus: Incidence and associations. Saudi Journal of Kidney Diseases and Transplantation, 31(1), 191–199.
Albargawi, M., Snethen, J., Al Gannass, A., & Kelber, S. (2017). Relationship between person’s health beliefs and diabetes self-care management regimen. Journal of Vascular Nursing, 35(4), 187–192.
American Diabetes Association. (2019). 16. Diabetes advocacy: Standards of medical care in diabetes—2019. Diabetes Care, 42(Supplement_1), S182–S183.
American Diabetes Association. (2022). Standards of medical care in diabetes—2022 abridged for primary care providers. Clinical Diabetes, 40(1), 10–38.
Angkana sateintavon. (2023). Factors Associated with Health Promotion Behaviors of Diabetes Risk Groupsin Phak Than Subdistrict. STOU Academic Journal of Research and Innovation (Humanities and Social Science)(Online), 3(1), 56–67.
Health Data Center. (2567). อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน ปีงบประมาณ 2564-2566. https://hdcservice.moph.go.th/
International Diabetes Federation. (2021). Diabetes around the world in 2021. https://diabetesatlas.org/
Kanfer, R., Ackerman, P. L., & Heggestad, E. D. (1996). Motivational skills & self-regulation for learning: A trait perspective. Learning and Individual Differences, 8(3), 185–209.
Nejhaddadgar, N., Darabi, F., Rohban, A., & Solhi, M. (2019). The effectiveness of self-management program for people with type 2 diabetes mellitus based on PRECEDE-PROCEDE model. Diabetes & Metabolic Syndrome: Clinical Research & Reviews, 13(1), 440–443.
Pamungkas, R. A., & Chamroonsawasdi, K. (2020). Self-management based coaching program to improve diabetes mellitus self-management practice and metabolic markers among uncontrolled type 2 diabetes mellitus in Indonesia: A quasi-experimental study. Diabetes & Metabolic Syndrome: Clinical Research & Reviews, 14(1), 53–61.
Wu, J., Lin, Z., Liu, Z., He, H., Bai, L., & Lyu, J. (2020). Secular trends in the incidence of eating disorders in China from 1990 to 2017: A joinpoint and age–period–cohort analysis. Psychological Medicine, 1–11. Cambridge Core. https://doi.org/10.1017/S0033291720002706
Zhao, L., Ciallella, H. L., Aleksunes, L. M., & Zhu, H. (2020). Advancing computer-aided drug discovery (CADD) by big data and data-driven machine learning modeling. Drug Discovery Today, 25(9), 1624–1638.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลที่เผยแพร่ในวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความโดยตรง
บทความ เนื้อหา ข้อมูล รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามทุกครั้ง