การพัฒนาแบบประเมินสมรรถนะพยาบาลศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ
คำสำคัญ:
แบบประเมินสมรรถนะ , พยาบาลศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ, โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สภาพการณ์ของสมรรถนะพยาบาลศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ 2) พัฒนาแบบประเมินสมรรถนะพยาบาลศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ และ 3) ประเมินความเหมาะสมของแบบประเมินที่พัฒนาขึ้น การวิจัยและพัฒนานี้ ผู้เข้าร่วมการศึกษา มี 2 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มตัวอย่างสำหรับการให้ข้อมูล คัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเข้าด้วยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 7 คน และ กลุ่มที่ 2 พยาบาลปฏิบัติการทั้งหมด คัดเลือกตามเกณฑ์การคัดเข้าด้วยการสุ่มอย่างง่าย จำนวน 42 คน เครื่องมือการวิจัยมี 3 ชุด คือ 1) แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง 2) แบบประเมินสมรรถนะพยาบาลศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะ มีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหารายข้อระหว่าง .80 -1.00 ค่าความตรงเชิงเนื้อหารายฉบับ .95 ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของคอนบาค .98 และค่าความเที่ยงระหว่างผู้ประเมิน .97 และ 3) แบบประเมินความเหมาะสมของแบบประเมินที่พัฒนาขึ้น ได้ค่าความเที่ยงระหว่าง .60-1.00 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และใช้สถิติพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า 1) สภาพการณ์ของสมรรถนะพยาบาลศัลยกรรมระบบทางเดินปัสสาวะประกอบด้วยสมรรถนะหลัก 6 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านจริยธรรม จรรยาบรรณ และกฎหมาย (2) ด้านความรู้และทักษะการดูแลผู้ป่วย (3) ด้านการสื่อสารและทำงานเป็นทีม (4) ด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ (5) ด้านการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการดูแลผู้ป่วย และ (6) ด้านการให้คำปรึกษาและสนับสนุนผู้ป่วยและครอบครัว 2) แบบประเมินสมรรถนะพยาบาลศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะที่พัฒนาขึ้นจากสภาพการณ์และบริบทหน่วยงานในปัจจุบัน ประกอบด้วย 8 สมรรถนะหลัก ได้แก่ (1) สมรรถนะคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ กฎหมายวิชาชีพในการปฏิบัติพยาบาล (2) สมรรถนะความรู้ ทักษะการดูแลรักษาผู้ป่วยศัลยกรรมฯ (3) สมรรถนะการป้องกัน ฟื้นฟูสุขภาพ การยอมรับภาพลักษณ์ของผู้ป่วยศัลยกรรมฯ (4) สมรรถนะการพัฒนาตนเอง (5) สมรรถนะการจัดการข้อมูลและใช้หลักฐานเชิงประจักษ์เพื่อพัฒนาคุณภาพการพยาบาล (6) สมรรถนะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ (7) สมรรถนะการทำงานเป็นทีมและมีมนุษยสัมพันธ์ (8) สมรรถนะการคิดในเชิงวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ โดยกำหนดเป็นพฤติกรรมชี้วัดให้เห็นถึงลักษณะของสมรรถนะที่ต้องการประเมินมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ ซึ่งแบบประเมินมีความสอดคล้องกับการปฏิบัติงานในบริบทจริงสามารถสะท้อนระดับสมรรถนะของพยาบาลได้อย่างเหมาะสม และ 3) ความเหมาะสมของแบบประเมินที่พัฒนาขึ้นมีค่าคะแนนเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
ศนิกานต์ ศรีมณี, ชนิดา มัททวางกูล และเพ็ญรุ่ง นวลแจ่ม. (2563). การพัฒนาตัวบ่งชี้สมรรถนะการพยาบาลอนามัยชุมชนของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม, 20(39), 20–35.
โศศิษฐา ไชยมนตรี, & อารีย์วรรณ อ่วมตานี. (2566). การศึกษาสมรรถนะพยาบาลจักษุ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยของรัฐ. วารสารพยาบาลทหารบก, 24(1), 289-297.
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. (2565). ทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล พ.ศ. 2564. สถาบันมะเร็งแห่งชาติ.
สภาการพยาบาล. (2552). ขอบเขตและสมรรถนะผู้ปฏิบัติการพยาบาลขั้นสูง สาขาต่าง ๆ. https://www.tnmc.or.th/images/userfiles/files/H014.pdf
สภาการพยาบาล. (2561). สมรรถนะหลักของผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก สาขาพยาบาลศาสตร์ หลักสูตรฝึกอบรมการพยาบาลขั้นสูงระดับวุฒิบัตรและได้รับวุฒิบัตร/หนังสืออนุมัติ แสดงความรู้ความชำนาญเฉพาะทางการพยาบาลและการผดุงครรภ์ และการพยาบาลเฉพาะทางสาขาพยาบาลศาสตร์. https://www.tnmc.or.th/images/userfiles/files/004.pdf
Benner, P. (1984). From novice to expert: Excellence and power in clinical nursing practice. Addison-Wesley.
Borg, W. R., & Gall, M. D. (1983). Educational research: An introduction (4th ed.). Longman.
Bowen, D. J., Kreuter, M., Spring, B., Cofta-Woerpel, L., Linnan, L., Weiner, D., Bakken, S., Kaplan, C. P., Squiers, L., Fabrizio, C., & Fernandez, M. (2009). How we design feasibility studies. American journal of preventive medicine, 36(5), 452–457. https://doi.org/10.1016/j.amepre.2009.02.002
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the Internal structure of tests. Psychometrika, 16, 297-334. https://doi.org/10.1007/BF02310555
DeVon, H. A., Block, M. E., Moyle-Wright, P., Ernst, D. M., Hayden, S. J., Lazzara, D. J., Savoy, S. M., & Kostas-Polston, E. (2007). A psychometric toolbox for testing validity and reliability. Journal of Nursing Scholarship, 39(2), 155–164. https://doi.org/10.1111/j.1547- 5069.2007.00161.x
European Association of Urology Nurses. (2024). EAUN guidelines: Urethral intermittent catheterisation in adults. https://nurses.uroweb.org/wp-content/uploads/EAUN-Guideline-Urethral-intermittent-catheterisation-in-adults-2024.pdf
Koo, T. K. & Li, M. Y. (2016). A guideline of selecting and reporting intraclass correlation coefficients for reliability research. Journal of Chairopractic Medicine, 15(2), 155-163. https://doi.org/10.1016/j.jcm.2016.02.012
Life Science Intelligence. (2024). Global urological surgical procedure volumes database: Procedures in 2024. https://www.lifesciencemarketresearch.com/procedure-volumes/urological-surgical-procedure-volumes
Polit, D. F., & Beck, C. T. (2017). Nursing research: Generating and assessing evidence for nursing practice (10th ed.). Lippincott Williams & Wilkins.
Quallich, S.A., Bumpus, S.M., Ardisson, KM., & Lajiness, M.J. (2021). Updated competencies for the nurse practitioner working with adult urology patients. Urologic Nursing, 41(3), 126-140.
Thai Health Official. (2562). รู้ทัน โรคระบบทางเดินปัสสาวะ. https://www.thaihealth.or.th/?p=235953
Urology Nurses of Canada. (2014). Standards of urologic nursing practice. https://unc.org/wp-content/uploads/2020/04/sop-2014nov.pdf
Waltz, C.F., Strickland, O. & Lenz, E.R. (2010). Measurement in nursing and health research (4th ed.). Springer Publishing Company.
World Health Organization. (2024). Ageing and health. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/ageing-and-health.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลที่เผยแพร่ในวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความโดยตรง
บทความ เนื้อหา ข้อมูล รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามทุกครั้ง