ภาวะผิดปกติที่พบบ่อยในระหว่างการคลอด : การนำไปใช้ในการสอนนักศึกษาพยาบาล

ผู้แต่ง

  • Chirawan Winalaivanakoon, Lecturer มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ

คำสำคัญ:

ภาวะผิดปกติ, ระยะคลอด, การสอน, นักศึกษาพยาบาล

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ

 

ปัจจุบันสังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรอย่างรวดเร็ว จากจำนวนการเกิดที่มีจำนวนน้อยลงจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น คนส่วนใหญ่มีค่านิยมในการอยู่เป็นโสดมากขึ้น มีการแต่งงานช้าลง มีบุตรจำนวนน้อยลงหรือไม่มีบุตรเลย ประชากรผู้สูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากปัญหาจำนวนการเกิดลดลงแล้วยังประสบกับปัญหาการเกิดที่มีคุณภาพซึ่งเป็นผลที่ตามมาจากภาวะเสี่ยงหรือภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในระหว่างการคลอดทั้งในระยะที่ 1 ระยะที่ 2 ระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ของการคลอด จากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญด้านการพยาบาลสูติศาสตร์ซึ่งเป็นพยาบาลแผนกห้องคลอดของโรงพยาบาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในปี พ.ศ.2558 เกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหามารดาที่มีความผิดปกติและภาวะแทรกซ้อนในระยะคลอดที่พบบ่อย สรุปได้ว่า มารดาที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับปัจจัยการคลอด ได้แก่ แรงผลักดัน หนทางคลอด และสิ่งที่จะผ่านออกมาทางช่องคลอด มารดาที่มีภาวะแทรกซ้อนในระยะที่ 1 และระยะที่ 2 ของการคลอด ได้แก่ ภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด การคลอดก่อนกำหนด การคลอดเกินกำหนด การคลอดติดขัด และภาวะเครียดของทารกในครรภ์ มารดาที่มีภาวะแทรกซ้อนในระยะที่ 3 และระยะที่ 4 ของการคลอด ได้แก่ ภาวะตกเลือดหลังคลอด และรกค้าง สูติศาสตร์หัตถการที่พบบ่อย ได้แก่ การผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้อง และการชักนำการคลอด ดังนั้น การนำสถานการณ์ปัญหาดังกล่าวไปใช้ในการสอนนักศึกษาพยาบาลทั้งในภาคทฤษฎีและในภาคปฏิบัติจึงมีความสำคัญ เพราะเมื่อสำเร็จการศึกษาเป็นบุคลากรทางการพยาบาลแล้วควรจะรู้เท่าทันต่อสถานการณ์และตระหนักถึงความสำคัญของความผิดปกติ หรือ ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในระยะคลอด จึงจะสามารถให้การดูแลเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว นำไปสู่การคลอดที่ปลอดภัย ทารกแรกเกิดมีสุขภาพแข็งแรง พร้อมที่จะเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป

เอกสารอ้างอิง

เอกสารอ้างอิง
จิราวัลณ์ วินาลัยวนากูล. (2558). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้ยุทธวิธีอภิปัญญาที่ส่งเสริมความสามารถในการถ่ายโยงการเรียนรู้และการแก้ปัญหาทางการพยาบาลของนิสิตพยาบาล. วิทยานิพนธ์ กศ.ด. สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน, มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ตรีชฎา ปุ่นสำเริง และ สุพรรณี กัณหดิลก. (2560). การตัดสินทางคลินิก : ทักษะจำเป็นสำหรับการปฏิบัติการพยาบาล. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม. ปีที่ 18 ฉบับที่ 35 : หน้า 81-94.
มณฑาทิพย์ ไชยศักดิ์. (2557). ระเบียบวิธีการสอนการพยาบาลในคลินิก. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : บริษัท ธนาเพลส จำกัด.
มาลีวัล เลิศสาครศิริ, วรรณี เดียวอิศเรศ และสุดารัตน์ สุวารี.(2555). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับผลการปฏิบัติการพยาบาลสูติศาสตร์ของนักศึกษาพยาบาลสถาบันอุดมศึกษาเอกชน. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 35(2), หน้า 92.
ระบบฐานข้อมูลด้านสังคมและคุณภาพชีวิต. จำนวนและอัตรามารดาตายต่อเกิดมีชีพ 100,000 คน จำแนกรายภาคปีพ.ศ.2544-2559 รายปี.(2561). วันที่สืบค้นข้อมูล 15 กุมภาพันธ์ 2561, เข้าถึงได้จากhttps://social.nesdb.go.th/social/Default.aspx?tabid=131
ระบบฐานข้อมูลด้านสังคมและคุณภาพชีวิต.จำนวนประชากร การเกิด และการตาย ทั่วราชอาณาจักร ปี พ.ศ. 2536 - 2560 รายปี. (2561). วันที่สืบค้นข้อมูล 15 กุมภาพันธ์ 2561, เข้าถึงได้จากhttps://social.nesdb.go.th/SocialStat/StatReport_Final.aspx?reportid=68&template=2R1C&yeartype=M&subcatid=1)
สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ.2560-2569) ว่าด้วยการส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ. (2560). วันที่สืบค้นข้อมูล 2 มีนาคม 2561, เข้าถึงได้จากhttps://rh.anamai.moph.go.th/download/all_file/brochure/layout%20%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2.pdf
สุภาพ ไทยแท้. (2554). การพยาบาลสูติศาสตร์ : ภาวะผิดปกติในระยะคลอด. กรุงเทพฯ : บริษัทวี. พริ้นท์ (1991) จำกัด.
Abraham Wayu and Berhan Yifru. (2014). Predictors of labor abnormalities in university hospital : unmatched case control study. BMC Pregnancy and Childbirth. 14(256) : 1-11. [online]. Retrieved on March 19, 2018, from : https://www.biomedcentral.com/1471-2393/14/256
Çinar, N., Sözeri, C., Şahin, S., Cevahir, R. and Say, M. (2010). Problem Solving Skills of the Nursing and Midwifery Students and Influential Factors. Revista Eletronica de Enfermagem. 12(4), p. 602.
Hoque Monjurul. (2011). Incidence of Obstetric and Foetal Complications during Labor and Delivery at a Community Health Centre, Midwives Obstetric Unit of Durban, South Africa. ISRN Obstetrics and Gynecology. 2011: 1-6. [online]. Retrieved on March 20, 2018,from : https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3147131/
Jie-hui Xu.(2016).Toolbox of teaching strategies in nurse education. Chinese Nursing Research. 3 : 54-57. [online]. Retrieved on December 15, 2017,from : https://www.journals.elsevier.com/chinese-nursing-research
K.F. Phillips et al. (2017). Clinical education and student satisfaction: An integrative literature Review. International Journal of Nursing Sciences. 4 : 205-213. [online]. Retrieved on December 15, 2017,from : https://www.elsevier.com/journals/international-journal-ofnursing-sciences/2352-0132
MacKeith Nancy and Bichiok Wur Wal. (2013). The baby has not come : obstructed labour. South Sudan Medical Journal. 6 (1) : 7-9. [online]. Retrieved on March 19, 2018, from : https://www.southsudanmedicaljournal.com
U. Ezeobi Stella et.al. (2016). A review of abnormal birth positions and complications in Uyo, Akwa Ibom State. Journal of Experimental and Clinical Anatomy. 15(1) : 5-8. [online]. Retrieved on March 19, 2018, from : https://www.jecajournals.org

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-02-01

รูปแบบการอ้างอิง

Winalaivanakoon, C. (2019). ภาวะผิดปกติที่พบบ่อยในระหว่างการคลอด : การนำไปใช้ในการสอนนักศึกษาพยาบาล. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม, 19(37), 135–147. สืบค้น จาก https://he01.tci-thaijo.org/index.php/nursingsiamjournal/article/view/154645