การพัฒนาไอศกรีมซุปครีมเสริมโภชนาการสำหรับสตรีตั้งครรภ์
คำสำคัญ:
ไอศกรีมซุปครีม, อาหารเสริม, สตรีตั้งครรภ์บทคัดย่อ
การส่งเสริมภาวะโภชนาการขณะตั้งครรภ์เป็นบทบาทสำคัญของพยาบาลวิชาชีพ การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ไอศกรีมซุปครีมต้นแบบและศึกษาความชอบรวมทั้งการยอมรับผลิตภัณฑ์โดยใช้ ADDIE Model กลุ่มตัวอย่างคือสตรีตั้งครรภ์จำนวน 40 คน รวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามความชอบและการยอมรับผลิตภัณฑ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา
ผลการพัฒนาได้ไอศกรีมซุปเห็ดและไอศกรีมซุปฟักทอง ให้พลังงาน 120–122 กิโลแคลอรี/100 กรัม ไอศกรีมซุปฟักทองมีแคลเซียมสูงกว่า ทั้ง 2 สูตรมีโปรตีนและโฟเลตต่ำ แต่มีโซเดียมสูงกว่าความต้องการเล็กน้อย กลุ่มตัวอย่างชอบไอศกรีมซุปฟักทองระดับมากทุกด้าน ( = 7.35, SD 1.53) สำหรับไอศกรีมซุปเห็ดระดับปานกลาง ( = 5.82, SD 2.12) ร้อยละ 72.5 เห็นด้วยให้มีผลิตภัณฑ์ ร้อยละ 55 จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ โดยร้อยละ 40 เลือกบริโภคเป็นอาหารว่าง ร้อยละ 50 เห็นว่ามีคุณค่าทางโภชนาการ ข้อเสนอแนะให้ปรับสีสัน รสชาติ กลิ่น และเนื้อสัมผัสให้เหมือนไอศกรีมมากขึ้น
โดยสรุปไอศกรีมซุปครีมทั้งสองสูตรมีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมและเป็นที่ยอมรับ จึงอาจพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมรูปแบบใหม่ที่ช่วยเสริมพลังงานและแคลเซียม แต่ควรปรับสูตรโดยเพิ่มโปรตีนและโฟเลต ลดโซเดียม และปรับเนื้อสัมผัสให้ใกล้เคียงกับไอศกรีมมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย. (2560). นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาสุขภาพการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560–2569) เพื่อส่งเสริมการเกิดและการเติบโตที่มีคุณภาพ. https://shorturl.asia/X9Me7
กรมอนามัย. (2563). ปริมาณสารอาหารอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันสำหรับคนไทย. กระทรวงสาธารณสุข.
กรมอนามัย. (2564). รายงานภาวะโภชนาการสตรีมีครรภ์ ในประเทศไทย พ.ศ. 2564. กระทรวงสาธารณสุข.
กรมอนามัย. (2566). ฐานข้อมูลกลาง กรมอนามัย. https://dohdatacenter.anamai.moph.go.th/index.php?r=groupdata/index&group=1&id=1
ขจิต บุญประดิษฐ์, และ จุตพร ตันตะโนกิจ. (2566). อาหารและความปลอดภัยของอาหารต่อพัฒนาการด้านสมองของทารกในครรภ์. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 7(3), 12–23. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnsp/article/download/266156/180200/1128258
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2565). เกณฑ์การพิจารณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตามกฎหมาย. https://www.fda.moph.go.th
ธัญญมล สุริยานิมิตรสุข, และ ฐิตารี ดิษาภิรมย์. (2561). บทบาทพยาบาลในการส่งเสริมสุขภาพด้านโภชนาการของสตรีตั้งครรภ์. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 29(2), 174-185. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pnc/article/download/162173/116969
American College of Obstetricians and Gynecologists.(2024). Nausea and Vomiting of Pregnancy. https://www.acog.org/clinical/clinical-guidance/practice bulletin/articles/2018/01/nausea-and-vomiting-of-pregnancy.
Branch, R. M. (2009). Instructional design: The ADDIE approach. Springer.
Finkelstein, J. L., Cuthbert, A., Weeks, J., Venkatramanan, S., Larvie, D. Y., De-Regil, L. M., & Garcia-Casal, M. N. (2024). Daily oral iron supplementation during pregnancy. Cochrane Database of Systematic Reviews, 24(8), Article CD004736. https://doi.org/10.1002/14651858.CD004736.pub6
Food and Agriculture Organization of the United Nations. (2021). Nutrition guidelines and standards for school meals: A report from33 low and middle-income countries. FAO. https://www.fao.org/publications/card/en/c/CB2064EN
Gernand, A. D., Schulze, K. J., Stewart, C. P., West, K. P., Jr., & Christian, P. (2016). Micronutrient deficiencies in pregnancy worldwide: Health effects and prevention. Nature Reviews Endocrinology, 12(5), 274–289. https://doi.org/10.1038/nrendo.2016.37
Lowdermilk, D. L., Perry, S. E., Cashion, M. C., Alden, K. R., Olshansky, E., & Rhodes Alden, K. (2023). Maternity & women’s health care (13th ed.). Elsevier.
World Health Organization. (2023). Nutritional needs during pregnancy. https://shorturl.asia/ZDqzs
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลที่เผยแพร่ในวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์บทความโดยตรง
บทความ เนื้อหา ข้อมูล รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่หรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงวารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยามทุกครั้ง