แรงจูงใจในการปฏิบัติงานกับความผูกพันในองค์กรของบุคลากร คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ผู้แต่ง

  • ธัญญธร พัวพิทยาธร คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

DOI:

https://doi.org/10.14456/jmu.2026.24

คำสำคัญ:

แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน, ความผูกพันต่อองค์กร, คณะสาธารณสุขศาสตร์

บทคัดย่อ

            การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับแรงจูงใจและความผูกพัน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการทำงานกับความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยมุ่งเน้นการเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กร ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาความพึงพอใจและประสิทธิภาพในการทำงาน กลุ่มตัวอย่างคือ บุคลากรสายวิชาการและสายสนับสนุนจำนวน 52 คน และเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น (Cronbach's Alpha = 0.93) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน

            ผลการวิจัยพบว่า แรงจูงใจในการปฏิบัติงานในภาพรวมของบุคลากรคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อยู่ในระดับมาก ( equation = 4.02, S.D. 0.88) โดยด้านแรงจูงใจในความรับผิดชอบ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( equation = 4.38, SD = 0.68) รองลงมาคือ ด้านลักษณะของงานที่ปฏิบัติ ( equation = 4.36, S.D. 0.80) สำหรับความผูกพันต่อองค์กรในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( equation = 3.83, S.D. 0.86) โดยด้านความเต็มใจที่จะทุ่มเทให้กับองค์กร มีระดับความผูกพันที่ค่าเฉลี่ยสูงสุด ( equation = 3.95, SD = 0.77) รองลงมา คือ ด้านความเชื่อและการยอมรับเป้าหมายและค่านิยมองค์กร (equation  = 3.79, S.D. 0.92) และพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานกับความผูกพันต่อองค์กร ในภาพรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลาง โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (r = 0.481, p < .01)

เอกสารอ้างอิง

กฤตภาคิน มิ่งโสภา, บุษกร วัฒนบุตร, และ วิโรชน์ หมื่นเทพ. (2566). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี. วารสารวิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง, 12(3), 31-50.

ชยาพร ศิกษมัต. (2566). ความผูกพันต่อองค์การกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน: กรณีศึกษากองการเงินการคลังภาครัฐ กรมบัญชีกลาง. Procedia of Multidisciplinary Research, 1(7), 69-77.

ณัฐณิชา หิมทอง และปิยากร หวังมหาพร (2562). ความสัมพันธ์ของแรงจูงใจในการทำงานกับ ความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสาร สหวิทยาการวิจัย: ฉบับบัณฑิตศึกษา, 8(2), 144-152.

ธิตานันท์ พงศ์ละไม. (2560). คุณภาพชีวิตในการทำงานกับความผูกพันของพนักงานบริษัท เบรนน์แท็ก (ประเทศไทย) จำกัด. [สาร-นิพนธ์ปริญญาการจัดการมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหิดล]

ธวัชชัย แจ้งเจริญ และ ลักษณาวดี บุญยะศิรินันท์. (2564). ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจและความผูกพันในองค์การของบุคลากรในกลุ่มเจเนอเรชันวาย ของบริษัท อสังหาริมทรัพย์ จำกัด (มหาชน). วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 7(2), 320-333.

บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์, (2549). สถิติวิเคราะห์เพื่อการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 4). จามรีโปรดักท์.

มรกต เจียประเสริฐ. (2559). ความผูกพันต่อองค์การและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผูกพันต่อองค์การของพนักงานตำแหน่งวิศวกรของบริษัทแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร. [รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา]

มลฤดี ปุริเส, สุมิตรา ยาประดิษฐ์, พีระฉัตร คชลี, จันจิรา เผือกแสงทิพย์, และ วิจิตรา พนมทิพย์ทศพล. (2565). ความสัมพันธ์ระหว่างแรงจูงใจในการทำงานกับความผูกพันองค์กรของครูโรงเรียนเอกชนสังกัดสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดสมุทรสงคราม. วารสารวิชาการสถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, 8(1), 270-285.

วรินทร วรรธนอารีย์. (2562). ปัจจัยด้านแรงจูงใจในการทำงานที่ส่งผลต่อความผูกพันของเจ้าหน้าที่ธุรการสำนักงานอัยการในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. [การค้นคว้าอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].

สมนึก สอนเนย. (2546). ความพึงพอใจในการทำงานของพนักงาน บริษัทศิลาทวีโชค จังหวัด เพชรบูรณ์. [รายงานการวิจัย คณะรัฐ-ประศาสนศาสตร์, วิทยาลัยปทุมธานี]

สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2567, 1 กุมภาพันธ์). เกณฑ์คุณภาพการศึกษาเพื่อการดำเนินงานที่เป็นเลิศ ฉบับปี 2567-2570. สำนักมาตรฐานและประเมินผลอุดมศึกษา สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม.http://www.edpex.org/2024/02/edpex-2567-2570.html

อัจจิมา เสนานิวาส และ สรัญณี อุเส็นยาง (2565). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อความผูกพันของบุคลากร. วารสารสหวิทยาการวิจัยและวิชาการ, 2(1), 29-40.

อทิตยา เล็กประทุม และ เฉลิมขวัญ สิงห์วี. (2563) แรงจูงใจในการทำงาน ความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงานและความผูกพันต่อองค์กรของพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 46(1), 174-217.

Krejcie, R.V. & Morgan, D.W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-24

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย