A survey aged-friendly service behavior of hospital assistnant personnel in Srinagarind Hospital
DOI:
https://doi.org/10.14456/jmu.2024.30Keywords:
Behavior, Aged friendly, service staffAbstract
Aims: This study explored age-friendly service behavior in the support staff working in Srinagarind Hospital, Khon Kaen, Thailand.
Method: The support staff included nurse assistants, medical assistants, hospital porters, and hospital service staff. Data collection from comprised two sections including respondents’ demographics and the age-friendly service behavior evaluation form Content validity and reliability of age-friendly service behavior evaluation form were tested and had a score of 1.00 and 0.88-0.97, respectively. Descriptive statistics including frequency, mean, and standard deviation (SD) were used to report the findings. Data were collected between February and April 2032. A total of 478 respondents were included in the results.
Results: Most respondents were female (74.5%), aged 20-30 years old (31.2%), had experience working in a hospital 1-5 years (40.2%), and had an experience in providing care for elderly (65.9%). Nevertheless, the majority did not have any previous training of caring elderly (79.5%). When asked about their confidence level in providing care for elderly, 35.4% had high confidence level and 35.4% had a very high confidence level in providing care. The mean score of age-friendly service behavior classified by types of the support staff was nurse assistants (mean±SD; 4.38±0.53), hospital porters (4.34±0.43), medical assistants (4.20±0.52), and hospital service staff (4.04±0.82).
Conclusion: The age-friendly service behavior in all levels of the support staffs was found to be greater than the specified criteria. The study results should be used as a guideline for further developing the competency of the hospital's staff in caring for the elderly.
References
คณะทำงานระบบบริการพยาบาลผู้สูงอายุ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 4 แนวทางปฏิบัติที่เอื้ออาทรในการดูแลผู้สูงอายุ. [เอกสารอัดสำเนา]. ขอนแก่น: โรงพยาบาล; [ม.ป.ป.]
งานบริการพยาบาล โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. แบบคำบรรยายลักษณะงาน. [เอกสารอัดสำเนา]. ขอนแก่น: โรงพยาบาล; [ม.ป.ป.]
หน่วยเวชระเบียนและสถิติ. (2563). รายงานสถิติประจำปี.ขอนแก่น: หน่วยเวชระเบียนและสถิติโรงพยาบาลศรีนครินทร์. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
จิรา แก่นยะกูล. (2548). พฤติกรรมการดูแลของพยาบาลตามการรับรู้ของผู้สูงอายุไทยพุทธที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลศูนย์ภาคใต้. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่.บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
ถนอม จันทกุล. (2544). พฤติกรรมเชิงจริยธรรมของพยาบาลจากประสบการณ์ของผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล. วิทยานิพนธ์ พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้ใหญ่ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
นิตยา จันทบุตร, อมรรัตน์ ถิ่นขาม, ปฑิตตา สิมานุรักษ์ และ อรัญญิการ์ สระบงกช. (2559). การพยาบาลเอื้ออาทรผู้สูงอายุตามการรับรู้ของผู้สูงอายุที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล.การประชุมวิชาการและนําเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ราชธานีวิชาการ ครั้งที่ 1“สร้างเสริมสหวิทยาการ ผสมผสานวัฒนธรรมไทย ก้าวอย่างมั่นใจเข้าสู่ AC”. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชธานี.
ผ่องพรรณ อรุณแสง. (2554). ระบบบริการพยาบาลเอื้ออาทรผู้สูงอายุ: โมเดลของมหาวิทยาลัย ขอนแก่น (Age-friendly nursing service system:KKU model). เอกสารประกอบการปฐมนิเทศนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตร-มหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้สูงอายุ ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
วรรณา กุมารจันทร์, กฤษณา คงเคล้า, จิราพร วัฒนศรีสิน, กนกพร สุคำวัง. (2560). การให้บริการที่เอื้อ อาทรต่อผู้สูงอายุโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลขุนทะเล จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข, 27, 144– 157.
วรรณภา ศรีธัญรัตน์ และ ผ่องพรรณ อรุณแสง. (2550). การพัฒนางานประจำสู่นวัตกรรม: การพยาบาลเอื้ออาทรผู้สูงอายุ. ขอนแก่น: โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา.
วรุณยุพา รอยกุลเจริญ. (2550). การปฏิบัติการพยาบาล: การดูแลด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์. วารสารสภาการพยาบาล, 22, 5-8.
วรัญศิญา จิตต์เพียร. (2552). การพัฒนาบริการพยาบาลที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงอายุในหอผู้ป่วยอายุรกรรมโรงพยาบาลร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลผู้สูงอายุ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สภาการพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข. (2561, 23 กุมภาพันธ์). นโยบายสภาการพยาบาลเกี่ยวกับกำลังคนในทีมการพยาบาล.
https://www.tnmc.or.th/images/userfil es/files/003(1).pdf
สุนิสา ยุคะลัง, & ประสบสุข ศรีแสนปาง. (2560). การพัฒนาบริการสุขภาพที่เอื้ออาทรต่อผู้สูงอายุในหน่วยงานผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลโพนทอง. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ, 35(3), 196–203.
อรุณ จิรวัฒน์กุล. (2558). สถิติทางวิทยาศาสตร์สุขภาพเพื่อการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 4. วิทยพัฒน์.
Hatawaikarn, B., Aroonsang, P., & Phanphruk, W. (2012). Development of Age-friendly Nursing Care Scale perceptive by hospitalized older persons. Journal of Nursing’ Association of Thailand, North-Eastern Division, 30(2), 154-165
Krejcie, R. V, & Morgan, D, W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30, 607–610.
Suliman., W.A., Welmann, E., Omer, T., & Thomas, L. (2009). Applying Watson’s nursing theory to assess patient perceptions of being cared for in a multicultural environment. Journal of nursing research, 22(4), 293-300.
World Health organization [WHO]. (2004). Towards Age-friendly Primary Health Care. Retrieved January 21, 2021, from https://iris.who.int/handle/10665/43030
Downloads
Published
Issue
Section
License
Copyright (c) 2024 Mahidol R2R e-Journal

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความลิขสิทธิ์ (Copyright text)
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร Mahidol R2R e-Journal กองทรัพยากรบุคคล มหาวิทยาลัยมหิดล อนุญาตให้นำข้อความ เนื้อหา รูปภาพ ไปพิมพ์เผยแพร่ได้ แต่ห้ามนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ หรือมีเจตนาเอื้อผลประโยชน์ในทางธุรกิจใดๆ
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่าน ความรับผิดชอบ องค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
ผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflicts of Interest)
ผู้ประพันธ์ต้องเปิดเผยเป็นลายลักษณ์อักษร (ระบุในรายงาน)ถึงทุกปัจจัยรวมทั้งปัจจัยด้านการเงินที่อาจมีอิทธิผลต่อ การศึกษาผลการศึกษาหรือข้อสรุปจากรายงานการศึกษาวิจัย และจำเป็นต้องระบุหากได้รับการสนับสนุนทางการเงินจาก แหล่งทุนภายนอกเพื่อให้สอดคล้องกับคำประกาศของบรรณาธิการ ผู้ร่วมประพันธ์ทุกท่านต้องมีส่วนร่วมในผลงานการศึกษาวิจัย และควรมีการระบุไว้อย่างชัดเจนในหนังสือปะหน้าประกอบการส่งเรื่องที่จะตีพิมพ์ รวมทั้งระบุไว้ในส่วนของกิตติกรรมประกาศ (acknowledgements) ในตอนท้ายของรายงานต้นฉบับ