การพัฒนาโปรแกรม RE Management เพื่อการจัดการฐานข้อมูลเครื่องมือ/อุปกรณ์วิจัย

ผู้แต่ง

  • สุนิษา คงพิพัฒน์
  • ณัฑฐา ภัทรวิสิฐเศรษฐ์
  • ณฐมน ทองใบอ่อน

DOI:

https://doi.org/10.14456/jmu.2016.16

คำสำคัญ:

โปรแกรมสำเร็จรูป, Access 2010, RE management, เครื่องมือ/อุปกรณ์วิจัย

บทคัดย่อ

         โปรแกรม RE Management เพื่อการจัดการฐานข้อมูลเครื่องมือ/ อุปกรณ์วิจัย จัดทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในการปฏิบัติงานประจำ  โดยพัฒนามาจากโปรแกรมสำเร็จรูป Microsoft  Access  2010  ด้วยการออกแบบและพัฒนา Object ทั้งหมด 5 ประเภท คือ Table, Query, Form, Report และ Macro เพื่อจัดเก็บข้อมูลของเครื่องมือ/อุปกรณ์วิจัยให้ครอบคลุมตั้งแต่ประวัติการซื้อ การซ่อม การสอบเทียบ การบำรุงรักษา และความถี่ในการใช้งานเครื่องมือแต่ละปี และจัดเก็บข้อมูลของบริษัทที่ใช้ติดต่อประสานงาน ให้เป็นระบบ เป็นส่วนกลาง และสามารถใช้งานร่วมกันได้ด้วยการแชร์โปรแกรมผ่านระบบ Local Area Network ของสำนักงานการวิจัย การทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของโปรแกรมทำโดยให้เจ้าหน้าที่ของงานบริการเพื่อการวิจัย จำนวน 11 ท่าน ได้ทดลองใช้งานโปรแกรมเป็นเวลา 1 เดือนและทำแบบประเมินผลความพึงพอใจ ผลการวิจัยพบว่าโปรแกรม RE Management เพื่อการจัดการฐานข้อมูลเครื่องมือ/ อุปกรณ์วิจัย สามารถอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่  ในด้านการเรียกดูข้อมูลได้รวดเร็วมากขึ้น ค้นหาข้อมูลได้ง่าย การรายงานผลถูกต้องแม่นยำและรวดเร็วขึ้น ช่วยลดระยะเวลาการปฏิบัติงาน และช่วยลดการใช้กระดาษในการสำเนาเอกสาร และนอกจากนี้บุคลากรยังสามารถเปิดใช้งานโปรแกรมพร้อมกันได้ ผลการประเมินความพึงพอใจ สรุปได้ว่าอยู่ในระดับ “ดี” (gif.latex?\bar{x}= 4.50, SD = 0.56)

References

1. พันจันทร์ ธนวัฒนเสถียร, อัมรินทร์ เพ็ชรกุล. Access 2010 ฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพฯ: รีไวว่า; 2556.

2. จิรันดร บู๋ฮวดใช้. การพัฒนาเว็บไซด์สำหรับการค้นหาเบอร์โทรศัพท์นักวิจัยในมหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม. Mahidol R2R Journal 2558;2:16-24.

3. จีน่า อุมาล. คู่มือการใช้งานโปรแกรม Desktop Author 5.6.1 [อินเตอร์เน็ท]. [เข้าถึงเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2558]. เข้าถึงได้จาก: http://www.krurock.com/software/ebook.pdf

4. Austin R. Accesss All In One [Internet].Robert Austin; 2012 Sep -[cited 2015 March 1]..Available from: http://www.accessallinone.com/

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2016-12-30

ฉบับ

บท

บทความวิจัย