การพยาบาลผู้ป่วยช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และมีภาวะการหายใจล้มเหลวฉับพลัน ในระยะฉุกเฉิน : กรณีศึกษาเปรียบเทียบ
คำสำคัญ:
ภาวะช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด, ภาวะการหายใจล้มเหลวฉับพลัน, การพยาบาลระยะฉุกเฉินบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการพยาบาลผู้ป่วยช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือดและมีภาวะการหายใจล้มเหลวฉับพลัน ในระยะฉุกเฉิน และเพื่อศึกษาผลลัพธ์และเสนอแนวทางการพยาบาลผู้ป่วยช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือดและมีภาวะการหายใจล้มเหลวฉับพลัน กรณีศึกษา 2 ราย
รูปแบบการศึกษา: เชิงพรรณนาแบบย้อนหลัง กรณีศึกษาเปรียบเทียบ
วัสดุและวิธีการศึกษา: โดยทบทวนข้อมูลผู้ป่วยช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือดและมีภาวะการหายใจล้มเหลวฉับพลัน ในระยะฉุกเฉิน รวบรวมข้อมูลระยะฉุกเฉินโดยได้ใช้แบบประเมินแฟนคัสและแบบประเมินตามแบบแผนสุขภาพในระยะต่อเนื่องที่หอผู้ป่วยหนักวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษา: กรณีศึกษาที่ 1 ผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 77 ปี มาตรวจที่ห้องฉุกเฉินด้วย มีอาการเหนื่อย หายใจหอบ ร่วมกับมีอาการถ่ายอุจจาระเหลว ก่อนมา 9 ชั่วโมง แรกรับ แรกรับที่ห้องฉุกเฉิน BT 40.5 °C PR 148 bpm. RR 34 bpm. BP 86/57 mmHg. DTx. 294 mg/dl ได้รับการวินิจฉัยเป็น Infective Diarrhea, Septic Shock, Acute Respiratory Failure. มีภาวะ Hypoxia ได้ใส่ท่อช่วยหายใจ แก้ไขภาวะวิกฤตต่างๆ ที่แผนกฉุกเฉิน เป็นเวลา 4.25 ชั่วโมง จนอาการคงที่ จึงได้ย้ายผู้ป่วยเข้ารักษาต่อที่แผนกผู้ป่วยหนัก (ICU) รักษาต่ออีก 5 วัน จนอาการทุเลา และจำหน่ายกลับบ้าน กรณีศึกษาที่ 2 ผู้ป่วยชายไทยอายุ 73 ปี มาตรวจที่ห้องฉุกเฉินด้วยอาการมีไข้ หนาวสั่น สับสนก่อนมา 1 วัน แรกรับที่ห้องฉุกเฉิน BT 38.8°C. PR 134 bpm. RR 20 bpm. BP 88/51 mmHg. DTx. 244 mg/dl. ได้รับการวินิจฉัยเป็น Septic Shock, Acute Respiratory Failure ผู้ป่วยมีภาวะ Hypoxia ได้รับการใส่ท่อช่วยหายใจ และแก้ไขภาวะวิกฤตต่างๆ ที่แผนกฉุกเฉิน ประมาณ 4.18 ชั่วโมง จนอาการคงที่ จึงได้ย้ายผู้ป่วยเข้ารักษาต่อที่แผนกผู้ป่วยหนัก (ICU) รักษาต่ออีก 6 วัน จนอาการทุเลา และจำหน่ายกลับบ้าน
สรุปและข้อเสนอแนะ: รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือดและมีภาวะการหายใจล้มเหลวฉับพลัน ในระยะฉุกเฉินมีผลลัพธ์ที่ดีและสามารถใช้เป็นแนวทางการพยาบาลผู้ป่วยได้ ทั้งนี้การพยาบาลในห้องฉุกเฉินต้องตระหนักถึงเป้าหมายการพยาบาลตามการรักษาแบบมุ่งเป้า (Early Gold-Directed Therapy: EGDT) ภายใน 1 ชั่วโมง หรือ 6 ชั่วโมง (1 or 6 hour bundle) อย่างเข้าใจตรงกันของทีมดูแล ตามบริบทของโรงพยาบาล สำหรับพยาบาลห้องฉุกเฉินเอง หรือพยาบาลห้องผู้ป่วยแรกรับ จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาความรู้ สมรรถนะ และทักษะ การดูแลผู้ป่วยช็อกจากการติดเชื้อ การดูแลผู้ป่วยระบบหายใจล้มเหลวในระยะฉับพลัน รวมถึงการใช้แบบประเมินผู้ป่วยเพื่อเฝ้าระวังภาวะที่มีการทำงานผิดปกติของอวัยวะหลายระบบ จนเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด เช่น National Early Warning Score: NEWS Score หรือเครื่องมือประเมินผู้ป่วยวิกฤตอื่นๆ เช่น qSOFA , SOFA ส่วนพยาบาลในหอผู้ป่วยควรได้รับการพัฒนาความรู้ ทักษะ และสมรรถนะในการใช้แบบประเมินสำหรับการดักจับการติดเชื้อในกระแสเลือด ที่เป็นสัญญาณเตือนว่ามีการติดเชื้อในกระแสเลือดรุนแรงก่อนเข้าสู่ภาวะช็อกหรือภาวะวิกฤติ ได้แก่ การประเมิน Search out Severity Score (SOS) เป็นต้น
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. The World Health Organization’s first global report on sepsis [Internet]. 2025 [cited 2025 Oct 5]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/sepsis
Health Data Center, Ministry of Public Health [internet]. 2024 [cited 2024 Oct 5]. Available from: https://hdcservice.moph.go.th/hdc/reports/report.php?source.Thai.
กระทรวงสาธารณสุข. Healthkpi [Internet]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 5 ตุลาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: http://healthkpi.moph. go.th
Hanlumyuang G. The analysis of contributing factors to septic death in Pakkred Hospital. Journal of Preventive Medicine Association of Thailand. 2020;10(1):108-17.
Charoenpong L, Pholtawornkulchai K. Incidence and risk factors associated with mortality from sepsis At Chaophrayayommarat Hospital. Region 4-5 Medical Journal. 2020;39(4):542-60.
Mervyn S. Deutschman C S, Seymour C W, Shankar-Hari M, Annane D, Bauer M, et al. The Third International Consensus Definitions for Sepsis and Septic Shock (Sepsis-3). JAMA, 2016;315(8);801-10.
Seymour C W, Gesten F, Prescott H C, Friedrich M E, Iwashyna T J, Phillips G , et al. Time to treatment and mortality during mandated emergency care for sepsis. New England Journal of Medicine. 2027;376(23):2235-44.
Evans A, Rhodes A, Alhazzani W, Antonelli M, Coopersmith C M, French, et al. Surviving Sepsis Campaign: International guidelines for management of sepsis and septic shock 2021. Critical Care Medicine. 2021;49(11):e1063-e143.
Rhodes A, Evans L E, Alhazzani W, Levy M , Antonelli M, Ferrer R, et al. Surviving Sepsis Campaign: International Guidelines for Management of Sepsis and Septic Shock: 2016. Intensive Care Med, 2017;43(3):304-37.
Thompson K, Venkatesh B, Finfer S. Sepsis and septic shock: current approaches to management. Internal Medicine Journal. 2019;49:160-70.
Dugar S, Choudhary C, Duggal A. Sepsis and septic shock: Guideline-based management. Cleveland Clinic Journal of Medicine. 2020;87(1):53-64.
ชมรมเครือข่ายพยาบาลผู้ให้สารน้ำแห่งประเทศไทย. แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรี-วัน; 2563.
Mathukia C, Fan W, Vadyak K, Biege C, Krishnamurthy M. Modified early warning system improves patient safety and clinical outcomes in an academic community hospital. Journal of Community Hospital Internal Medicine Perspectives. 2015;5(2):26716.
ปรีชา ธำรงไพโรจน์. การใช้เครื่องช่วย หายใจอย่างเหมาะสมในภาวะเซพซิส. ใน: ระวีวรรณ เลิศวัฒนารักษ์, มณฑิรา มณีรัตนะพร, สุรัตน์ ทองอยู่, นัฐพล ฤทธิ์ทยมัย. บรรณาธิการ. อายุรศาสตร์ทันยุค กรุงเทพฯ: พริ้นท์เอเบิ้ล; 2562. หน้า 81-90.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง