ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวาน และผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสวนผึ้ง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี
คำสำคัญ:
พฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน, โรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, การรับรู้ความสามารถของตนเอง, แรงสนับสนุนทางสังคมบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
รูปแบบการวิจัย : การวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive research)
วัสดุและวิธีการวิจัย : กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสวนผึ้ง จำนวน 291 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แนวคำถามสำหรับการสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าต่ำสุด ค่าสูงสุด สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน กำหนดความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ผลการวิจัย : กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอยู่ในระดับเหมาะสม 61.5% (Mean=157.63, SD.=13.31) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเอง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ประกอบด้วย 3 ปัจจัยเรียงตามลำดับที่มีอิทธิพลจากมากไปน้อยดังนี้ 1) การรับรู้ความสามารถของตนเอง 2) แรงสนับสนุนทางสังคม และ 3) ความต่อเนื่องในการรักษา โดยตัวแปรทั้งหมดสามารถร่วมกันอธิบายความผันแปร (Coefficient of Determination; COD) ของพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ร้อยละ 35.1 (R2 = .351)
สรุปและข้อเสนอแนะ : ควรพัฒนาแนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมการดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยในเรื่องการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การจัดการความเครียด และการลด ละ เลิกบุหรี่และสุรา เพื่อให้ผู้ป่วยรับรู้ความสามารถของตนเองควบคู่ไปกับการสนับสนุนทางสังคมโดยเน้นให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแล และพัฒนาระบบติดตามให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
เอกสารอ้างอิง
อรรถเกียรติ กาญจนพิบูลย์วงศ์, ภาณุวัฒน์ คำวังสง่า, สุธิดา แก้วทา. รายงานสถานการณ์โรค NCDs เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิค แอนด์ดีไซน์; 2563.
กรมควบคุมโรค. กรมควบคุมโรครณรงค์วันเบาหวานโลก 2566 มุ่งเน้นให้ความรู้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน และหากตรวจพบก่อนจะลดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้ [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 3 มิถุนายน 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/brc/news.phpnews=38403&deptcode=brc&news_views=2606#:text
ศูนย์วิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน. การศึกษาใหม่รายงานว่าภาวะความดันโลหิตสูง พบได้มากขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง [อินเทอร์เน็ต]. 2564 [เข้าถึงเมื่อ 3 มิถุนายน 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.sdgmove.com/2021/09/02/hypertension-now-more-common-in-low-and-middle-income-countries/#:~:text=%
วิชัย เอกพลากร. รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562–2563. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิกแอนด์ดีไซน์; 2564.
กรมควบคุมโรค. กรมควบคุมโรครณรงค์วันความดันโลหิตสูงโลก ปี 2568 เน้นย้ำให้ประชาชนวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อและภาวะแทรกซ้อน [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 3 มิถุนายน 2568]. เข้าถึงได้จาก:
https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=52652&deptcode=brc&news_views
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. สุขภาพคนไทย 2568. กรุงเทพฯ: บริิษััท อมริินทร์์ คอร์์เปอเรชั่นส์์ จำกััด (มหาชน); 2568.
สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. คู่มือแนวทางการดำเนินงาน NCD CLINIC PLUS ปี 2562. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2562.
กรมควบคุมโรค. E–Learning หลักสูตรการเพิ่มสมรรถนะการจัดการโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง (ระดับพื้นฐาน). นนทบุรี: กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค; 2564.
กรมควบคุมโรค. กรมควบคุมโรครณรงค์วันความดันโลหิตสูงโลก ปี 2567 เน้นย้ำให้ประชาชนวัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ป้องกันการเกิดโรคไม่ติดต่อ [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 4 มิถุนายน 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/brc/news.phpnews=43037&deptcode=brc&news_views=3244
เครือข่ายสุขภาพอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี. เอกสารสรุปผลการดำเนินงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเครือข่ายสุขอำเภอสวนผึ้ง ประจำปีงบประมาณ 2567. เอกสารอัดสำเนา; 2568
Orem D E. Nursing: Concepts of Practice (5th ed.). St. Louis: Mosby–Year Book; 1995.
Pender N J. Health Promotion in Nursing Practice. New York: Appleton Century–Crofts Norwalk; 1987.
Krejcie R V, Morgan D W. Determining sample size for research activities. Educ Psychol Meas 1970;30(3):607–10.
Bloom B S. Human characteristics and school learning. New York: Mc Graw–Hill; 1976.
อัจศรา ประเสริฐสิน. เครื่องมือการวิจัยทางการศึกษาและสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ; 2563.
Best J W, Kahn J V. Research in education. 3rd ed. New Jersey: Prentice–Hall; 1986.
บุญชัช เมฆแก้ว. รายงานการวิจัยเรื่องการพัฒนาชุดช่วยวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์หาค่าความเชื่อมั่นแบบทดสอบ (KR–20). พังงา: วิทยาลัยชุมชนพังงา; 2562.
Cronbach Lee J. Educational Psychology. New York: Harcourt Brace Jevanovich; 1977.
ศศิธร ตันติเอกรัตน์, อภิชัย คุณีพงษ์. พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านน้ำคำ อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว. Humanities, Social Sciences and arts. 2562;12(6):2542–56.
กรวิกา พรมจวง, เกียรติศักดิ์ แซ่อิว, สิตานันท์ จันทร์โต. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุโรคความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลโรคหัวใจและทรวงอก. 2564;32(2):233–46.
ชมัยพร เสียงสนั่น. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;5(3):339–51.
นันทิกา พริบไหว. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มารับบริการรักษาในโรงพยาบาลเวียงสา จังหวัดน่าน. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อมล้านนา. 2568;15(2):1–12.
จุฑามาศ เพชรสุด, มิ่งขวัญ ศิริโชติ, สุนารี ทะน๊ะเป็ก. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง คลินิกหมอครอบครัว โรงพยาบาลตรัง จังหวัดตรัง. วารสารวิจัยสุขภาพปฐมภูมิ. 2568;1(2):262–72.
Bandura, Albert. Social learning theory. New Jersey: Prentice–Hall; 1977.
ธานี นามม่วง. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด จังหวัดสุรินทร์. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน. 2566;9(1):170–80.
ปัทมา สุพรรณกุล, อาจินต์ สงทับ, อนุสรา สีหนาท, นพวรรณ วัชรพุทธ, เบญจมาภรณ์ นาคามดี, กู้เกียรติ ก้อนแก้ว, เอกภพ จันทร์สุคนธ์. ความสัมพันธ์เชิงสาเหตุปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2566;17(2):148–61.
ศตพร ศิลปะการสกุล, วิราสิริริ์ วสีวีรสิว์. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจัดการตนเองในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารมหาจุฬาคชสาร. 2567;15(1):166–83.
House R J. A path goal theory of leader effectiveness. Administrative Science Quarterly. 1971;16(2):321–8.
ชนกนันท์ ฝากมิตร, ตวงพร พิกุลทอง, อดิเทพ ดารดาษ. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงในอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่. วารสารวิชาการป้องกันควบคุมโรค สคร.2 พิษณุโลก. 2567;11(2):1–16.
นุจรีย์ ภู่ระย้า. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยสูงอายุโรคเบาหวานที่เข้ารับบริการในโรงพยาบาลสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วารสารวิจัยเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิต. 2567;4(1):23–34.
สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กรมอนามัย. คู่มือแนวทางการปฏิบัติงานการเสริมสร้างศักยภาพผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงครบองค์รวม (3 อ. + 1 ย.). กรุงเทพฯ: บริษัท ธัญญ์สัมฤทธิ์ 249 จำกัด; 2562.
วีระศักดิ์ ดำรงพงษ์. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลไทรงาม จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารโรคและภัยสุขภาพสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์. 2565;16(2):51–63.
อรพิณท์ ฟักแฟง. วิเคราะห์ปัจจัยเพื่อทำนายพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางกระดี อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน. 2565;7(2):100–08.
สาคร นันทโกวัฒน์, นิลภา จิระรัตนวรรณะ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านบางอ้อ อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2568;10(1):575–86.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง