การพัฒนารูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงสูงโดยใช้สื่อดิจิทัลในการส่งเสริมการดูแลตนเองของโรงพยาบาลปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด

ผู้แต่ง

  • ทิวานันท์ นาเมือง โรงพยาบาลปทุมรัตต์

คำสำคัญ:

หญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง, สื่อดิจิทัล, การดูแลตนเอง

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ : เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงสูงโดยใช้สื่อดิจิทัลในการส่งเสริมการดูแลตนเอง และเพื่อศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงสูงโดยใช้สื่อดิจิทัล

รูปแบบการวิจัย : การวิจัยและพัฒนา

วัสดุและวิธีการวิจัย : กลุ่มเป้าหมายเป็นหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง 33 ราย รับบริการที่คลินิกฝากครรภ์ ระหว่างเดือนมกราคม - กันยายน 2568 ดำเนินการวิจัย 2 ระยะ (1) พัฒนารูปแบบ ศึกษาสถานการณ์ สภาพแวดล้อมในหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง สนทนากลุ่มทีมสหวิชาชีพ ร่างรูปแบบโดยใช้กระบวนการคิดเชิงออกแบบ ปรับปรุงยืนยันรูปแบบก่อนนำไปใช้จริง และ (2) ประเมินประสิทธิผลรูปแบบโดยทดสอบความรู้หญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง การปฏิบัติตัวก่อนและหลังการใช้รูปแบบ ความพึงพอใจหลังการใช้รูปแบบ เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบความรู้และการปฏิบัติตัว แบบสัมภาษณ์ แบบสำรวจความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติ Wilcoxon signed-rank test

ผลการวิจัย : รูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงสูงโดยใช้สื่อดิจิทัลในการส่งเสริมการดูแลตนเอง มี 5 ขั้นตอน [AICLK] คือ 1) ประเมินหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงสูง (Assessment) 2) ตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการและอัลตร้าซาวด์ (Investigation) 3) สื่อสารความรู้การปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง (Communication) 4) เรียนรู้จากสื่อดิจิทัล (Learning) และ 5) ประเมินความรู้ในการตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงสูง (Knowledge) หลังการใช้รูปแบบพบว่าหญิงตั้งครรภ์มีความรู้เพิ่มขึ้นการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์สูงกว่าก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และมีความพึงพอใจในระดับดีมาก

สรุปและข้อเสนอแนะ : ความรู้ในรูปแบบสื่อดิจิทัลทำให้หญิงตั้งครรภ์เรียนรู้ได้เองผ่านสมาร์ทโฟน และเรียนรู้ได้ซ้ำๆ ลดข้อจำกัดเรื่องเวลาให้บริการ การให้ความรู้เฉพาะรายบุคคลทำได้ง่ายเพิ่มคุณภาพการดูแลเชิงลึกในปัญหาที่เฉพาะแตกต่างกัน

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization (WHO). Maternal mortality [Internet]. 2024 [cited 2024 Sep 9]. Available from: https://www-who-int.translate.goog/news-room/fact-sheets

สถาบันวิจัยประชากรและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดล. สุขภาพของคนไทยกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2560.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. เปรียบเทียบอัตราส่วนการตายมารดาไทยรายเขตสุขภาพ [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://hpci.anamai.moph.go.th/kpr/kpr2566/

โรงพยาบาลปทุมรัตต์. ข้อมูลการให้บริการงานฝากครรภ์และสูติกรรมโรงพยาบาลปทุมรัตต์. ร้อยเอ็ด: งานฝากครรภ์และสูติกรรม; 2567.

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. นโยบายมุ่งเน้นกระทรวงสาธารณสุขประจำปี 2566 ของนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 9 พฤศจิกายน 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://spd.moph.go.th/2023-focus-policy/.

ปณิตา ปรีชากรกนกกุล, ณัชชา วรรณนิยม, พนิดา รัตนเรือง. ผลของการตั้งครรภ์ในสตรีตั้งครรภ์อายุมากที่มาคลอดในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร. 2561;21:1-9.

Schmarzo B. Can Design Thinking Unleash Organizational Innovation [Internet]. 2017 [cited 2024 Sep 9]. Available from: https://www.datasciencecentral.com/can-design-thinking-unleashorganizational-innovation/.

Bloom B S, Engelhart M D, Furst E J, Hill W H, Krathwohl D R. Taxonomy of education objective, handbook I: the cognitive domain. New York: David McKay; 1965.

ปรียาภรณ์ บูรณากาญจน์, ศศิธร ยุวโกศล. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการรับรู้เท่าทันสื่อสุขภาพด้านพฤติกรรมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ของมารดาตั้งครรภ์. วารสารวิชาการสื่อสารนวัตกรรมสังคม 2563;8(2):136-49.

ธิติพร สุวรรณอำภา, ทัศนีย์วรรณ พฤกษเมธนันท์. ผลของโปรแกรมการให้ความรู้โดยใช้โมบายแอปพลิเคชันต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพของสตรีตั้งครรภ์. วารสารสภาการพยาบาล. 2566;38(1): 98-111.

นงเยาว์ สุวานิช, ธณกร ปัญญาใสโสภณ, สาโรจน์ เพชรมณี. ประสิทธิผลของโปรแกรมความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับหญิงตั้งครรภ์. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2564;39(4):45-54.

จาริณี คูณทวีพันธ์, รวีวัฒน์ นุมานิต, อนุรักษ์ กระรัมย์. ผลการพัฒนาแบบคัดกรองหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงสูงในเครือข่ายบริการสุขภาพจังหวัดบุรีรัมย์. วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ 2562;15:49-57.

ช่อทิพย์ ผลกุศล, ศิริวรรณ แสงอินทร์. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลการรับรู้ภาวะเสี่ยงของการตั้งครรภ์และพฤติกรรมสุขภาพของสตรีตั้งครรภ์อายุมาก. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา 2564;29(2):24-34.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-12-12

รูปแบบการอ้างอิง

1.
นาเมือง ท. การพัฒนารูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงสูงโดยใช้สื่อดิจิทัลในการส่งเสริมการดูแลตนเองของโรงพยาบาลปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด. J Res Health Inno Dev [อินเทอร์เน็ต]. 12 ธันวาคม 2025 [อ้างถึง 21 มกราคม 2026];6(3):503-16. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/284553

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความต้นนิพนธ์