Development of Discharge Plan Practice Guideline for Palliative Care Patients at Kosum Phisai Hospital
Keywords:
Discharge plan practice guideline, Palliative careAbstract
Purposes: This study aimed to explore existing problems, develop, and evaluate the effectiveness of a discharge plan practice guideline for palliative care patients at Kosum Phisai Hospital, Maha Sarakham Province.
Study design: An action research design based on the framework of Kemmis and McTaggart was employed.
Materials and Methods: The participants consisted of three groups: 1) 10 registered nurses, 2) 30 hospitalized terminally ill palliative care patients, and 3) 30 primary caregivers. Research instruments included focus group discussion guidelines, quality of life assessment forms, self-care ability assessment forms, caregiver satisfaction questionnaires, nurse satisfaction questionnaires, and the developed discharge plan practice guideline. The content validity index (CVI) of the guideline was 0.96. Qualitative data were analyzed using content analysis, while quantitative data were analyzed using percentages and paired t-tests.
Main findings: The main problems identified were lack of holistic care, insufficient communication, and inadequate identification of primary caregivers. The developed discharge plan practice guideline was based on the D–METHOD–P framework, comprising: 1) communication with patients and caregivers for advance care planning, 2) symptom management and psychosocial support, 3) training of primary and secondary caregivers, 4) preparation of medical equipment, and 5) coordination with healthcare and community networks. After implementation, patients’ quality of life significantly improved (p < .001), while no significant difference was found in self-care ability. Caregivers reported the highest level of satisfaction (Mean = 4.61, SD. = 0.50), and registered nurses also demonstrated the highest level of satisfaction (Mean = 4.80, SD. = 0.43).
Conclusion and Recommendations: The developed discharge plan practice guideline effectively enhanced the quality of life of terminally ill palliative care patients and increased satisfaction among caregivers and registered nurses. It is recommended that home visit follow-up care be implemented to ensure continuity of care after hospital discharge.
References
กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค สำนักระบาดวิทยา. สรุปรายงานการเฝ้าระวังโรคประจำปี 2567. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่ง; 2567.
โรงพยาบาลโกสุมพิสัย. สรุปรายงานผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง พ.ศ.2565-พ.ศ.2567. มหาสารคาม: โรงพยาบาลโกสุมพิสัย; 2567.
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้ายสำหรับบุคลากรทางการแพทย์. นนทบุรี: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์; 2563.
Thomas C. Improving hospital discharge for patients at the end of life. Nursing Times 2017;10(113):53-6.
World Health Organization. Pain relief and Palliative Care. In: National Cancer Control Programmes. Policies and managerial guidelines. 2ed. WHO Geneva; 2020.
World Health Organization. Palliative care:Key facts [Internet]. Geneva: WHO; 2020 [cited 2025 Dec 23]. Available from: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/palliative-care
พุทธชาด บุญชัย. การพัฒนาการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคองต่อเนื่องในชุมชน โรงพยาบาลท่าโรงช้าง จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี. 2568;1(1):1-12.
นิตยา มณีท่าโพธิ์, พรรณี ชูศรี, สมพร เจษฎาญานเมธา, ปัญญา เถื่อนด้วง,วิภาพร สิทธิสาตร์. การพัฒนาระบบการพยาบาลผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2565;40(4):1-12.
ปัทมาภรณ์ นาบุตรบุญ, พัชรีภรณ์ จันทร์ชมภู, ศิริลักษณ์ สุดใจ. การพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยมะเร็งระยะท้ายโรงพยาบาลชนบท จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน. 2566;4(1):11-20.
เพ็ญศรี รักษ์วงค์, มุจจรินทร์ อัศวพัฒน, สุณัฎดา คเชนทร์ชัย, พนารัตน์ วิศวเทพนิมิตร. การพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย.วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล.2564;37(1):266-280.
มะลิ เนื่องวงษา, นิศมา แสนศรี, อักษ์ศรา กะการดี, นันท์ชญาน์ นฤนาทธนาเสฏฐ์. การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โรงพยาบาลมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม.2564;21(1):216-29.
ศิตา พลีจันทร์. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลในการวางแผนดูแลล่วงหน้าผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง โรงพยาบาลบ้านแพง จังหวัดนครพนม. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน.2567;9(1):68-78.
ศรีเวียง ไพโรจน์กุล, ปาริชาติ เพียสุพรรณ์. มาตรฐานคุณภาพการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง Quality Standards for Palliative Care. ศูนย์การุณรักษ์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์: คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2564.
วิไล วงศ์แกล้ว, อิศรา สพสมัย. ผลของการพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยระยะสุดท้ายแบบประคับประคอง. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา. 2566;8(2):339-50.
Kemmis S, McTaggart R. The Action Research Planer (3rded). Victoria : Deakin University; 1988.
สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล, วิระวรรณ ตันติพิวัฒนสกุล, วนิดา พุ่มไพศาลชัย, กรองจิตต์ วงศ์สุวรรณ, ราณี พรมานะจิรังกุล. เปรียบเทียบแบบวัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลกทุก 100 ตัวชี้วัดและ 26 ตัวชี้วัด. โรงพยาบาลสวนปรุง จังหวัดเชียงใหม่; 2540.
กองการพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้าย. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2562.
เสริมสุข ธัญญะวัน, อุดมศักดิ์ บุญส่งทรัพย์, ปวีณา ใจชัย. การพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประคอง โรงพยาบาลเลย. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2566;20(3):163-76.
เสริมสุข ธัญญะวัน, อุดมศักดิ์ บุญส่งทรัพย์, ปวีณา ใจชัย. การพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยระยะท้ายแบบประคับประครอง โรงพยาบาลเลย. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2566;20(3):164-76.
ปัทมาภรณ์ นาบุตรบุญ, พัชรีภรณ์ จันทร์ชมภู, ศิริลักษณ์ สุดใจ. การพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย โรงพยาบาลชนบท จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิทยาสาสตร์สุขภาพและสาธารณสุขชุมชน. 2566;4(1):11-20.
วีระยุทธ์ ชาตะกาญจน์. การวิจัยเชิงปฏิบัติการ. วารสารราชภัฏร์ธานี. 2558;2(1):29-49.
เพ็ญศรี รักษ์วงค์, มุจจรินทร์ อัศวพัฒน์, สุณัฎดา คเชนทร์ชัย, พนารัตน์ วิศวเทพนิมิต. การพัฒนารูปแบบการพัฒนารูปแบบการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยมะเร็งระยะท้าย. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล. 2564;37(1):266-80.
คมกฤษณ์ เทียมกลาง, จำเรียง พรมมา. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยระยะท้ายะท้ายแบบประคับประคองโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. 2566;15(3):16-40.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง