The Development of System and Mechanism on Surveillance, Protect,and Control Disease the Coronavirus Disease 2019 (COVID-19) Epidemic in UbonRatchathani Health Network
Keywords:
System and Mechanism, Surveillance Protect and Control Disease, COVID-19Abstract
Purposes :To development of system and mechanism on surveillance, protect, and control disease the Coronavirus disease 2019 (COVID-19) epidemic in UbonRatchathani health network.
Study design: Action research: Technical action research.
Materials and Methods : 94 of participants were consists of executives from relevant agencies, doctors, academics, network and patients / relatives, had a roles in action planning, action taking, evaluating, and specifying learning.The implementation period of 10 months from March to December 2021. Data were collected using interview forms and record formsand data were analyzed using frequency, percentage, mean and standard deviation.
Main findings : 1) Systems and mechanisms on surveillance, prevention and control of the disease during the COVID-19 outbreak, It consists of public health safety measures, public relations measures Measures for activities that are at risk of spreading the disease medical preparation measures and health networks at all levels and cooperation measures and practices to prevent people's disease and the system and mechanism was theoretically reasonable/feasible, the overall system and mechanism for surveillance, prevention and control of COVID-19 virus disease was at a high level. 2) As for the effectiveness of system and mechanism, they were found that the surveillance and screening of all 192,769, entering UbonRatchathaniwas found in July, 2021, with 32,715 surveillance and screening of those traveling the most,followed by 31,903in December, Down was November 29,400 respectively, and found that there was a trend of surveillance and screening of people arriving in UbonRatchathani increased by 28.8%. In addition, it found that 23,369 a new cases, 193 deaths, 246 referrals and 23,369 admitted treatments, and that patients and their relatives had perceptions and behaviors related to the infection, covid-19 disease of the health network of UbonRatchathani, Overall, it was at a high level.
Conclusion and recommendations :The systems and mechanisms from this study resulted in the network being able to monitor, prevent and control disease in epidemic situations.
References
กระทรวงสาธารณสุข. กรมควบคุมโรค.คู่มือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในประเทศไทย.กรุงเทพฯ: กรม; 2563.
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. กองยุทธศาสตร์และแผนงาน.แผนและมาตรการการบริหารจัดการสถานการณ์โรคโควิด 19 สู่โรคประจำถิ่น. นนทบุรี: กองยุทธศาสตร์และแผนงาน; 2565.
กรมควบคุมโรค. กองโรคติดต่อทั่วไป. รวมแนวทางการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข. นนทบุรี: กอง; 2564
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี. กลุ่มงานควบคุมโรค. งานระบาดวิทยา.รายงานการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019. อุบลราชธานี: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด; 2563.
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ).ข้อเสนอเพื่อการควบคุมวิกฤตโควิดระลอก 3 ในไทย[อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: ทีดีอาร์ไอ; 2563 [เข้าถึงเมื่อ 4 เมษายน 2563]. เข้าถึงได้จาก: https://tdri.or.th/2021/05/the-third-wave-of-covid-19-policy-suggestions/
สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP). รายงานผลการทบทวนผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคโควิด-19 ในระดับโลก และในประเทศไทย.นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2563.
กรมควบคุมโรค.แนวทางการเฝ้าระวังและสอบสวนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019[อินเทอร์เน็ต].นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2564 [เข้าถึงเมื่อ 12 สิงหาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/file/g_srrt/g_srrt_110864.pdf
Grundy S. Three modes of action research. Curriculum Perspectiv, 1982;12(3):23-4.
ฉวีวรรณ ศรีดาวเรือง, จิราพร วรวงศ์, เพ็ญนภา ศรีหริ่ง, รัตน์ดาวรรณ คลังกลาง, จุฬารัตน์ ห้าวหาญ, ดิษฐพล ใจซื่อ, และคนอื่นๆ. การถอดบทเรียนรูปแบบการดำเนินงาน เฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในชุมชนของอาสาสมัครสาธารณสุข ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเทศไทย [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2564[เข้าถึงเมื่อ 12 พฤษภาคม 2564]. เข้าถึงได้จาก: https://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/5427
พันธุ์นภา กิตติรัตนไพบูลย์. คู่มือการดูแลสังคมจิตใจบุคลากรสุขภาพในภาวะวิกฤตโควิด-19. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข; 2563.
นงณภัทร รุ่งเนย, เพ็ญแข ดิษฐบรรจง, ภคพร กลิ่นหอม, ศิริพร ครุฑกาศ, นภาภรณ์ เกตุทอง. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้อโรคโควิด 19 ของนักศึกษาพยาบาล. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. 2565;14(2):17-37.
SusmanGI,Evered RD. An Assessment of the Scientific Merits of Action Research. Administrative Science Quarterly.1978;23(4):582-603.
ชาย โพธิสิตา. ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล; 2548.
ธีรพร สถิรอังกูร, ศิริมา ลีละวงศ์, ศศมน ศรีสุทธิศักดิ์, สมใจ พุทธาพิทักษ์ผล,ณิชาภา ยนจอหอ, กนกพร แจ่มสมบูรณ์. การพัฒนารูปแบบการบริหารการพยาบาลในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข. วารสารวิชาการสาธารณสุข.2564; 30(2): 320-33.
ระนอง เกตุดาว,อัมพร เที่ยงตรงดี, ภาสินี โทอินทร์. การพัฒนารูปแบบการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดอุดรธานี–Udon Model COVID-19.วารสารวิชาการสาธารณสุข.2564;30(1):53-61.
จอมรุจจิโรจน์ เหตุเกษ. กลยุทธ์ในการจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด – 19 ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาลตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ[การค้นคว้าอิสระ]. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยรามคำแหง; 2563.
วรภัทร์อิงคโรจน์ฤทธิ์. รูปแบบการบริหารจัดการพื้นที่ศูนย์พักฟื้นชั่วคราวสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19: กรณีศึกษาโครงการ CUVCareอาคารจุฬานิเวศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วารสารวิชาการสถาปัตยกรรมศาสตร์. 2563;70: 37-64.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2020 Roi-Et Provincial Public Health Office

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง