Effect of Empowerment Home Health Care Program on Blood Sugar Level of Diabetes Mellitus Type2 Patients in Roi-Et Municipality
Keywords:
Empowerment/home health care program, Blood sugar levels, Diabetes mellitusAbstract
Purpose: To study the effect of the empowerment home health care program on blood sugar level of Diabetes Mellitus Type2 patients in Roi-Et Municipality.
Design : Quasi-experimental research
Materials and Methods: A sample included 60 persons which divided into experimental group and control group of 30 persons per group. The control group received home health care program as usual, and the experimental group attended the program which included empowerment and practices about self-health care. Instruments in this study were a questionnaire, intervention program and blood sugar levels of diabetes mellitus patients. The data were analyzed by using descriptive statistics, independent t-test to compare between groups and paired t-test to compare within group.
Main findings: Revealed that after completed of the implementation, the experimental group had significantly higher mean difference scores of perceived empowerment and self-health re behaviors than the control group(p<.001, 95%CI=0.79, 1.31 and p<.001, 95%CI=0.22, 0.58) and the Fasting blood sugar level in the experiment group was lower than before experimental and control group (p=0.022, 95%CI=1.68, 21.04).
Conclusion and recommendations: Empowerment home health care program should be recommended for further expansion and guided to promote self-health care behaviors in other groups.
References
2.สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. เอกสารข้อมูล: สถานการณ์โรคเบาหวาน-ความดันโลหิตสูงและภาวะแทรกซ้อนในประเทศไทย. นนทบุรี. ม.ป.พ.
3.สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมป์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ.2557. กรุงเทพฯ: อรุณการพิมพ์. 2557.
4.ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย และคณะ. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน พ.ศ.2560. ปทุมธานี: ร่มเย็นมีเดีย. 2560.
5.ปัทมาภรณ์ พรหมวิเศษ และคณะ. ผลของโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้ดูแลหลักต่อการดูแลเด็กป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาววัยก่อนเรียนที่บ้าน. วารสารการพยาบาลสาธารณสุข. 2556; 27(1): 88-101.
6.จุฑารัตน์ รังษา. ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมพลังอำนาจของผู้ผู้ดูแลและผู้ป่วยสูงอายุโรคเบาหวานอำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม. [วิทยานิพนธ์]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2559.
7.ครสวรรค์ คำแก้ว. ผลของโปรแกรมการสร้างเสริมสุขภาพต่อพฤติกรรสร้างเสริมสุขภาพของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่2 ในโรงพยาบาลเชษฐาธิราช นครหลวงเวียงจันทร์. [วิทยานิพนธ์]. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2559.
8.จันทร์ฉาย จารนัย, ผจงจิต ไกรถาวร และนพวรรณ เปียชื่อ. ผลของโปรแกรมการมีส่วนร่วมของครอบครัวโดยใช้รามาโมเดลต่อพฤติกรรมสุขภาพ ภาวะโภชนาการ และระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานในชุมชน. วารสารเกื้อการุณย์. 2559; 23(1): 41-59.
9.อรุณ จิรวัฒน์กุล. ชีวสถิติ. พิมพ์ครั้งที่ 4. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยาคม; 2553.
10. ยุวดี รอดจากภัย, สมพล กิตติเรืองเกียรติ และประสิทธิ์ กมลพรมงคล. ผลของโปรแกรมสร้างเสริมพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการป้องกันตนเองของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน อำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี. วารสารสาธารณสุขมหาวิทยาลัยบูรพา.2555; 7(2): 116-23.
11.จุรีรัตน์ เจริญจิตต์. ผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารและพฤติกรรมการออกำลังกายของผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี. วารสารวิทยาลัยการพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี.2556; 14(1): 32-43.
12. สุริยาภรณ์ อุทรักษ์. ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายโดยประยุกต์ใช้แนวคิดการเสริมสร้างพลังอำนาจที่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซูลิน อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์. [วิทยานิพนธ์]. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา; 2555.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2022 Roi-Et Provincial Public Health office

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง