The Effective of an Empowerment Program on Missed Appointment of Diabetes Mellitus Patients in Pratumrat Hospital
Keywords:
Empowerment program, Missed appointment, Diabetes MellitusAbstract
Purposes:To compare the missed appointment behavior self-care behavior and blood sugar levels of diabetic mellitus.
Design: Quasi-experimental research
Materials and method : A total of 60 samples were of missed appointment behavior self-care behavior who met the inclusion and exclusion criteria. The study was conducted from May to August ,2020 in each group of 30 participants. The experiments were empowered as empowerment program, and the control group received normal nursing activities. Data were collected using interviews and records. The data were analyzed using frequency, percentage, mean, standard deviation, and to test the hypothesis using independent t-test
Main findings : After the intervention, it was found that diabetic mellitus in the experimental group had different mean scores of default behaviors, this was statistically significant compared to the control group (p <.001), with a 2.18 point average reduction in mean behavioral score (95% CI; 1.936, 2.441). For self-care, diabetic mellitus in the experimental group had significantly greater overall self-care score compared to the control group. (p <.001), with an increase in overall mean self-care score of 0.97 (95% CI; 0.875, 1.080),
and blood sugar levels after the experiment group showed that the diabetic mellitus in the experimental group had different blood sugar levels, when compared with the control group was statistically significant. (p = .009) with a blood glucose reduction of 16.89 mg / dL; 95% CI; 4.46, 29.27).
Conclusions and recommendation: The results of this research indicated that group empowerment caused the sample to have default behavior. And lower blood sugar levels and improved self-care behavior of people with diabetes mellitus.
References
สมาคมโรคเบาหวาน. การดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน [อินเทอร์เน็ต].2559 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2559]. เข้าถึงได้จาก: http:// www.diabassocthai.org/statistic/1558
ธิติ สนับบุญ, วราภณ วงศ์ถาวราวัฒน์. การดูแลรักษาเบาหวานแบบองค์รวม คณะแพทยศาสตร์ภาควิชาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549.
มันทนา ประทีปะเสน, วงเดือน ปั้นดี. อาหารกับโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจขาดเลือด: การทบทวนความรู้กับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน. นนทบุรี: สำนักพัฒนาวิชาการแพทย์ กรมการแพทย์, 2542.
จำลอง ดิษยวณิช. ความเครียด ความวิตกกังวล และสุขภาพ. เชียงใหม่: โครงการตำรา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2545.
เยาวภา พรเวียง, วิภาพรรณ หมื่นมา, พิศมัย ศรีสุวรรณนพกุล, วันทนา แก้วยองผาง. ผลของการเสริมสร้างพลังอำนาจแบบกลุ่มต่อพฤติกรรมการดูแลเท้าและคุณภาพชีวิตในผู้เป็นเบาหวาน ชนิดที่ 2 ที่มีแผลที่เท้า. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข 2555; 22(3): 85-97.
โรงพยาบาลปทุมรัตต์. สถิติผู้ป่วยโรงพยาบาลปทุมรัตน์ .ศูนย์สารสนเทศ โรงพยาบาลปทุมรัตต์, 2558.
สุวรรณา อรุณพงค์ไพศาล และสมพร รุ่งเรืองกลกิจ.การปรับปรุงเครื่องมือคัดกรองภาวะซึมเศร้า KKU-DI เพื่อให้มีความไวต่อเพศภาวะ. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย 2553; 55(2): 177-89.
เทพ หิมะทองคำ. ความรู้เรื่องเบาหวานฉบับสมบูรณ์. กรุงเทพฯ: วิทยพัฒน์; 2539.
สุปวีณ์ ธนอัศวนนท์, เอกชัย คำลือ, ธาราทิพย์ อุทัศน์, พร้อมพันธ์ คุ้มเนตร, วัชรี ผลมาก . เหตุผลการผิดนัดของผู้ป่วยเบาหวาน คลินิกเบาหวาน. วารสารโรงพยาบาลแพร่ 2554;19:2.
อรวรรณ ตะเวทิพงศ์. ประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยแบบคนไข้เป็นศูนย์กลาง. วารสารระบบบริการการปฐมภูมิ และเวชชาสตร์ครอบครัว 2552: 57-61.
อมร สุวรรณนิมิต. การบริหารการพยาบาล. มหาสารคาม: โครงการตำราคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2553.
Gibson. The process of empower in mother of chronically ill children. Journal of Advanced Nursing 1995; 21(6): 1201-10.
อัมราภรณ์ ภู่ระย้า, นิษฐา นันทบุตร. ศักยภาพของชุมชนในการดูแลผู้สูงอายุ. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ 2562; 37(1): 22-31.
กุนนที พุ่มสงวน. สุขภาพและการสร้างเสริมสุขภาพ: บทบาทที่สำคัญของพยาบาล. วารสารพยาบาลทหารบก 2557. 15(2): 10-4.
Polit, D. F., Beck, C. T., & Hungler, B. P. Essentials of nursing research: Methods, appraisal, and utilization (5th ed.). Philadelphia: Lippincott, 2001.
Cohen, J. Statistical power analysis for behavioral sciences.(2"'ed.).Hillsdale, NJ:Lawrence Erlbaum, 1988.
Glass, G. V, MeGaw, B. and Smith, M. L. Meta-analysis in Social Research. Beverly Hills, CA:SAGE Publications, 1981.
ยุวดี วงษ์แสง. ผลของการใช้โปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจต่อพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน. [วิทยานิพนธ์].กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2548.
Miller, F. Judith. Coping with Chronic Illness Overcoming Powerlessness (3rded.). Philadelphia: F.A. Davis Company, 2000.
คนึงนุช แจ้งพรมมา, พัทธนันท์ คงทอง. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระดับ HbA1c ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลพระยืน จังหวัดขอนแก่น. วารสารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี) 2561; 10 (19): 1-13.
ฤทธิรงค์ บูรพันธ์; และ นิรมล เมืองโสม. ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลสร้างคอม จังหวัดอุดรธานี. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น2556; 6(3): 102-9.
วิมลรัตน์ จงเจริญ, วันดี คหะวงศ์, อังศุมา อภิชาโต, อรนิช แสงจันทร์, ประภาพร ชูกำเนิด, กัลยาณี บุญสินและคณะ. รูปแบบการส่งเสริมการดูแลตนเองเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. สงขลานครินทร์เวชสาร 2551; 26 (1): 71-84
Fetterman, D. M. & Wandersman, A. Empowerment Evaluation: Principle in Practice. New York:Guilford, 2005.
จุฑารัตน์ รังษา, ยุวดี รอดจากภัย, ไพบูลย์ พงษ์แสงพันธ์. ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจของผู้ดูแลและผู้ป่วยสูงอายุโรคเบาหวาน อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม. ศรีนครินทร์เวชสาร 2559; 31(6): 376-83.
ดวงมณี วิยะทัศน์และอุไร ศิลปะกิจโกศล. ผลของโปรแกรมการจัดกิจกรรมกลุ่มเรียนรู้ต่อพฤติกรรมสุขภาพและระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ในคลินิกโรคเบาหวานโรงพยาบาลพนมสารคาม. วารสารการปฏิบัติการพยาบาลและการผดุงครรภ์ไทย 2561; 5(2): 39-54.
Resnicow K, McMasterF, BocianA, HarrisD, Zhou Y, Snetselaar L, et al. Motivational interviewing and dietary counseling for obesity in primary care: an RCT.Pediatrics. 2015; 135(4): 649-57.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง