ผลของโปรแกรมการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและภาระในการดูแลของญาติผู้ดูแล ในคลินิกดูแลผู้ป่วยระยะฟื้นฟู
คำสำคัญ:
โรคหลอดเลือดสมอง, โปรแกรมการดูแลระยะฟื้นฟู, ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน, ภาระของผู้ดูแล, ความเครียดบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในคลินิกดูแลผู้ป่วยระยะฟื้นฟู ต่อความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน คุณภาพชีวิต และการเกิดภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วย และต่อภาระและความเครียดของญาติผู้ดูแล
รูปแบบการวิจัย : การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลัง (One-group pretest–posttest design)
วัสดุและวิธีการวิจัย : กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและญาติผู้ดูแลหลัก จำนวน 30 คู่ ที่มารับบริการในคลินิกดูแลผู้ป่วยระยะฟื้นฟู โรงพยาบาลโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ได้รับโปรแกรมการดูแลเป็นเวลา 3 เดือน ประกอบด้วยการให้ความรู้ การฝึกทักษะแก่ญาติผู้ดูแล การให้คำปรึกษา การติดตามเยี่ยมบ้าน และการติดตามทางโทรศัพท์/แอปพลิเคชัน LINE เก็บข้อมูลด้วยแบบประเมิน Barthel ADL Index, Stroke Specific Quality of Life Scale (SS-QOL), แบบบันทึกภาวะแทรกซ้อน, Zarit Burden Interview (ZBI) และแบบประเมินความเครียด SPST-20 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา paired t-test, Wilcoxon Signed-Rank test และ McNemar test
ผลการวิจัย : ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรม ผู้ป่วยมีคะแนนความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันเพิ่มขึ้นจาก 10.50±5.95 เป็น 15.57±6.02 คะแนน และคุณภาพชีวิตเพิ่มขึ้นจาก 127.73±35.89 เป็น 181.73±37.57 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) สัดส่วนผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนตั้งแต่ 1 รายการขึ้นไปลดลงจากร้อยละ 26.7 เหลือร้อยละ 3.3 ด้านญาติผู้ดูแล ภาระในการดูแลลดลงจาก 41.50±17.69 เป็น 16.67±12.91 คะแนน และความเครียดลดลงจาก 19.93±11.12 เป็น 7.03±5.59 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001)
สรุปและข้อเสนอแนะ : โปรแกรมการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะฟื้นฟูช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ลดภาวะแทรกซ้อน และลดภาระและความเครียดของญาติผู้ดูแลได้อย่างมีนัยสำคัญ จึงควรนำไปประยุกต์ใช้ในคลินิกดูแลผู้ป่วยระยะฟื้นฟูของโรงพยาบาลชุมชน และควรมีการศึกษาแบบมีกลุ่มควบคุมที่มีระยะติดตามยาวขึ้นเพื่อยืนยันประสิทธิผล
เอกสารอ้างอิง
Feigin V L, Brainin M, Norrving B, Martins SO, Pandian J, Lindsay P, F Grupper M, Rautalin I. World Stroke Organization: Global Stroke Fact Sheet 2025. Int J Stroke. 2025 Feb;20(2):132-44.
ฐานข้อมูล HDC กระทรวงสาธารณสุข. กลุ่มรายงานมาตรฐาน ข้อูลตอบสนอง Service plan สาขาโรคหัวใจและหลอดเลือด [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก https://hdc.moph.go.th/center/public/standardsubcatalog/39fd60c25235db479930db85a0e97dd3.
สมศักดิ์ เทียมเก่า. อุบัติการณ์โรคหลอดเลือดสมองประเทศไทย. วารสารประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย. 2565;39(2):39-46.
Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ. สธ.เผยปี 67 อัตราเสียชีวิต โรคหลอดเลือดในสมองแตกสูงถึง 20.77% [อินเทอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก https://www.hfocus.org/content/2024/07/31149.
สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ. การสูญเสียปีสุขภาวะ (Disability-Adjusted Life Years: DALYs) รายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย พ.ศ.2562. นนทบุรี: บริษัท แฮนดี เพรส.; 2566.
ประภาพร คำมุงคุณ. ปัจจัยทำนายภาระการดูแลของผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาบศาสตรมหาบัณฑิต]. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2566.
Murphy S J X, Werring D J. Stroke:causes and clinical features. Medicine. 2020;48(9):561-6.
Katan M, Luft A. Global Burden of Stroke. Semin Neurol. 2018;38(2):208-11.
Rajsic S, Gothe H, Borba H H, Sroczynski G, Vujicic J, Toell T, et al. Economic burden of stroke: a systematic review on post-stroke care. Eur J Health Econ. 2019;20(1):107-34.
Cameron JI, Chu LM, Matte A, Tomlinson G, Chan L, Thomas C, et al. One-year outcomes in caregivers of critically ill patients. N Engl J Med. 2016;374(19):1831-41.
Cheng H Y, Chair S Y, Chau J P. The effectiveness of psychosocial interventions for stroke family caregivers and stroke survivors: a systematic review and meta-analysis. Patient Educ Couns. 2014;95(1):30-44.
สถาบันประสาทวิทยา. แนวทางการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง. กรุงเทพฯ: บริษัท ธนาเพร จำกัด; 2559.
วิรารัตน์ นิลสวัสดิ์. ผลของโปรแกรมการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองและผู้ดูแลระยะเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลสู่บ้านต่อความสามารถการใช้ชีวิตประจำวัน ภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยและความสามารถการจัดการตนเองของผู้ดูแล. Journal of Nursing and Public Health Research. 2565;2(3):57-70.
ชฎาภรณ์ ศรบุญทอง. ผลของโปรแกรมการดูแลต่อเนื่องที่บ้านต่อความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่เข้ารับบริการที่กลุ่มงานเวชปฏิบัติครอบครัวและชุมชน โรงพยาบาลยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ. 2563;38(1):15-22.
Bakas T, Clark P C, Kelly-Hayes M, King R B, Lutz B J, Miller E L. Evidence for stroke family caregiver and dyad interventions: a statement for healthcare professionals from the American Heart Association and American Stroke Association. Stroke. 2014;45(9):2836-52.
ปุณยนุช จี๋มะลิ, ธณกร ปัญญาใสโสภณ และพรปวีณ์ ชื่นใจเรือง. ผลของโปรแกรมการสนับสนุนทางสังคมต่อคุณภาพชีวิตของผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ติดเตียง. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนคราชสีมา. 2564;7(2):37-49.
Tsai P C, Yip P K, Tai J J, Lou M F. Needs of family caregivers of stroke patients: a longitudinal study of caregivers' perspectives. Patient Prefer Adherence. 2015;9:449-57.
ปัญญาพร เพชรเอือง. ปัจจัยทำนายภาระการดูแลของผู้ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาบศาสตรมหาบัณฑิต]. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2566.
Saragih I D, Everard G, Saragih I S, Lee B O. The beneficial effects of transitional care for patients with stroke: a meta-analysis. J Adv Nurs. 2024;80(2):789-806.
Wang Y, Yang F, Shi H, Yang C, Hu H. What type of transitional care effectively reduced mortality and improved ADL of stroke patients? A meta-analysis. Int J Environ Res Public Health. 2017;14(5):510.
Nazari A M, Abbaszadeh A, Kazemi R, Yousofvand V, Zandi M. The effect of online training based on stroke educational program on patient's quality of life and caregiver's care burden: a randomized controlled trial. BMC Nurs. 2024;23(1):958.
Srichote W, Pitchayakoon N. Effectiveness of home-based continuing care programs on burden among caregivers of stroke patients: a systematic review and meta-analysis. Nurs J CMU. 2024;51(4):146-65.
Jammal M, Kolt G S, Liu K P Y, Guagliano J M, Dennaoui N, George E S. A systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials to reduce burden, stress, and strain in informal stroke caregivers. Clin Rehabil. 2024;38(11):1429-45.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง