การพัฒนารูปแบบการพยาบาลเพื่อส่งเสริมคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดี ที่ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้อง ในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด
คำสำคัญ:
โรคนิ่วในถุงน้ำดี, การผ่าตัดผ่านกล้อง, คุณภาพและความปลอดภัยบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัญหา พัฒนาและประเมินผลลัพธ์ของรูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีที่ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้อง ในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด
รูปแบบการวิจัย : การวิจัยและพัฒนา (Research and Development)
วัสดุและวิธีการวิจัย : กลุ่มตัวอย่าง มี 2 กลุ่ม คือ ผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีที่ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้อง โรงพยาบาลร้อยเอ็ด จำนวน 30 คน และพยาบาลวิชาชีพ ที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยศัลยกรรม เบญจสิริ 4 และเบญจสิริ 5 จำนวน 10 คน ดำเนินการวิจัยระหว่าง เดือน กุมภาพันธ์ 2569 ถึงเดือน พฤษภาคม 2569 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง คือ รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีที่ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้อง และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม ประกอบด้วย แบบสอบถามข้อมูลทั่วไป แบบประเมินความพึงพอใจ และแบบบันทึกการปฏิบัติกิจกรรมการพยาบาลตามรูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีที่ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้อง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ สถิติเชิงพรรณนา และ Paired sample t-test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05)
ผลการวิจัย : ปัญหาที่พบในการพยาบาลผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีที่ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้อง คือ รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยยังไม่ชัดเจน และไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เจ้าหน้าที่พยาบาลต้องได้รับการฝึกทักษะเพิ่มเติม ในการดูแลผู้ป่วย ผู้ป่วยขาดความตระหนักรู้ถึงความรุนแรงของโรค และมีพฤติกรรมการดูแลตนเองที่ไม่เหมาะสม ผลการพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีที่ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้อง ประกอบด้วย 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การพยาบาลก่อนเข้ารับการผ่าตัด ระยะที่ 2 การพยาบาลหลังการผ่าตัด และระยะที่ 3 การพยาบาลเพื่อการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วย การประเมินผลการใช้รูปแบบการพยาบาล พบว่า หลังใช้รูปแบบการพยาบาล ผู้ป่วย และผู้ให้บริการ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (Mean= 2.79 และ Mean= 2.91 ตามลำดับ) ก่อนและหลังการใช้รูปแบบ ความพึงพอใจของผู้ให้บริการมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <.05) การปฏิบัติกิจกรรมการพยาบาลตามรูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีที่ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้อง มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <.05)
สรุปและข้อเสนอแนะ : การพัฒนารูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีที่ได้รับการผ่าตัดผ่านกล้อง ในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ส่งผลให้ประสิทธิภาพการพยาบาลผู้ป่วยเพิ่มขึ้น มีขั้นตอนของการพยาบาลผู้ป่วยอย่างชัดเจน และผู้ป่วยสามารถกลับปรักษาตัวที่บ้านได้อย่างเหมาะสม
เอกสารอ้างอิง
สถาบันวิจัยและประเมินเทคโนโลยีทางการแพทย์ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. การประเมินทางเศรษฐศาสตร์การผ่าตัดผ่านกล้องเปรียบเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดในการรักษานิ่วในถุงน้ำดีปีงบประมาณ 2563 [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 15 มกราคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dms.go.th/backend//Content/Content_File/Research/Attach
ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาพยาบาลผู้ป่วยทางศัลยกรรม [อินเตอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 15 มกราคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.rcst.or.th/webupload/filecenter/CPG/Gallstone%20.html
ศูนย์ข้อมูลทางการแพทย์ โรงพยาบาลร้อยเอ็ด. สถิติผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี 3 ปีย้อนหลัง (2566-2568). ร้อยเอ็ด: โรงพยาบาลร้อยเอ็ด; 2568.
Heinisch O, Cochran, W G, : Sampling Techniques, 2. Aufl. John Wiley and Sons, New York. London 1963. Preis s. Biometrische Zeitschrift. 1965;7(3):203.
นิตยา บุตรประเสริฐ. ผลของการจัดการความปวดในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีแบบส่องกล้องโรงพยาบาลวานรนิวาส. วารสารการพยาบาล สุขภาพ และการศึกษา. 2563:3(2);67-75.
Soukup S M. The center for advanced nursing practice evidence based practice model : promoting the scholarship of practice. The Nursing Clinics of North America. 2003;35(2):301-9.
Best J W. Research in Education. New Jersey: Prentice hall Inc; 1977.
Polit D. Hungler B. Nursing Research: Principle and Method, 6th ed.; Philadelphia: Lippincott Company; 1999.
ปาริชาด สิริภาคย์โสภณ. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีผ่านกล้องโรงพยาบาลบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2568;10(6):135-44.
ดรุณี สมบูรณ์กิจ, อัจฉรา มีนาสันติรักษ์, กมลรัตน์ สุปัญญาบุตร, รัชชยา มหาสิริมงคล. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดีผ่านกล้อง โรงพยาบาลมหาสารคาม. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2561;15(3):24-34.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง