การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการดูแลและป้องกันภาวะฉุกเฉินในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยการบูรณาการความร่วมมือของทีมแพทย์และพยาบาล
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง, แนวปฏิบัติทางการพยายาล, การดูแลและป้องกันภาวะฉุกเฉินบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสภาพปัญหา พัฒนาแนวปฏิบัติ และประเมินแนวปฏิบัติทางการพยาบาลเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฉุกเฉินในโรงพยาบาลปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research)
วัสดุและวิธีการวิจัย: ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพ คือ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลปทุมรัตต์ จำนวน 7 คน กลุ่มตัวอย่างสำหรับเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณ คือ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะฉุกเฉิน 17 คน พยาบาล 10 คน และผู้ดูแล 7 คน เก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์และการแจกแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการพรรณนาเชิงวิเคราะห์ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยการวิเคราะห์ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยการทดสอบแบบ One sample t-test
ผลการวิจัย: 1. สภาพปัจจุบันและปัญหาในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่มีความเสี่ยงต่อภาวะฉุกเฉิน พบว่า โดยภาพรวมความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง (Mean±SD. = 3.13±0.70) 2. แนวปฏิบัติทางการพยาบาลในการดูแลและป้องกันภาวะฉุกเฉินในผู้ป่วยโรคเรื้อรังฯ ประกอบด้วย 4 ระยะสำคัญ คือ ระยะที่ 1 การคัดกรองและประเมินความเสี่ยง ระยะที่ 2 การเฝ้าระวังและดูแลเชิงรุก ระยะที่ 3 การสื่อสารและการจัดการภาวะฉุกเฉิน และ ระยะที่ 4 การให้ความรู้และการติดตามดูแลต่อเนื่อง และ 3. ประสิทธิภาพการดูแลและการป้องกันภาวะฉุกเฉิน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับดี (Mean±SD. = 4.01±0.57) ความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ทีมแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยต่อการดูแลและป้องกันภาวะฉุกเฉินในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง พบว่าโดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (Mean±SD. = 4.08±0.34)
สรุปและข้อเสนอแนะ: แนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นโดยบูรณาการการทำงานของทีมสหวิชาชีพช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแล โดยความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่ในระดับดีถึงมาก จึงควรนำแนวปฏิบัตินี้ไปใช้เป็นมาตรฐานในโรงพยาบาลชุมชน ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบดูแล
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Chronic diseases and their common risk factors [Internet]. 2021 [cited 2025 June 20]. Available from: https://www.who.int/chp/chronic_disease/en/
กรมอนามัย. โรคเรื้อรังและการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคเรื้อรัง. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2563.
Sukon P. Chronic diseases and the need for integrated healthcare systems in Thailand. Thai Medical Journal. 2020;33(2):45-52.
American Diabetes Association. Standards of medical care in diabetes 2020. Diabetes Care. 2020;43(Supplement 1):S1-S212.
Bucher S. Collaborative care in chronic disease management: A new model for primary care. Journal of Clinical Nursing. 2020;29(7-8):1224-33.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. ผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยเรื้อรัง ติดเตียง/ติดบ้าน [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 25 มิถุนายน 2568]. 2567 เข้าถึงได้จาก: https://gdcatalog.go.th/dataset/gdpublish-dataset-25-13
Delbecq A L, Van de Ven A H, Gustafson D H. Group Techniques for Program Planning: A Guide to Nominal Group and Delphi Processes. Scott, Foresman Glenview; 1975.
Best J W, Kahn J V. Research in Education. 10th Edition, Pearson Education Inc., Cape Town; 2006.
ชนิดาวดี สายืน, นวลละออง ทองโคตร, สรัญญา เปล่งกระโทก, นภาพร ชิลนาค, ศักดิ์ขรินทร์ นรสาร, ปิยนุช ภิญโย. ความเครียดและการเผชิญความเครียดในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสาร โรงพยาบาลสกลนคร. 2563;23(3):67–76.
ทรัพย์พานิช พลาบัญช์. ความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการมียาเหลือใช้ของผู้ป่วยโรคเรื้อรังในศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลเมืองร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2564;2(3):55–67.
McComb S A, Kelsey C S. Nurse-physician collaboration and communication in critical care: A comparison of American and British healthcare systems. Journal of Nursing Care Quality. 2014;29(3):274-80.
Fitzgerald L, Williams R. Collaboration between healthcare professionals: A guide to interprofessional teamwork in practice. International Journal of Healthcare Quality Assurance. 2014;27(7):646-57.
กาญจนา โทหา. ผลของโปรแกรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมต่อความรู้และการปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โรงพยาบาลร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2566;4(3):32–42.
นัฏฐพร พรหมบุตร. วิจัยเรื่องผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมป้องกันโรคเบาหวานของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ตำบลสระคู อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2566;4(3):168–80.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-05-10 (2)
- 2026-05-10 (1)
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง