การพัฒนารูปแบบการป้องกันอาการผิดปกติของระบบโครงร่าง กระดูกและกล้ามเนื้อ ของพนักงานปฏิบัติงานในโรงพยาบาลกุมภวาปี
คำสำคัญ:
ระบบโครงร่างกระดูกและกล้ามเนื้อ, พนักงานปฏิบัติงาน, การรับรู้, พฤติกรรมการป้องกันบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาสภาพปัญหา สร้างและตรวจสอบรูปแบบ และทดลองใช้และประเมินรูปแบบการป้องกันอาการผิดปกติของระบบโครงร่างกระดูกและกล้ามเนื้อของพนักงานปฏิบัติงานในโรงพยาบาลกุมภวาปี
รูปแบบการวิจัย : การวิจัยและพัฒนา (Research and development Research)
วัสดุและวิธีการวิจัย : กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้บริหารและพนักงานทุกระดับของโรงพยาบาลกุมภวาปี แบ่งเป็นระยะศึกษาสภาพปัญหา 10 คน ระยะสร้างและตรวจสอบรูปแบบ 25 คน และทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบฯ 40 คน ระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2568 เก็บรวมรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และแบบบันทึก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ Paired t-test กำหนดนับสำคัญทางสถิติที่ 95% Confidences Interval
ผลการวิจัย : พบว่า 1) สภาพปัญหาการป้องกันอาการผิดปกติของระบบโครงร่าง กระดูกและกล้ามเนื้อเกิดจากสาเหตุด้านการยศาสตร์ ด้านสุขภาพและสภาวะร่างกาย ด้านจิตสังคม และด้านทัศนคติและการจัดการของพนักงานปฏิบัติงาน 2) รูปแบบฯ ประกอบด้วยโปรแกรม Smart Move, Healthy Staff (3 ป : ปรับ-เปลี่ยน-ประจำ) ที่มีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ระดับมาก (Mean±SD. = 4.45±0.42) และ 3) ผลการประเมินรูปแบบฯ พบว่า ภายหลังการพัฒนา พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยการรับรู้ความสามารถตนเองในการป้องกันโรคระบบโครงร่างกระดูกและกล้ามเนื้อโดยรวมมากกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) โดยมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.36 คะแนน (Mean differences = 0.36; 95%CI = 0.18, 0.54) และกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันโรคระบบโครงร่างกระดูกและกล้ามเนื้อ โดยรวมมากกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) โดยมีคะแนนเพิ่มขึ้น 2.00 คะแนน (Mean differences = 2.00; 95%CI = 1.82, 2.17)
สรุปและข้อเสนอแนะ: ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่านวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นส่งผลให้พนักงานปฏิบัติงานมีการรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันอาการผิดปกติของระบบโครงร่าง กระดูกและกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานประกันสังคม. รายงานสถานการณ์การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ปี 2559-2563 [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กองวิจัยและพัฒนา สำนักงานประกันสังคม; 2565 [เข้าถึงเมื่อ 25 มีนาคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://www.sso.go.th/wpr/assets/upload/files_storage/sso_th/84b88668b20c808bf3efe3302802234.pdf
โรงพยาบาลกุมภวาปี. รายงานสถิติอาการผิดปกติของระบบโครงร่าง กระดูกและกล้ามเนื้อของพนักงาน ปี 2564-2567. อุดรธานี: งานอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลกุมภวาปี; 2567.
Boonprapa C, Chino S. Factors associated with musculoskeletal disorders among hospital workers in Thailand. J Med Assoc Thai. 2013;96(Suppl 2):S123-31.
จิตตาภรณ์ มงคลแก่นทราย, อุไรวรรณ หมัดอ่าดัม. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความผิดปกติทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อของบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลของรัฐ จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2562;13(2):10-21.
Occupational Safety and Health Administration (OSHA). Safe Patient Handling [Internet]. Washington, D.C.: U.S. Department of Labor; 2024 [cited 2026 Apr 25]. Available from: https://www.osha.gov/healthcare/safe-patient-handling
BMC Musculoskeletal Disorders. Prevention and management of musculoskeletal disorders among ICU nurses: a longitudinal study. BMC Musculoskelet Disord. 2023;24(1):342.
กลุ่มอาชีวอนามัย สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค. คู่มือการดำเนินงานสถานประกอบการปลอดโรค ปลอดภัย กายใจเป็นสุข [อินเทอร์เน็ต]. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2560 [เข้าถึงเมื่อ 25 มีนาคม 2569]. เข้าถึงได้จาก: http://envocc.ddc.moph.go.th/uploads/media/manual/Happy_Workplace.pdf
Deming W E. The new economics for industry, government, education. 2nd ed. Cambridge, MA: MIT Press; 2000.
นิสากร กรุงไกรเพชร. การพัฒนารูปแบบการป้องกันความผิดปกติของระบบกระดูกและกล้ามเนื้อจากการทำงานของคนงานทำตะกร้าในวิสาหกิจชุมชน [วิทยานิพนธ์]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล; 2555.
Nakamura H, Tanaka S, Sato Y. Multifactorial risk factors for musculoskeletal disorders in industrial workers: A 2-year follow-up study. Int J Occup Saf Ergon. 2023;29(3):1012-25.
วิภาดา รัตนคุปต์. ปัจจัยทางจิตสังคมกับการเกิดความผิดปกติทางระบบโครงร่างและกล้ามเนื้อในพนักงานสำนักงาน: การศึกษาเชิงวิเคราะห์. วารสารอาชีวอนามัยและความปลอดภัย. 2565;15(2):45-59.
Thompson D. Beyond individual attitudes: The hierarchy of controls in preventing musculoskeletal disorders. J Ergon Res. 2024;31(1):22-38.
กิตติภูมิ ใจซื่อ. ผลกระทบของการทำงานแบบผสมผสาน (Hybrid Work) ต่ออาการออฟฟิศซินโดรมในประชากรไทยวัยทำงาน. วารสารวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ. 2567;18(1):88-102.
Miller S. Organizational safety culture and its impact on musculoskeletal health. Occup Med. 2022;72(1):118-30.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง