การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ ในหอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 5 โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
คำสำคัญ:
การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาล, ปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ (VAP), การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม, หอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม, ความปลอดภัยของผู้ป่วยบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาสภาพปัญหา พัฒนาแนวปฏิบัติ และศึกษาประสิทธิผลของแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ (VAP) ในหอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 5 โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
รูปแบบการวิจัย : การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research: PAR) ตามแนวคิดวงจรการเปลี่ยนแปลง Look-Think-Act
วัสดุและวิธีการวิจัย : กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย บุคลากรทางการพยาบาลและผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจในหอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม 5 ดำเนินการวิจัย 4 ระยะ ได้แก่ 1) ระยะเตรียมการเพื่อศึกษาสถานการณ์และทบทวนวรรณกรรม 2) ระยะพัฒนาแนวปฏิบัติผ่านการสนทนากลุ่มเพื่อปรับปรุง VAP Bundle ให้เข้ากับบริบทหน่วยงาน 3) ระยะทดลองใช้แนวปฏิบัติร่วมกับการสังเกตและนิเทศ และ 4) ระยะประเมินผล เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แนวปฏิบัติการพยาบาลฯ ที่พัฒนาขึ้น แบบสังเกตการปฏิบัติ และแบบสอบถามความพึงพอใจ
ผลการวิจัย : ผลการศึกษาพบว่าหลังการใช้แนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้น บุคลากรทางการพยาบาลมีการปฏิบัติในการป้องกัน VAP ที่ถูกต้องมากกว่าก่อนใช้แนวปฏิบัติอย่างชัดเจน ส่งผลให้อุบัติการณ์การเกิดปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ (VAP) ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนการดำเนินงาน นอกจากนี้บุคลากรทางการพยาบาล มีความพึงพอใจต่อแนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้นในระดับมาก เนื่องจากมีความชัดเจน เข้าใจง่าย และสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในบริบทของหน่วยงานได้จริง เช่น การปรับวิธีการดูแลช่องปากในผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว
สรุปและข้อเสนอแนะ : การพัฒนาแนวปฏิบัติโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมช่วยให้บุคลากรเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและนำไปสู่การปฏิบัติที่ยั่งยืน ข้อเสนอแนะคือควรมีการนิเทศการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง และขยายผลการใช้แนวปฏิบัติไปยังหอผู้ป่วยวิกฤตอื่น ๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจในภาพรวมของโรงพยาบาล
เอกสารอ้างอิง
Girish R, Chawla A. Ventilator-associated pneumonia: A brief review. Cureus. 2022;14(12):e32420.
Almeida B J, Diniz S S, Reis C E D. Impact of COVID-19 on the incidence, mortality, and costs associated with ventilator-associated pneumonia (VAP): A systematic review. J Crit Care. 2024;80:154567.
Dodek P, Keenan S, Hurford D, Martin C. Ventilator-associated pneumonia prevention. Can J Crit Care Nurs. 2020;31(3):48–56.
สุปรีดา สุขสวัสดิ์, กิตติพงษ์ สนธิสวัสดิ์, วราลักษณ์ โพธิ์พุฒ. แนวโน้มอุบัติการณ์ปอดอักเสบที่สัมพันธ์กับการใช้เครื่องช่วยหายใจในโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปในประเทศไทย: พ.ศ. 2563–2566. วารสารการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ. 2567;10(1):45-56.
ชลธิชา วงศ์คำเปิน, ปิยนุช มณีศรี, สุวรรณา จันทรเกษมกุล. ผลกระทบของการเกิดปอดอักเสบในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจต่อระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล. วารสารพยาบาลสาร. 2563;47(4):118-28.
คณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลร้อยเอ็ด. รายงานสรุปอัตราการติดเชื้อในโรงพยาบาล ประจำปีงบประมาณ 2565–2567. ร้อยเอ็ด: โรงพยาบาลร้อยเอ็ด; 2567.
Polit D F, Hungler B P. Nursing research: Principles and methods. 6th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 1999.
Huang Q, Zhang Y, Wang C, Li T, Wang Q, Li H, et al. Knowledge, attitude, and practice of nurses in ICU on preventing ventilator-associated pneumonia: A cross-sectional study in Gansu Province, China. Front Med. 2025;12:1591582.
ดวงมาลย์ คำหม่อม. ผลของการส่งเสริมการปฏิบัติตามแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันปอดอักเสบในผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจ หอผู้ป่วยหนักอายุรกรรม โรงพยาบาลแพร่. วารสารสาธารณสุขจังหวัดแพร่เพื่อการพัฒนา. 2567;3(2):1–15.
จันทรรัตน์ สิทธิบุศย์, สิงหเทพ นามวิเศษ, โยธานันท์ อิ่มเอิบ. การพัฒนารูปแบบการจัดการทางการพยาบาลเพื่อป้องกันปอดอักเสบจากการใช้เครื่องช่วยหายใจในหอผู้ป่วยสามัญ โรงพยาบาลมหาสารคาม. วารสารพยาบาลทหารบก. 2568;26(1):1-10.
Lewin K. Action research and minority problems. J Soc Issues. 1946;2(4):34–46.
Tabaei S, Alhani F, Ahmadi F, Alavi M. Promoting the quality of ventilator-associated pneumonia control in intensive care units: An action research. Tanaffos. 2020;19(3):223–34.
Kalil A C, Metersky M L, Klompas J, Muscedere J, Sweeney D A, Palmer L B, et al. Management of adults with hospital-acquired and ventilator-associated pneumonia: 2016 clinical practice guidelines by the Infectious Diseases Society of America and the American Thoracic Society. Clin Infect Dis. 2016;63(5):e61–e111.
Papazian L, Penot A, Foucault C, Joffin L, Alby-Laurent F, Martin C, et al. Prevention of ventilator-associated pneumonia through care bundles: A systematic review and meta-analysis. J Intensive Med. 2023;3(2):115–25.
Li S, Huang Y, Xie H. The effectiveness of mouthwash solutions in preventing ventilator-associated pneumonia (VAP): A systematic review. Siriraj Med Bull. 2025;18(2):1–12.
Alshuraydi N M, Al-Fayez F T, Al-Azzam M, Al-Zoubi M, Al-Zoubi S R. Nurses' compliance to ventilator-associated pneumonia prevention bundle and its effect on patient outcomes in intensive care units. J Clin Nurs. 2025;34(15–16):1–12.
Reason P, Bradbury H, editors. Handbook of action research: Concise paperback edition. London: SAGE Publications; 2021.
Melnyk B M, Fineout-Overholt E. Evidence-based practice in nursing & healthcare: A guide to best practice. 4th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer; 2018.
Institute of Medicine. Clinical practice guidelines we can trust. Washington (DC): National Academies Press; 2011.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-04-11 (2)
- 2026-04-11 (1)
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง