การพัฒนารูปแบบการพยาบาลจัดการรายกรณีเพื่อป้องกันการเสพซ้ำ สำหรับผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตร่วม : การวิจัยเชิงปฏิบัติการ

ผู้แต่ง

  • สายทอง ราชรี โรงพยาบาลเกษตรวิสัย

คำสำคัญ:

การจัดการรายกรณี, ผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตร่วม, การป้องกันการเสพซ้ำ, การวิจัยเชิงปฏิบัติการ, โมเดลเมทริกซ์ปรับปรุงใหม่

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาสถานการณ์และปัญหา พัฒนารูปแบบ และศึกษาผลของการใช้รูปแบบการพยาบาลผู้ป่วยยาเสพติดในโรงพยาบาลเกษตรวิสัย

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research - PAR)

วัสดุและวิธีการวิจัย: ผู้ให้ข้อมูลสำคัญเป็นคณะทํางานแกนนำ ประกอบด้วยตัวแทนสหวิชาชีพ และพยาบาลผู้จัดการรายกรณี 35 คน ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย 5 ท่าน ผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตร่วม 1,287 คน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 20 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม แบบบันทึก แบบประเมิน และแนวคำถามสำหรับการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ และร้อยละ

ผลการวิจัย: การศึกษาครั้งนี้พบข้อจำกัดเชิงระบบในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดที่ขาดการบูรณาการองค์ความรู้ด้านการรับรู้และกลไกพยาบาลผู้จัดการรายกรณี (Case Manager) เพื่อเชื่อมต่อการดูแลสู่ชุมชนอย่างไร้รอยต่อ ผู้วิจัยจึงได้พัฒนากระบวนการจัดการรายกรณี 6 ขั้นตอน ประกอบด้วย (1) การเตรียมการ (2) การคัดกรอง (3) การคืนข้อมูลชุมชน (4) การบำบัดด้วยรูปแบบ Modified Matrix Program (5) การส่งต่อความยั่งยืน และ (6) การเฝ้าระวังการเสพซ้ำ และผลลัพธ์การดำเนินงานพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย (95.41%) และเข้าสู่ระบบผ่านกลไกตามมาตรา 114 (56.93%) ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (85.36%) ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสีเขียว (Non-SMIV) และไม่มีโรคจิตเวชร่วม (85.67%) อัตราการคงอยู่ในระบบจนครบโปรแกรม คิดเป็น 92.22% และผลการติดตามระยะ 1 ปี พบว่า อัตราการหยุดเสพต่อเนื่องคิดเป็น 81.13% และอัตราการเสพซ้ำ (Relapse rate) เพียง 3.37%

สรุปและข้อเสนอแนะ: รูปแบบการพยาบาลจัดการรายกรณีที่พัฒนาขึ้นสามารถเพิ่มอัตราการหยุดเสพต่อเนื่องได้สูงถึง 81.13% แม้ในพื้นที่ทรัพยากรจำกัด ควรขยายผลเชิงนโยบายโดยเน้นบทบาทของพยาบาลผู้จัดการรายกรณีเข้าสู่ระบบบริการปกติเพื่อสร้างความยั่งยืนในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชยาเสพติดแบบไร้รอยต่อ

เอกสารอ้างอิง

United Nations Office on Drugs and Crime. World Drug Report 2023. Vienna: UNODC; 2023.

ปิยกัณญา แก่นวิชา, สุณี อาวรณ์, วิไลลักษณ์ ดวงบุปผา. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตและเสี่ยงก่อความรุนแรง อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิจัยและพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ. 2567;5(2):230-41.

โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น. รายงานประจำปี 2566. ขอนแก่น: โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น กรมการแพทย์; 2566.

สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด. แนวทางการดำเนินงานบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด (ฉบับปรับปรุง). นนทบุรี; 2567.

UNODC/WHO. Opioid overdose: preventing and reducing opioid overdose mortality. Discussion paper; 2013.

World Health Organization. Community-based rehabilitation: CBR guidelines. Geneva: WHO; 2014.

Mendiola T C, Rosanne M J, Avegale C A, Marie T W O, Donald J M. B, et.al. Examining the impact of community-based behavioral drug treatment: A case study from the Philippines. The Journal of Behavioral Science Division. 2020;2(15):1-15.

สถาบันบำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนีและโรงพยาบาลธัญญารักษ์ภูมิภาค. แนวทางการดำเนินงานการบำบัดฟื้นฟูโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และแนวปฏิบัติที่ดี. นนทบุรี: บริษัท เดอะกราฟิโก ชิสเต็มส์ จำกัด; 2562.

McMillan J H, Schumacher S. Research in education: a conceptual introduction. 5th ed. New York: Longman; 2001.

กระทรวงสาธารณสุข. มาตรฐานการปฏิบัติงานการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง. กรุงเทพฯ: บริษัท บียอนด์ พับลิสชิ่ง จำกัด; 2561.

Somabat T, Meethong K, Thaitae S. Effectiveness of a continuous care model for substance-dependent patients with co-occurring mental disorders in community settings: A mixed-methods study. J Health Res. 2022;36(4):452-65.

Volkow N D, Han B, Blanco C, Compton W M. Psychosis and substance use disorders: A dual challenge for global health systems. Lancet Psychiatry. 2021;8(12):1098-112.

Hesselberg F, Gjestad R, Lystad J, Thørrisen M M. Cognitive impairment in patients with dual diagnosis: Implications for treatment engagement and relapse prevention. Front Psychiatry. 2022;13:914522.

McGinty E E, Daumit G L, Stone E M, Dickerson F B, Kennedy-Hendricks A, Richardson S, et al. Integrated care models for people with serious mental illness and substance use disorders: A systematic review. Adm Policy Ment Health. 2020;47(5):734-51.

Morse D S, Wilson J L, McMahon J M, Dozier A M, Quinn J R, Cerulli C. Integrated health care and case management for women with substance use and mental health disorders. J Subst Abuse Treat. 2021;124:108287.

Greenwood R M, Manning R M, Bodganovic S, Manning A, Collins J, Hean S, et al. Implementing integrated services for individuals with dual diagnosis: A systematic review of barriers and facilitators. Int J Drug Policy. 2020;83:102831.

McHugh R K, Hearon B A, Otto M W. Cognitive behavioral therapy for substance use disorders in the context of co-occurring psychiatric conditions. Annu Rev Clin Psychol. 2023;19:351-76.

Peacock A, Leung J, Larney S, Colledge S, Hickman M, Rehm J, et al. Global statistics on alcohol, tobacco and illicit drug use: 2022 status report. Addiction. 2023;118(1):122-35.

Becker J B, Chang A S. Sex differences in the onset and progression of drug addiction: A review of clinical and preclinical studies. Front Neuroendocrinol. 2022;66:101015.

Stahl S, Laks J, Oliveira IR. Clinical challenges in the screening of co-occurring psychotic disorders and substance use: Beyond overt aggression. Int Clin Psychopharmacol. 2021;36(5):241-9.

World Health Organization, United Nations Office on Drugs and Crime. International standards for the treatment of drug use disorders: revised edition incorporating results from field-testing. Geneva: World Health Organization; 2020.

Meyers K, Belenko S, Dembo R. Barriers and facilitators of treatment retention in community-based drug rehabilitation: A cross-cultural perspective. J Subst Abuse Treat. 2023;145:108923.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

เผยแพร่ 2026-03-31 — ปรับปรุง 2026-03-31

เวอร์ชัน

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ราชรี ส. การพัฒนารูปแบบการพยาบาลจัดการรายกรณีเพื่อป้องกันการเสพซ้ำ สำหรับผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตร่วม : การวิจัยเชิงปฏิบัติการ. J Res Health Inno Dev [อินเทอร์เน็ต]. 31 มีนาคม 2026 [อ้างถึง 3 เมษายน 2026];7(เพิ่มเติม 1):168-82. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/287342

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความต้นนิพนธ์