ประสิทธิผลของโปรแกรมการฝึกอบรมการคัดกรองผู้ป่วยตามความเร่งด่วนสำหรับพยาบาลวิชาชีพ ที่ปฏิบัติงานแผนกผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด
คำสำคัญ:
การคัดกรองผู้ป่วยฉุกเฉิน, โปรแกรมการฝึกอบรม, พยาบาลวิชาชีพ, แผนกอุบัติเหตุและฉุกเฉินบทคัดย่อ
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมการฝึกอบรมการคัดกรองผู้ป่วยตามความเร่งด่วนสำหรับพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานแผนกผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน
รูปแบบการวิจัย: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental Research) แบบหนึ่งกลุ่ม ทดสอบก่อนและหลัง (A one-group pretest- posttest design) โปรแกรมการฝึกอบรม ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือน กันยายน พ.ศ. 2568 โดยใช้ ระยะเวลา 8 เดือน
วัสดุและวิธีการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานแผนกผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลปทุมรัตต์ 13 คน และ EMT 3 คน รวม 16 คน ผู้ป่วยที่เข้ารับบริการที่แผนกผู้ป่วยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลปทุมรัตต์ 30 คน วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1) ศึกษาสถานการณ์ แนวคิดการพัฒนาบุคลากร และจัดทำโปรแกรมการฝึกอบรมการคัดกรองผู้ป่วยตามความเร่งด่วน โรงพยาบาลปทุมรัตต์ 2) ขั้นตอนการดำเนินการ และ 3) ขั้นตอนการวิเคราะห์ข้อมูล การเก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบทดสอบความรู้ แบบประเมินทักษะ แบบประเมินความพึงพอใจ และแบบบันทึกความถูกต้องของการคัดกรอง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Paired t-test และ Cohen’s kappa กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการวิจัย: พบว่า หลังได้รับโปรแกรมการฝึกอบรม พยาบาลวิชาชีพมีคะแนนเฉลี่ยความรู้เพิ่มขึ้นจาก 18.75 (SD. = 2.10) เป็น 25.30 (SD. = 1.85) คะแนน และคะแนนทักษะการปฏิบัติการคัดกรองเพิ่มขึ้นจาก 21.40 (SD. = 2.65) เป็น 27.60 (SD. = 1.95) คะแนน ซึ่งสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 8.42 และ 7.96 ตามลำดับ, p < .001) ความถูกต้องของการคัดกรองผู้ป่วยก่อนการฝึกอบรมอยู่ที่ร้อยละ 70.00 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 95.18 หลังการฝึกอบรม โดยค่าความสอดคล้องระหว่างการคัดกรองของพยาบาลวิชาชีพและการประเมินของแพทย์เพิ่มขึ้นจากระดับปานกลาง (Cohen’s kappa = 0.56) เป็นระดับดี (Cohen’s kappa = 0.82)
สรุปและข้อเสนอแนะ: โปรแกรมการฝึกอบรมที่พัฒนาขึ้น สามารถเพิ่มความรู้และทักษะการคัดกรองผู้ป่วยได้ และความถูกต้องของการคัดกรองเพิ่มขึ้น ส่วนอัตราการคัดกรองผิดพลาดและอุบัติการณ์ผู้ป่วยมีอาการทรุดลงขณะรอตรวจลดลง ควรส่งเสริมการนำไปใช้ในหน่วยบริการที่มีบริบทใกล้เคียงและศึกษาผลในระยะยาวต่อไป
เอกสารอ้างอิง
Gilboy N, Tanabe P, Travers D, Rosenau A M. Emergency Severity Index (ESI): a triage tool for emergency department care, version 4. Rockville (MD): Agency for Healthcare Research and Quality; 2012.
Gilboy N, Tanabe T, Travers D, Rosenau AM. Emergency Severity Index (ESI): implementation handbook. Rockville (MD): Agency for Healthcare Research and Quality; 2020.
World Health Organization. Emergency care systems framework. Geneva: WHO; 2022.
Travers D A, Waller A E, Bowling J M, Flowers D, Tintinalli J. Five-level triage system more effective than three-level in tertiary emergency department. J Emerg Nurs. 2015;41(4):e1–e8.
กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถิติการแพทย์ฉุกเฉินประเทศไทย ปีงบประมาณ 2567. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2567.
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ. รายงานประจำปี 2566. นนทบุรี: สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ; 2566.
Considine J, Ung L, Thomas S. Triage nurses’ decisions using the Australasian Triage Scale: a qualitative study. Accid Emerg Nurs. 2007;15(1):18–24.
โรงพยาบาลปทุมรัตต์. รายงานผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ประจำปี พ.ศ. 2566. ร้อยเอ็ด: โรงพยาบาลปทุมรัตต์; 2566.
Nadler D A. Feedback and organization development: using data-based methods. Reading (MA): Addison-Wesley; 1980.
Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates; 1988.
Mistry B, Stewart De Ramirez S, Kelen G, Schmitz P S K, Balhara KS, Levin S, et al. Accuracy and reliability of emergency department triage using the Emergency Severity Index: an international multicenter assessment. Ann Emerg Med. 2019;74(3):397–406.
Billings J, Parikh N, Mijanovich T. Emergency department use in New York City: a substitute for primary care? Issue Brief (Commonw Fund). 2016;433:1–5.
Molla M, Sisay W, Andualem A, Yilma T. Emergency nurses' knowledge and skill regarding triage and its associated factors in Amhara Region Comprehensive Specialized Hospitals, Ethiopia: a cross-sectional study. Emerg Med Int. 2020;2020:6459316.
Aloyce R, Leshabari S, Brysiewicz P. Assessment of knowledge and skills of triage amongst nurses working in the emergency centres in Dar es Salaam, Tanzania. Afr J Emerg Med. 2014;4(1):14-18.
McHugh M L. Interrater reliability: the kappa statistic. Biochem Med (Zagreb). 2012;22(3):276-82.
Jordi K, Grossmann F, Gaddis G M, Cignacco E, Denhaerynck K, Schwendimann R, et al. Nurses' accuracy and self-perceived ability using the Emergency Severity Index triage tool: a cross-sectional study in four Swiss hospitals. Scand J Trauma Resusc Emerg Med. 2015;23:62.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-03-28 (2)
- 2026-03-27 (1)
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด
บทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวิจัย และพัฒนานวัตกรรมทางสุขภาพ สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็น ผลงานวิชาการ งานวิจัย วิเคราะห์ ตลอดจนเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้ประพันธ์ กองบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็น ด้วยเสมอไป และผู้ประพันธ์จะต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง