ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมการป้องกันการเกิดภาวะเจ็บครรภ์ คลอดก่อนกำหนดและอัตราการคลอดก่อนกำหนดของสตรีตั้งครรภ์เสี่ยง ในโรงพยาบาลอาจสามารถ

ผู้แต่ง

  • ทักษภร โปร่งสูงเนิน โรงพยาบาลอาจสามารถ

คำสำคัญ:

การเสริมสร้างแรงจูงใจ, พฤติกรรมการป้องกันการเกิดภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด, อัตราการคลอดก่อนกำหนด, สตรีตั้งครรภ์เสี่ยง

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ : เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมป้องกันการเจ็บครรภ์  อัตราการคลอดก่อนกำหนด และประเมินคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจของสตรีกลุ่มเสี่ยงหลังการได้รับโปรแกรมฯ

รูปแบบการวิจัย: การวิจัยแบบกึ่งทดลอง (One group pre-test post- test design)

วัสดุและวิธีการวิจัย : กลุ่มตัวอย่างเป็นสตรีตั้งครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์ในคลินิกฝากครรภ์โรงพยาบาลอาจสามารถที่มีความเสี่ยงต่อการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด จำนวน 20 คน และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์การคัดเข้า (Inclusion criteria) เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบประเมินความเสี่ยงภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด เครื่องมือติดตามการหดรัดตัวของมดลูกและแบบสอบถามพฤติกรรมการป้องกันการเกิดภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดที่มีค่าอำนาจจำแนกรายข้อตั้งแต่ 0.42-0.73 และความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.871 วิคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ Paired t-test กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ 95% Confidences interval

ผลการวิจัย :  หลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมโดยรวมเพิ่มขึ้น (p <.001) โดยคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 2.35 ± 0.28 คะแนน ในระยะก่อนทดลอง เป็น 2.79 ± 0.25 คะแนน ในระยะหลังทดลอง ค่าความต่างเฉลี่ยเท่ากับ 0.44 ตะแนน (95%CI; 0.35, 0.53) อัตราการคลอดก่อนกำหนด ของกลุ่มตัวอย่าง 5.0% และกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจฯ โดยรวมอยู่ในระดับมาก (4.40 ±0.35) 

สรุปและข้อเสนอแนะ: ผลการวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่านวัตกรรมทางสุขภาพที่พัฒนาขึ้นส่งผลให้กลุ่มตัวอย่างมีพฤติกรรมพฤติกรรมป้องกันการเจ็บครรภ์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราการคลอดก่อนกำหนดลดลง 

เอกสารอ้างอิง

Damus K. Prevention of preterm birth: a renewed national priority. Curr Opin Obstet Gynecol. 2008;20(6):590-6

กลุ่มรายงานมาตรฐานอนามัยแม่และเด็ก. รายงานสถานการณ์ทารกคลอดก่อนกำหนด ปีงบประมาณ พ.ศ.2565. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.

มนต์ชัย สันติภาพ. สูติศาสตร์ร่วมสมัย: ภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด. กรุงเทพฯ: พี.เอ. ลีฟวิ่ง; 2561.

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด (Clinical Practice Guideline for Preterm Labor). นนทบุรี: กรมการแพทย์; 2566.

โรงพยาบาลอาจสามารถ. รายงานสถิติงานอนามัยแม่และเด็ก ประจำปี พ.ศ.2567. ร้อยเอ็ด: โรงพยาบาลอาจสามารถ; 2567.

Eunice Kennedy Shriver National Institute of Child Health and Human Development (NICHD). Preterm labor and birth: Condition information [Internet]. Bethesda (MD): National Institutes of Health; 2024 [cited 2025 Jan 15]. Available from: https://www.nichd.nih.gov/health/topics/preterm

ชลธิชา รักษาธรรม, พัชรินทร์ นินทรา. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดของหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยง. วารสารสภาการพยาบาล. 2564;36(2):89-105.

Rogers R W. Cognitive and physiological processes in fear appeals and attitude change: A revised theory of protection motivation. In: Cacioppo JT, Petty RE, editors. Social Psychophysiology: A Sourcebook. New York: Guilford Press; 1983. p. 153-76.

Lams J D. Prediction and prevention of preterm birth. N Engl J Med. 2003;349(16):1564-9.

จารู อัสมะ, สินสุกใส นิตยา, พาหุวัฒนกร วรรณา. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการป้องกันการเกิดภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดในสตรีตั้งครรภ์. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2561;36(1):43-55.

Gao L, Zhang L, Li X. Impact of health motivation intervention on infectious risk management among high-risk pregnant women: A randomized controlled trial. J Clin Nurs. 2022;31(15-16):2210-22.

พัชรินทร์ นินทรา, กนกพร นทีธนสมบัติ, รัตน์ศิริ ทาโต. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการจัดการตนเองต่อพฤติกรรมการป้องกันการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดในสตรีตั้งครรภ์วัยรุ่น. วารสารเกื้อการุณย์. 2564;28(1):45-57.

Tadele N, Habta F, Akibu M, Manyazewal T. Adherence to antenatal care and associated factors among pregnant women in low-resource settings: A systematic review and meta-analysis. BMC Pregnancy Childbirth. 2020;20(1):1-12.

Smith A, Johnson B, Brown C. Socioeconomic barriers to stress management in high-risk pregnancies: A longitudinal study. Int J Womens Health. 2023;15:445-58.

Ohuma EO, Moller A B, Bradley E, Chakwera S, Hussain-Alkhateeb L, Lewin A, et al. National, regional, and global estimates of preterm birth in 2020, with trends from 2010: a systematic analysis. Lancet. 2023;402(10409):1261-71.

Calvert C, Brockway M, Zoega H, Miller J E, Been J V, Rodriguez N, et al. Changes in preterm birth and stillbirth during COVID-19 lockdowns in 26 countries. Nat Hum Behav. 2022;6(10):1435-49.

Chen H, Li X, Wang J. Effectiveness of protection motivation theory-based interventions in maternal health: A systematic review. J Adv Nurs. 2021;77(8):3250-65.

Meedya S, Fahy K, Parratt J. mHealth interventions to support self-management in high-risk pregnancies: A randomized controlled trial. Midwifery. 2022;105:103215.

นงลักษณ์ จิตต์แก้ว, วารุณี สังข์สร, ประทุม สร้อยวงค์. ผลของโปรแกรมเสริมสร้างพลังอำนาจต่อความพึงพอใจและพฤติกรรมสุขภาพของสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงสูง. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ. 2566;46(1):112-25.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

เผยแพร่ 2026-03-18 — ปรับปรุง 2026-03-28

เวอร์ชัน

รูปแบบการอ้างอิง

1.
โปร่งสูงเนิน ท. ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมการป้องกันการเกิดภาวะเจ็บครรภ์ คลอดก่อนกำหนดและอัตราการคลอดก่อนกำหนดของสตรีตั้งครรภ์เสี่ยง ในโรงพยาบาลอาจสามารถ. J Res Health Inno Dev [อินเทอร์เน็ต]. 28 มีนาคม 2026 [อ้างถึง 3 เมษายน 2026];7(เพิ่มเติม 1):45-60. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jrhi/article/view/287001

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความต้นนิพนธ์