การพัฒนาแผนกลยุทธ์การส่งเสริมสุขภาพประชาชนวัยทำงานระดับประเทศ พ.ศ. 2568-2580
คำสำคัญ:
การส่งเสริมสุขภาพ, ประชากรวัยทำงาน, แผนกลยุทธ์, ผลิตภาพแรงงาน, การกำหนดนโยบายบทคัดย่อ
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอดและภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ส่งผลให้การส่งเสริมสุขภาพประชากรวัยทำงาน (อายุ 15–59 ปี) เป็นวาระเร่งด่วนระดับชาติเพื่อรักษาฐานผลิตภาพแรงงานของประเทศ การวิจัยเชิงคุณภาพแบบมีส่วนร่วมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำแผนกลยุทธ์การส่งเสริมสุขภาพประชาชนวัยทำงานระดับประเทศ พ.ศ. 2568–2580 โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง
แบบเฉพาะเจาะจงจำนวน 50 คน จากผู้แทนภาคเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิ และหน่วยงานภาครัฐ 6 กระทรวงหลัก ใช้ข้อมูลจากการทบทวนเอกสาร การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการสนทนากลุ่มย่อย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงประเด็นร่วมกับกรอบทฤษฎีสายธารพหุคูณ (MSF) และการวิเคราะห์ SWOT/TOWS Matrix ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการสังเคราะห์ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ (HiAP) สามารถสนับสนุนสายธารนโยบาย เพื่อนำไปสู่การเปิดหน้าต่างแห่งโอกาสเชิงนโยบาย (Policy Window) เพื่อตอบสนองต่อเป้าประสงค์ยุทธศาสตร์ร่วม 4 ประการ (4Gs) ได้แก่ Good Job, Good Insurance, Good Health และ Good Environment และได้ข้อสรุปเป็น 5 ประเด็นยุทธศาสตร์ ได้แก่ (1) ขับเคลื่อนนโยบายและบริหารจัดการระบบแบบบูรณาการเพื่อลดวิกฤตสุขภาพอย่างทั่วถึง (2) ส่งเสริมและพัฒนาวัยทำงานให้รอบรู้ทางสุขภาพและจัดการสุขภาพดีได้ด้วยตนเอง (3) พัฒนาเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานทั่วประเทศให้เข้มแข็งและเชื่อมโยงกับสากล (4) ส่งเสริมสุขภาพและจัดการระบบนิเวศสุขภาพในที่ทำงานเพื่อเพิ่มผลิตภาพแรงงาน และ (5) พัฒนาระบบบริการสุขภาพและสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพวิถีใหม่ ข้อค้นพบนี้ช่วยสร้างความเป็นเจ้าของร่วมกันของภาคีเครือข่าย และเป็นต้นแบบแผนยุทธศาสตร์ที่พร้อมนำไปปฏิบัติจริงเพื่อยกระดับสุขภาวะและผลิตภาพแรงงานของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
Organisation for Economic Co-operation and Development. Compendium of Productivity Indicators 2024. Paris: OECD Publishing; 2024 2024.
United Nations, D. o. E. a. S. A., Population Division. World Population Prospects 2022: Summary of Results. New York: United Nations; 2022.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. รายงานการคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ. 2553-2583. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ; 2556.
World Health Organization. The true extent of noncommunicable diseases and what to do about them. Geneva: World Health Organization; 2022.
สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สถิติสาธารณสุข พ.ศ. 2566. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
ศูนย์เฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์. รายงานสถานการณ์การฆ่าตัวตายในประเทศไทย ปี 2565. 2565.
กรมควบคุมมลพิษ. รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2567. กรุงเทพฯ: กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม; 2567.
สำนักงานกองทุนเงินทดแทน สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน. สถานการณ์การประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ปี 2561-2565. กรุงเทพฯ: กระทรวงแรงงาน; 2566.
สุนันทินี ศรีประจันทร์, ชัญญานุช ปานนิล, ผดุงศักดิ์ ศรีวาส. การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพวัยทำงานและสร้างสุขภาวะองค์กรในสถานประกอบกิจการแบบบูรณาการโดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย: เขตสุขภาพที่ 7. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น. 2569;18(1):2.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566-2570. กรุงเทพฯ: สำนักนายกรัฐมนตรี; 2565.
พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม. ราชกิจจานุเบกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา; 2545.
คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข. แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านสาธารณสุข (ฉบับปรับปรุง). 2564.
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541. ราชกิจจานุเบกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา; 2541.
Shankardass, K., Muntaner, C., Kokkinen, L., Shahidi, F. V., Freiler, A., Oneka, G., et al. The implementation of Health in All Policies initiatives: a systems framework for government action. Health Res Policy Syst. 2018;16(1):26.
United Nations. The Sustainable Development Goals Report 2023: Special Edition. New York: United Nations; 2023.
Herweg, N., Zahariadis, N., Zohlnhöfer, R. The Multiple Streams Framework: Foundations, Refinements, and Empirical Applications. In: C. M. Weible, P. A. Sabatier, editors. Theories of the Policy Process. 4th ed. New York: Routledge; 2023. p. 35-72.
Creswell, J. W., Creswell, J. D. Research Design: Qualitative, Quantitative, and Mixed Methods Approaches. 6th ed. Thousand Oaks: SAGE Publications; 2023.
Braun, V., Clarke, V. Thematic Analysis: A Practical Guide. London: SAGE Publications; 2022.
David, F. R., David, F. R. Strategic Management: A Competitive Advantage Approach, Concepts and Cases. 17th ed. Boston: Pearson; 2022.
Organisation for Economic Co-operation and Development. Fiscal Sustainability of Health Systems: Bridging Health and Finance Perspectives: OECD; 2015.
World Economic Forum. The Global Competitiveness Report Special Edition 2020: How Countries are Performing on the Road to Recovery. Geneva: World Economic Forum; 2020.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี [ออนไลน์]. 2021 [19 May 2021]. Available from: http://nscr.nesdc.go.th/ยุทธศาสตร์ชาติ/.
Greenhalgh, T., Papoutsi, C. Studying complexity in health services research: a conceptual framework. BMC Health Services Research. 2022;22(1):894.
Centers for Disease Control and Prevention. The CDC Workplace Health Program Guidelines: Strategies for NCDs prevention. Atlanta: CDC; 2023.
International Labour Organization. World Employment and Social Outlook 2023: The value of essential work Geneva: ILO; 2023. Available from: https://www.ilo.org/publications/flagship-reports/world-employment-and-social-outlook-2023-value-essential-work.
World Health Organization, International Labour Organization. Mental health at work: policy brief. Geneva: World Health Organization; 2022.
Nilsen P, Birken SA. Handbook on Implementation Science. 2nd ed. Cheltenham: Edward Elgar Publishing; 2024.
กองทุนการออมแห่งชาติ. รายงานประจำปี 2566. กรุงเทพฯ: กองทุนการออมแห่งชาติ; 2566.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้ลงตีพิมพ์ในวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย ผลการวิเคราะห์ตลอดจนข้อเสนอแนะเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น หรือกองบรรณาธิการแต่อย่างใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
