ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษา ในการดำเนินงานเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี เขตสุขภาพที่ 7
คำสำคัญ:
การปฏิบัติงาน, บุคลากรทางการศึกษา, เครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี, แรงจูงใจ, พฤติกรรมองค์การบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการปฏิบัติงานและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษาในการดำเนินงานเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี เขตสุขภาพที่ 7 กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 258 คน คัดเลือกโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เก็บข้อมูล ด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและ Multiple Logistic Regression นำเสนอค่า Adjusted Odds Ratio พร้อมช่วงเชื่อมั่นร้อยละ 95 กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศหญิง (ร้อยละ 70.16) อายุเฉลี่ย 38.15 ปี (SD = 9.95, Min.-Max. : 22-59) สถานภาพโสด (ร้อยละ 54.26) จบการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า (ร้อยละ 81.01) และไม่เคยได้รับการอบรมฯ (ร้อยละ 62.40) บุคลากรมีการปฏิบัติงานระดับสูง ร้อยละ 86.82 ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 83.22 (SD=10.04) แรงจูงใจระดับสูง ร้อยละ 86.43 ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 62.41(SD=6.77) และปัจจัยที่มีความสัมพันธ์แต่ละด้าน พบว่า ผู้ที่มีสถานภาพโสด/หม้าย/หย่า/แยกกันอยู่ มีโอกาสปฏิบัติงาน ในระดับสูงเป็น 4.45 เท่าของผู้ที่สมรส (Adjusted OR = 4.45, 95%CI: 1.84–10.72, p-value = 0.001) ผู้ที่มีแรงจูงใจระดับสูงมีโอกาสปฏิบัติงานในระดับสูงเป็น 5.94 เท่าของผู้ที่มีแรงจูงใจระดับต่ำ-ปานกลาง (Adjusted OR = 5.94, 95%CI: 2.23–15.80, p-value < 0.001) และผู้ที่มีพฤติกรรมองค์การระดับสูงมีโอกาสปฏิบัติงานในระดับสูงเป็น 4.12 เท่าของผู้ที่มีพฤติกรรมองค์การระดับต่ำ-ปานกลาง (Adjusted OR = 4.12, 95%CI: 1.21–14.01, p-value = 0.023) ดังนั้น ควรส่งเสริมแรงจูงใจและพฤติกรรมองค์การที่เอื้อต่อการทำงานเป็นทีม จัดสรรภาระงานให้สอดคล้องกับบริบทส่วนบุคคล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Global status report on oral health 2022 [Internet]. Geneva: World Health Organization; 2022 [cited 2026 Jun 10]. Available from: https://www.who .int/ team/noncommunicable-diseases/ global-status-report-on-oral-health-2022
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 9 ประเทศไทย พ.ศ. 2566. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี: สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย; 2567.
ณัฐนันท์ วัฒนอเนก, ณัฐกฤตา ผลอ้อ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับสภาวะทันตสุขภาพในนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ในอำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น. 2568;17(2):83-5.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. คู่มือการประเมินเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี ปีงบประมาณ 2566. นนทบุรี: สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย; 2566.
ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น กรมอนามัย. รายงานสรุปผลการดำเนินงานหน่วยทันตสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ 2568. ขอนแก่น: ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น; 2568.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. เกณฑ์พัฒนาเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี (ฉบับปรับปรุงปี 2564). นนทบุรี: กรมอนามัย; 2564.
Fayol H. General and industrial management. Storrs C, translator. London: Pitman Publishing; 1949.
Gulick L. Notes on the theory of organization. In: Gulick L, Urwick L, editors. Papers on the science of administration. New York: Institute of Public Administration; 1937. p. 3-45.
Herzberg F, Mausner B, Snyderman BB. The motivation to work. 2nd ed. New York: John Wiley & Sons; 1959.
อรุณศรี พลวงษา. ปัจจัยบริหารที่มีความสัมพันธ์ต่อการปฏิบัติงานของครูด้านการส่งเสริมสุขภาพช่องปากเด็กวัยเรียนในเครือข่ายโรงเรียนเด็กไทยฟันดี อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11. 2566;37(4):14-25.
Hsieh FY, Bloch DA, Larsen MD. A simple method of sample size calculation for linear and logistic regression. Stat Med. 1998;17(14):1623-34. doi:10.1002/(SICI)1097-0258(19980730)17:14<1623::AID-SIM871>3.0.CO;2-S.
Best JW. Research in education. 4th ed. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 1981.
Greenhaus JH, Beutell NJ. Sources of conflict between work and family roles. Acad Manage Rev. 1985;10(1):76-88.
Hobfoll SE. Conservation of resources: A new attempt at conceptualizing stress. Am Psychol. 1989;44(3):513-24. doi:10.1037/0003-066X.44.3.513.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้ลงตีพิมพ์ในวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย ผลการวิเคราะห์ตลอดจนข้อเสนอแนะเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น หรือกองบรรณาธิการแต่อย่างใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
