ปัจจัยเสี่ยงของการใช้แอมเฟตามีนในสตรีตั้งครรภ์ : การทบทวนวรรณกรรม
คำสำคัญ:
แอมเฟตามีน, สตรีตั้งครรภ์, ปัจจัยเสี่ยง, การทบทวนวรรณกรรม, แบบคัดกรองบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้แอมเฟตามีนในสตรีตั้งครรภ์ และสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาเครื่องมือคัดกรองสำหรับคลินิกฝากครรภ์ การสืบค้นข้อมูลดำเนินการจากฐานข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ PubMed, Scopus, CINAHL, ScienceDirect และ ThaiJO โดยใช้กรอบแนวคิด PEC (Population–Exposure–Outcome) เพื่อกำหนดขอบเขตการสืบค้น และดำเนินการตามหลักการสังเคราะห์หลักฐานเชิงประจักษ์อย่างเป็นระบบร่วมกับเกณฑ์การคัดเลือกงานวิจัยที่ชัดเจน กระบวนการคัดเลือกบทความดำเนินการตามแนวทาง PRISMA 2020
จากการสืบค้นพบเอกสารจำนวน 168 เรื่อง ภายหลังการคัดกรองบทความซ้ำ การประเมินชื่อเรื่อง บทคัดย่อ และการประเมินบทความฉบับเต็มตามเกณฑ์ที่กำหนด พบว่ามีบทความผ่านเกณฑ์และนำมาสังเคราะห์เชิงคุณภาพจำนวน 7 เรื่อง ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยเสี่ยงต่อการใช้แอมเฟตามีนในสตรีตั้งครรภ์สามารถจำแนกเป็น 4 ด้าน ได้แก่ ปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยด้านครอบครัว ปัจจัยด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม และปัจจัยด้านจิตสังคม โดยปัจจัยที่พบร่วมกันในหลายการศึกษา ได้แก่ ประวัติการใช้สารเสพติดก่อนการตั้งครรภ์ อายุและระดับการศึกษา ภาวะเศรษฐกิจ การมีคู่ครองหรือบุคคลใกล้ชิดที่ใช้สารเสพติด การขาดการสนับสนุนจากครอบครัว การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ตลอดจนความเครียด ภาวะซึมเศร้า และปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันในลักษณะพหุปัจจัยและส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้แอมเฟตามีนระหว่างตั้งครรภ์ องค์ความรู้ที่ได้สามารถนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาเครื่องมือคัดกรองความเสี่ยง เพื่อสนับสนุนการค้นหาสตรีตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และวางแผนการดูแลที่เหมาะสมต่อไป
เอกสารอ้างอิง
United Nations Office on Drugs and Crime. World drug report 2023. Vienna: United Nations Office on Drugs and Crime; 2023.
United Nations Office on Drugs and Crime. World drug report 2024. Vienna: United Nations Office on Drugs and Crime; 2024.
World Health Organization. Guidelines for the identification and management of substance use and substance use disorders in pregnancy. Geneva: World Health Organization; 2014.
World Health Organization. Global status report on alcohol and drug use 2024. Geneva: World Health Organization; 2024.
Chomchai C, Na Manorom N, Watanarungsan P, Yossuck P, Chomchai S. Methamphetamine abuse during pregnancy and its health impact on neonates born at Siriraj Hospital, Bangkok, Thailand. Southeast Asian J Trop Med Public Health. 2004;35(1):228-31.
Smith LM, LaGasse LL, Derauf C, Grant P, Shah R, Arria A, et al. The Infant Development, Environment, and Lifestyle study: effects of prenatal methamphetamine exposure, polydrug exposure, and poverty on intrauterine growth. Pediatrics. 2006;118(3):1149-56.
LaGasse LL, Wouldes T, Newman E, Smith LM, Shah RZ, Derauf C, et al. Prenatal methamphetamine exposure and neonatal neurobehavioral outcome in the USA and New Zealand. Neurotoxicol Teratol. 2011;33(1):166-75.
นงลักษณ์ คำสวาสดิ์. รูปแบบการให้บริการการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ต่อมารดาหลังคลอดและครอบครัว: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น. 2567;16(3):16-28.
Z Stone R. Pregnant women and substance use: fear, stigma, and barriers to care. Health Justice. 2015;3:2.
hang Y, Gong F, Liu P, He Y, Wang H. Effects of prenatal methamphetamine exposure on birth outcomes, brain structure, and neurodevelopmental outcomes. Front Neurosci. 2021; 15:715176.
อดิศักดิ์ ไวเขตการณ์. ผลลัพธ์การตั้งครรภ์ของมารดาและทารกในสตรีตั้งครรภ์ที่เสพสารเมทแอมเฟตามีนระหว่างตั้งครรภ์. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม. 2564;18(2):105-12.
ศุภสิทธิ์ สุขี. การพัฒนารูปแบบการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่เสพสารเมทแอมเฟตามีนขณะตั้งครรภ์ในโรงพยาบาลภาครัฐ จังหวัดเพชรบูรณ์. วารสารสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดขอนแก่น. 2567;6(4):e272402.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้ลงตีพิมพ์ในวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย ผลการวิเคราะห์ตลอดจนข้อเสนอแนะเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น หรือกองบรรณาธิการแต่อย่างใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
