ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการสั่งจ่ายยาสมุนไพร ของบุคลากรสาธารณสุข ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดกาฬสินธุ์
คำสำคัญ:
บุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล, ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์, การสั่งจ่ายยาสมุนไพรบทคัดย่อ
การศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบภาคตัดขวาง เพื่อศึกษาวิจัยคุณลักษณะส่วนบุคคล ความรอบรู้ด้านการใช้สมุนไพรทางการแพทย์ และการบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยาที่มีความสัมพันธ์กับการสั่งจ่ายยาสมุนไพร ของบุคลากรสาธารณสุข ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดกาฬสินธุ์ ประชากรที่ใช้ในการศึกษาคือ บุคลากรสาธารณสุข ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดกาฬสินธุ์ คํานวณขนาดตัวอย่างโดยใช้สูตรการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยต่าง ๆ และใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) ได้ขนาดตัวอย่างจำนวน 300 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน - 20 ธันวาคม 2568 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติการวิเคราะห์ การถดถอย พหุโลจิสติก กำหนดระดับนัยสําคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับการสั่งจ่ายยาสมุนไพร ของบุคลากรสาธารณสุข คือ ตำแหน่งแพทย์แผนไทย (ORadj = 3.65, 95% CI: 1.10-12.08, p-value = 0.034) การได้รับอบรมเกี่ยวกับการสั่งจ่ายยาสมุนไพร (ORadj = 1.83, 95% CI: 1.03-3.24, p-value = 0.039) ความรอบรู้การใช้ยาสมุนไพรทางการแพทย์ ด้านการประเมินการใช้ยาสมุนไพร ระดับเพียงพอ/ดีเยี่ยม (ORadj = 1.26, 95% CI: 1.03-1.54, p-value = 0.023) และการบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา ด้านการตรวจสอบและรายงานยาและเวชภัณฑ์ระดับสูง (ORadj = 1.50, 95% CI: 1.09-2.06, p-value = 0.011) ดังนั้นผู้บริหารควรมีนโยบายส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรในระดับปฐมภูมิที่ชัดเจน ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทุกวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาระบบกำกับติดตามด้านการบริหารจัดการยาให้มีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้ยาสมุนไพรอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงสาธารณสุข. แผนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580) ด้านสาธารณสุข และการขับเคลื่อนสู่ความเป็นเลิศ 5 ด้าน. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2561.
กระทรวงสาธารณสุข. นโยบายและทิศทางการส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรเพื่อความมั่นคงด้านยาและเศรษฐกิจสุขภาพ. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2566.
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. แนวทางการดำเนินงาน Service Plan สาขาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสานในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2563.
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. รายงานผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดการส่งเสริมการใช้การแพทย์แผนไทยและยาสมุนไพรในระบบบริการสุขภาพ ปีงบประมาณ 2568. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2568.
พิภัทรา จุลสวัสดิ์. การประเมินการสั่งใช้ยาสมุนไพรของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดสมุทรสาคร. กาญจนบุรีเวชสาร. 2566;11(31):20-7.
ปวันรัตน์ กิจเฉลา, ศรี วายุรกุล. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสั่งจ่ายยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติของแพทย์แผนปัจจุบันในจังหวัดปทุมธานี. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ. 2565;15(2):145-58.
ธนากร ประทุมชาติ, ปัตพงษ์ เกษสมบูรณ์. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการสั่งใช้ยาสมุนไพรของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. 2565;20(2):45-56.
ชลทิวา ทองรัตน์, ครียานน ตีรพัฒน์, ยุวนุช สัตยสมบูรณ์. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการสั่งจ่ายยาสมุนไพรของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในหน่วยบริการปฐมภูมิ จังหวัดนนทบุรี. วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข. 2568;11(1):104-15.
นภัสรัญชน์ ฤกษ์เรืองฤทธิ์. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้ยาสมุนไพรในโรงพยาบาลอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2553.
Sorensen K, Van den Broucke S, Fullam J, Doyle G, Pelikan J, Slonska Z, et al. Health literacy and public health: a systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health. 2012;12:80.
พระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2556. ราชกิจจานุเบกษา; 2556.
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. บัญชียาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2563.
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. แนวทางการใช้ยาจากสมุนไพรในระบบบริการสาธารณสุข. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์. รายงานข้อมูลบุคลากรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดกาฬสินธุ์ ปีงบประมาณ 2568. กาฬสินธุ์: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์; 2568.
องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์. ฐานข้อมูลบุคลากรสาธารณสุขที่ถ่ายโอนภารกิจปีงบประมาณ 2568. กาฬสินธุ์: องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์; 2568.
Hsieh FY, Bloch DA, Larsen MD. A simple method of sample size calculation for linear and logistic regression. Stat Med. 1998;17(14):1623-34.
HLS-EU Consortium. Comparative report of health literacy in eight EU member states. Brussels: HLS-EU Consortium; 2012.
Best JW. Research in education. 4th ed. New Jersey: Prentice-Hall; 1981.
ภิลันทน์ สังคง, กุลภมรย์ น้อยมา, ดุษณีย์ สุวรรณคง. ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับความรู้เรื่องการใช้ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติของผู้สั่งจ่ายยาในหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิ: กรณีศึกษา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2566;32(6):1-10.
ปัทมา ศิริวรรณ. ความรู้ ทัศนคติ การรับรู้ และการใช้ยาสมุนไพรของผู้ให้บริการและผู้รับบริการในโรงพยาบาลแม่ทา อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต]. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์; 2559.
พุทธชาด สังข์ประพันธ์. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยาสมุนไพรในหน่วยบริการปฐมภูมิ จังหวัดภูเก็ต. วารสารคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ. 2566;1(1):1-15.
กิตติธร ปานเทศ, ฉัตรสุมน พฤฒิภิญโญ, ณัฐนารี เอมยงค์. ปัจจัยที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการนำองค์ความรู้การแพทย์แผนไทยมาให้บริการสุขภาพระดับ ปฐมภูมิ จังหวัดฉะเชิงเทรา. วารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข. 2564;7(3):397-409.
Hassen J, Hashim R. Current awareness of health professionals on herbal medicine safety and associated factors in Southwest Ethiopia. Clin Phytosci. 2021;7(1):1-8.
ศศิกร องคำชุม, วิริณธิ์ กิตติพิชัย. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการจัดบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2565;16(2):221-36.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้ลงตีพิมพ์ในวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย ผลการวิเคราะห์ตลอดจนข้อเสนอแนะเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น หรือกองบรรณาธิการแต่อย่างใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
