ผลของโปรแกรมการใช้ไม้บรรทัดนับหน่วยคาร์โบไฮเดรต ร่วมกับออกกำลังกายด้วยตนเอง ต่อค่าดัชนีมวลกายและเปอร์เซ็นต์ไขมัน ของบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน

ผู้แต่ง

  • ศิวพร ขุมหิรัญ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
  • วาสนา มงคลศิลป์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น
  • ชัญญานุช ปานนิล นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น

คำสำคัญ:

ไม้บรรทัดนับคาร์บ, ออกกำลังกายด้วยตนเอง, ดัชนีมวลกาย, ภาวะน้ำหนักเกิน, เปอร์เซ็นต์ไขมัน

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาผลของโปรแกรมการใช้ไม้บรรทัดนับหน่วยคาร์โบไฮเดรตร่วมกับการออกกำลังกายด้วยตนเอง ต่อดัชนีมวลกาย เปอร์เซ็นต์ไขมัน ความรู้การนับคาร์บฯ พฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ของบุคลากร ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน (BMI > 23 กก./ม.²) กลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 คน คำนวณขนาดตัวอย่างด้วยโปรแกรม G*Power ได้รับโปรแกรมฯ อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละ 45 นาที เป็นเวลา 8 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วย แบบประเมินพฤติกรรมสุขภาพฯ แบบประเมินความรู้การนับหน่วยคาร์บฯ แบบประเมินความพึงพอใจ และแบบบันทึกการบริโภคอาหารและกิจกรรมทางกาย ติดตามผ่าน Line Group วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ Paired t-test และ Wilcoxon Signed Ranks Test.

ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังเข้าร่วมโปรแกรมฯ กลุ่มตัวอย่างมีดัชนีมวลกายลดลงจาก 28.51 กก./ม.²  เป็น 27.98 กก./ม.² เปอร์เซ็นต์ไขมันลดลงร้อยละ 1 น้ำหนักตัวลดลงเฉลี่ย 1.26 กิโลกรัม และเส้นรอบเอวลดลงเฉลี่ย 1.50 เซนติเมตร โดยมีขนาดอิทธิพลระดับสูง คะแนนความรู้เรื่องการนับคาร์บฯ เพิ่มขึ้นจาก 7.23 เป็น 9.60 คะแนน และคะแนนพฤติกรรมสุขภาพฯ โดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Z=-4.782, p<0.001) ความพึงพอใจต่อโปรแกรมโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.58, SD=0.47) ด้านผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับมีค่าเฉลี่ยสูงสุด ( = 4.77, SD=0.56)

สรุปได้ว่า โปรแกรมการใช้ไม้บรรทัดนับคาร์บฯ มีประสิทธิผลในการปรับปรุงองค์ประกอบร่างกาย เพิ่มความรู้ด้านโภชนาการ และส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ ในบุคลากรวัยทำงาน ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน การศึกษานี้มีข้อจำกัดด้านขนาดกลุ่มตัวอย่างที่เล็ก ไม่มีกลุ่มควบคุม การนำผลไปประยุกต์ใช้  ควรคำนึงถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน

เอกสารอ้างอิง

กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์โรคอ้วนคนไทยวัยทำงาน. [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก : https://co-creation.thaihealth.or.th/media/3672/สถานการณ์โรคอ้วนคนไทยวัยทำงาน

World Health Organization. Noncommunicable Diseases Health in all public policies for the prevention and control of NCDs: Thailand [อินเตอร์เน็ต]. 2022 [เข้าถึงเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก : https://www.who.int/thailand/our-work/NCDs

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). Thai Health 2024. [อินเตอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ วันที่ 8 เม.ย.2568]. เข้าถึงได้จาก : https://www. thaihealth.or.th/?p=369827

กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. รายงานพฤติกรรมการบริโภคอาหารของประชากรไทย พ.ศ. 2567. นนทบุรี: กองโภชนาการ; 2567.

Health Data Center. ระบบข้อมูลสุขภาพ [อินเตอร์เน็ต]. 2568 [เข้าถึงเมื่อ 10 เม.ย. 2568]. เข้าถึงได้จาก : https://hdc. moph.go.th/center/public/standard-subcatalog/ 46522b5bd1e06d24a 5bd81917257a93c

Thompson A, et al. Workplace physical activity interventions. Sports Med. 2024;54(4):450-65.

American College of Sports Medicine. ACSM's Guidelines for Exercise Testing and Prescription. 12th ed. Philadelphia: Wolters Kluwer; 2024.

Nutbeam D. Health literacy as a public health goal: a challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promot Int. 2000;15(3):259-67.

Rosenstock IM. The health belief model and preventive health behavior. Health Educ Monogr. 1974;2(4):354-86.

อัยยา โสภาค, อัจฉรา ค้ามะทิตย์ และคณะ. ผลของโปรแกรมการใช้อาหารคลีนร่วมกับการออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก และค่าดัชนีมวลกายในบุคลากรโรงพยาบาล อำเภอบ้านดุงจังหวัดอุดรธานี. วารสารเทคโนโลยีนวัตกรรม. 2566;9(3):120-35.

ภณิดา หยั่งถึง. ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะโภชนาการเกินในบุคลากรโรงพยาบาล. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 2565;31(4):550-62.

ชัญญานุช ปานนิล, ชาตรี เมธาธราธิป และคณะ. การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาพโดยการนับหน่วยคาร์โบไฮเดรตด้วยไม้บรรทัดนับคาร์บ. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น. 2568;17(3):216-30.

United Nations. Sustainable development goals. New York: UN Publishing; 2015.

Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A.G Power:A flexible statistical power analysis program for the social, Behave Res Methods.2007;39(2):175-91.

Cohen J. Statistical power analysis for the behavioral sciences. 2nd ed. Hillsdale (NJ): Lawrence Erlbaum Associates;1988.

Jirawatkul A. Health science statistics for research. Bangkok: Wittayapat; 2015

กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย. นโยบายการสร้างองค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace). นนทบุรี: กองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ; 2567

Bloom S. Human characteristics and school learning. New York: McGraw-Hill; 1976.

Best JW, editor. Research in education. New Jersey: Prentice-Hall;1997.

Donnelly, J.E., et al. Appropriate physical activity intervention strategies for weight loss and prevention of weight regain for adults. Medicine & Science in Sports & Exercise, 2009;41(2):459–71.

พิมพ์รภัช แท่งทองหลาง และคณะ.ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อพฤติกรรมสุขภาพและดัชนีมวลกายในบุคลากรสาธารณสุขที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม. วารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา 2568;31(3):32-48

สมใจ และคณะ. ประสิทธิผลของการใช้สื่อวิดีโอในการออกกำลังกายที่บ้าน. วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬา. 2566;14(2):77-92.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-08-2026

รูปแบบการอ้างอิง

1.
ขุมหิรัญ ศ, มงคลศิลป์ ว, ปานนิล ช. ผลของโปรแกรมการใช้ไม้บรรทัดนับหน่วยคาร์โบไฮเดรต ร่วมกับออกกำลังกายด้วยตนเอง ต่อค่าดัชนีมวลกายและเปอร์เซ็นต์ไขมัน ของบุคลากรศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน. วารสารศอ.7 [อินเทอร์เน็ต]. 30 สิงหาคม 2026 [อ้างถึง 5 กันยายน 2026];18(2):156-69. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/johpc7/article/view/286168

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย