การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคจิตจากการใช้สารเสพติดที่มีภาวะวิกฤตในหอผู้ป่วยใน โรงพยาบาลพนมไพร

ผู้แต่ง

  • ดวงใจ เดียร์แมน กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด

คำสำคัญ:

แนวปฏิบัติการพยาบาล, ผู้ป่วยโรคจิตจากการใช้สารเสพติดที่มีภาวะวิกฤต

บทคัดย่อ

  การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้ใช้กรอบแนวคิดการพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาล ตามแนวคิดของอรพรรณ โตสิงห์ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการดูแลผู้ป่วยโรคจิตเวชจากการใช้สารเสพติดร่วมที่มีภาวะวิกฤต ในหอผู้ป่วยในโรงพยาบาลพนมไพร 2) เพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลที่เหมาะสม และ 3) เพื่อประเมินผลการใช้แนวปฏิบัติที่พัฒนาขึ้น กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยพยาบาลวิชาชีพผู้ใช้แนวปฏิบัติ จำนวน 17 คน และผู้ป่วยโรคจิตจากแอมเฟตามีนที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลพนมไพร จำนวน 30 คน เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสอบถาม แนวปฏิบัติการพยาบาลตามหลักฐานเชิงประจักษ์ แบบประเมินผลลัพธ์ทางคลินิก และเครื่องมือประเมินผลลัพธ์ทางกระบวนการ ซึ่งมีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 0.80 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า แนวปฏิบัติการพยาบาลที่พัฒนาขึ้นยังไม่ถูกกำหนดเป็นแนวปฏิบัติอย่างเป็นทางการของอำเภอพนมไพร แต่เป็นแนวปฏิบัติที่ร่วมพัฒนาโดยทีมพยาบาล มีการจัดการดูแลตามระดับความรุนแรงของภาวะวิกฤต หลังการนำไปใช้พบว่าอัตราการเข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยในลดลงจากร้อยละ 6.3 เหลือร้อยละ 2.6 และพยาบาลสามารถปฏิบัติตามแนวปฏิบัติได้ครบถ้วน ร้อยละ 100

  ดังนั้น แนวปฏิบัติการพยาบาลที่พัฒนาขึ้นมีคุณภาพและได้มาตรฐาน ช่วยลดอัตราการเข้ารับการรักษา ในโรงพยาบาลได้ อย่างไรก็ตามควรมีการวิจัยเชิงทดลองและการติดตามผลระยะยาว เพื่อยืนยันประสิทธิผลและความยั่งยืนของผลลัพธ์ต่อไป

เอกสารอ้างอิง

United Nations Office on Drugs and Crime. World drug report 2020. Vienna: UNODC; 2020.

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด. รายงานสถานการณ์ยาเสพติดประจำปีงบประมาณ 2566. กรุงเทพฯ: ป.ป.ส.; 2566.

โรงพยาบาลธัญญารักษ์ขอนแก่น. รายงานสถิติผู้ป่วยโรคจิตจากแอมเฟตามีน ปีงบประมาณ 2564–2566. ขอนแก่น; 2566.

กรมสุขภาพจิต. แนวทางการดูแลผู้ป่วยโรคจิตจากการใช้สารเสพติด. กรุงเทพฯ: กรมสุขภาพจิต; 2566.

McKetin R, et al. Methamphetamine use and psychotic symptoms: a longitudinal analysis. Drug Alcohol Depend. 2019;202:86–92.

Carrico AW, et al. Integrated care models for stimulant use disorders. Am J Drug Alcohol Abuse. 2020;46(2):123–35.

Lee NK, Rawson RA. A systematic review of cognitive and behavioral therapies for methamphetamine dependence. Drug Alcohol Rev. 2008;27(3):309–17.

Smedslund G, et al. Motivational interviewing for substance abuse. Cochrane Database Syst Rev. 2011;(5):CD008063.

Joo YH, Huber DL. Contingency management for substance use disorders. J Addict Nurs. 2015;26(2):62–8.

Hunt GE, et al. Psychosocial interventions for people with both severe mental illness and substance misuse. Cochrane Database Syst Rev. 2019;(12):CD001088.

Knapp WP, et al. Social skills training for substance use disorders. Am J Drug Alcohol Abuse. 2015;41(4):319–32.

ฉวีวรรณ ธงชัย. แนวปฏิบัติทางคลินิกตามหลักฐานเชิงประจักษ์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2558.

เสาวลักษณ์ ยิ้มเยื้อน, และคณะ. แนวปฏิบัติการพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ใช้สารเสพติดร่วม. กรุงเทพฯ; 2554.

จลีเจริญ สรรพ์, เสาวลักษณ์ ยิ้มเยื้อน. แนวปฏิบัติการพยาบาลทางคลินิกในการดูแลผู้ป่วยโรคจิตเภทที่ใช้สารเสพติด. กรุงเทพฯ; 2557.

กนกกาญจน์ วิโรจน์อุไรเรือง, และคณะ. แนวทางการดูแลผู้ป่วยแอลกอฮอล์ระยะถอนฤทธิ์สุรา. อุบลราชธานี: โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์; 2564.

โรงพยาบาลสวนปรุง กรมสุขภาพจิต. แนวทางการบำบัดผู้มีปัญหาสุขภาพจิตจากแอลกอฮอล์ในสถานการณ์โควิด-19. เชียงใหม่; 2562.

Schünemann HJ, et al. GRADE: grading quality of evidence and strength of recommendations. BMJ. 2008;336:924–6.

Tungpunkom P, et al. Guideline development using GRADE approach. J Med Assoc Thai. 2020;103(5):489–97.

อรพรรณ โตสิงห์. การพัฒนาแนวปฏิบัติทางการพยาบาลโดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2547.

Assanangkornchai S, et al. The Alcohol, Smoking and Substance Involvement Screening Test (ASSIST): Thai version. นนทบุรี: กรมสุขภาพจิต; 2011.

Kittirattanapaiboon P, et al. Brief Psychiatric Rating Scale (BPRS): Thai version. กรุงเทพฯ: กรมสุขภาพจิต; 2001.

Sethabuppha H, et al. Development and evaluation of a community-based program for persons with alcohol dependence. Songklanagarind J Nurs. 2013;33(2):1–15.

Rogers EM. Diffusion of innovations. 3rd ed. New York: Free Press; 1983.

Chansiri C. Innovation diffusion and nursing practice. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย; 2010.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

27-04-2026

รูปแบบการอ้างอิง

1.
เดียร์แมน ด. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคจิตจากการใช้สารเสพติดที่มีภาวะวิกฤตในหอผู้ป่วยใน โรงพยาบาลพนมไพร. วารสารศอ.7 [อินเทอร์เน็ต]. 27 เมษายน 2026 [อ้างถึง 29 เมษายน 2026];18(1):113-24. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/johpc7/article/view/285386

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย