การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพเชิงจิตมิติของแบบประเมินความรู้และทัศนคติของผู้ดูแล ต่อการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมในระบบการดูแลระยะยาว
คำสำคัญ:
ภาวะสมองเสื่อม, ผู้ดูแล, การดูแลระยะยาว, ความรู้, ทัศนคติบทคัดย่อ
การคัดกรองภาวะสมองเสื่อมในระบบการดูแลระยะยาวจำเป็นต้องอาศัยผู้ดูแลที่มีความรู้และทัศนคติที่เหมาะสมร่วมกับการกำกับดูแลโดยพยาบาล การวิจัยเชิงระเบียบวิธีนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพเชิงจิตมิติของแบบทดสอบความรู้และแบบประเมินทัศนคติของผู้ดูแลต่อการคัดกรองภาวะสมองเสื่อม รวมทั้งประเมินความไวต่อการเปลี่ยนแปลงภายหลังการอบรม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ดูแลในระบบการดูแลระยะยาว เขตสุขภาพที่ 7 จำนวน 160 คน เครื่องมือประกอบด้วยแบบทดสอบความรู้ 20 ข้อ และแบบประเมินทัศนคติเชิงบวกและเชิงลบชุดละ 16 ข้อ ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 7 ท่าน วิเคราะห์ความเชื่อมั่นภายในด้วย KR-20 และ Cronbach’s alpha วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังการอบรมด้วย paired t-test และ Cohen’s d ผลการวิจัยพบว่า แบบทดสอบความรู้มี S-CVI = 0.95 และ KR-20 = 0.79 แบบประเมินทัศนคติเชิงบวกและเชิงลบมี S-CVI = 0.97 และ 0.96 และ Cronbach’s alpha = 0.89 และ 0.86 ตามลำดับ โครงสร้างแบบประเมินทัศนคติอธิบายความแปรปรวนรวมได้ร้อยละ 62.4 และ 60.1 ภายหลังการอบรม คะแนนความรู้และทัศนคติเชิงบวกเพิ่มขึ้น ขณะที่ทัศนคติเชิงลบลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) เครื่องมือมีคุณภาพเหมาะสมสำหรับใช้ประเมินความพร้อมของผู้ดูแลและติดตามผลการพัฒนาศักยภาพ โดยพยาบาลผู้สูงอายุและพยาบาลปฐมภูมิสามารถนำผลประเมินไปกำหนดสุขศึกษา ติดตามการดูแล และประสานบริการในระบบการดูแลระยะยาวได้อย่างเป็นระบบ
เอกสารอ้างอิง
Chuakhamfoo NN, Phanthunane P, Chansirikarn S, Pannarunothai S. Health and long-term care of the elderly with dementia in rural Thailand: a cross-sectional survey through their caregivers. BMJ Open. 2020; 10(3): e032637. doi:10.1136/bmjopen-2019-032637.
ศิราณี ศรีหาภาค, และคณะ. การพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลในการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมผู้สูงอายุในชุมชนโดยเครื่องมือ IQCODE. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. 2567;16(2):295-313.
ดังการ พลลาภ, ศิราณี ศรีหาภาค, ประคอง ขันบำรุง. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้สูงอายุสมองเสื่อมอย่างเพียงพอของเครือข่ายบริการสุขภาพปฐมภูมิ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน. 2567;9(6):493-503.
Hinton L, Wang K, Levkoff S, Chuengsatiansup K, Sihapark S, Krisanaprakornkit T, et al. Dementia neuropsychiatric symptom frequency, severity, and correlates in community-dwelling Thai older adults. Am J Geriatr Psychiatry. 2022;30(8):883-91. doi:10.1016/j.jagp.2022.05.005.
Mongklam P, Kraithaworn P, Piyatrakul S. Exploring dementia care for community-dwelling older adults in Thailand: a qualitative descriptive study. Belitung Nurs J. 2025; 11(4): 459-67. doi:10.33546/bnj.3835.
Prorok JC, Horgan S, Seitz DP. Health care experiences of people with dementia and their caregivers: a meta-ethnographic analysis of qualitative studies. CMAJ. 2013; 185(14): E669-E680. doi:10.1503/cmaj.121795.
Boateng GO, Neilands TB, Frongillo EA, Melgar-Quiñonez HR, Young SL. Best practices for developing and validating scales for health, social, and behavioral research: a primer. Front Public Health. 2018; 6:149. doi:10.3389/fpubh.2018.00149.
Polit DF, Beck CT, Owen SV. Is the CVI an acceptable indicator of content validity? Appraisal and recommendations. Res Nurs Health. 2007;30(4):459-67. doi:10.1002/nur.20199.
Husted JA, Cook RJ, Farewell VT, Gladman DD. Methods for assessing responsiveness: a critical review and recommendations. J Clin Epidemiol. 2000;53(5):459-68. doi:10.1016/S0895-4356(99)00206-1.
Terwee CB, Bot SDM, de Boer MR, van der Windt DAWM, Knol DL, Dekker J, et al. Quality criteria were proposed for measurement properties of health status questionnaires. J Clin Epidemiol. 2007;60(1):34-42. doi:10.1016/j.jclinepi.2006.03.012.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้ลงตีพิมพ์ในวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย ผลการวิเคราะห์ตลอดจนข้อเสนอแนะเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น หรือกองบรรณาธิการแต่อย่างใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
