ประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มในการควบคุมโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่ภาวะสงบ: กรณีศึกษาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนท่อน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น

ผู้แต่ง

  • เนตรนภา การโสภา โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนท่อน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
  • สุธาสินี ทองเทพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนท่อน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
  • ศักดิ์ขรินทร์ นรสาร วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ขอนแก่น

คำสำคัญ:

เบาหวานชนิดที่ 2, การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, ภาวะสงบ, โปรแกรมเข้ม, คุณภาพชีวิต

บทคัดย่อ

การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มในการควบคุมระดับน้ำตาลหลังอดอาหาร (FBS) น้ำตาลเฉลี่ยสะสม (HbA1c) เส้นรอบเอว และดัชนีมวลกาย (BMI) ศึกษาผลต่อการเข้าสู่ภาวะสงบของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และประเมินการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตและพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หลังการเข้าร่วมโปรแกรมฯ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะสงบจำนวน 48 ราย แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 24 ราย และกลุ่มควบคุม 24 ราย ด้วยการจับคู่ตามเกณฑ์อายุและเพศ เก็บข้อมูลก่อนเริ่มโปรแกรมและหลังสิ้นสุด ระยะ 6 เดือน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา เปรียบเทียบก่อน-หลังภายในกลุ่มด้วย paired t-test และระหว่างกลุ่มด้วย independent t-test; ตัวแปรจัดหมวดด้วย Chi-square/Fisher’s exact กำหนดนัยสำคัญ p<.05 และรายงาน 95% CI

ผลการศึกษาพบว่า หลังเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มทดลองมีระดับ FBS, HbA1c, เส้นรอบเอว และ BMI ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) และมีอัตราการเข้าสู่ภาวะสงบของเบาหวานสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (p=.001) รวมถึงคุณภาพชีวิตและพฤติกรรมการดูแลตนเองดีขึ้นในระดับที่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05) ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มมีศักยภาพในการควบคุมโรคเบาหวานเข้าสู่ภาวะสงบในระดับชุมชน และควรนำไปขยายผลในระดับปฐมภูมิ

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Global report on diabetes. Geneva: WHO Press; 2016.https://apps.who.int/iris/bitstream/handle/10665/204871/9789241565257_eng.pdf

International Diabetes Federation. IDF Diabetes Atlas. 10th ed. Brussels: IDF; 2021. https://diabetesatlas.org/atlas/tenth-edition/

สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. รายงานสถานการณ์โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ประเทศไทย ปี 2565. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค; 2566.

American Diabetes Association. Introduction: Standards of Medical Care in Diabetes-2021. Diabetes Care. 2021;44(Suppl 1):S1–S2. https://diabetesjournals.org/care/issue/44/Supplement_1

Smith SM, Wallace E, O'Dowd T, Fortin M. Interventions for improving outcomes in patients with multimorbidity in primary care and community settings. Cochrane Database Syst Rev. 2016;3(3): CD006560. https://doi.org/10.1002/14651858.CD006560.pub3

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. แนวทางการบริหารจัดการโรคเรื้อรังในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2566. นนทบุรี: สปสช.; 2566.

เดชา จันทรสุข. โปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้ม: กรณีศึกษาการดูแลผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารสุขศึกษา. 2564;44(1):35–48.

Bandura A. Social foundations of thought and action: A social cognitive theory. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall; 1986. https://books.google.com/books?id=H2bfQgAACAAJ

Prochaska JO, DiClemente CC. Stages and processes of self-change of smoking: Toward an integrative model of change. J Consult Clin Psychol. 1983;51(3):390–5. https://doi.org/10.1037/0022-006X.51.3.390

Miller WR, Rollnick S. Motivational Interviewing: Helping People Change. 3rd ed. New York: Guilford Press; 2013.https://www.guilford.com/books/Motivational-Interviewing/William-R-Miller/9781609182274

ศิริวรรณ ศรีไชย. ผลของโปรแกรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลศาสตร์. 2562;37(4):65–75.

สุพจน์ สงวนศักดิ์ภักดี, พัชรี มโนรมย์. การเสริมสร้างพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วยกระบวนการกลุ่ม. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ. 2563;14(2):23–35.

American Diabetes Association. Standards of Medical Care in Diabetes-2021. Diabetes Care. 2021;44(Suppl 1):S1–S232. https://diabetesjournals.org/care/issue/44/Supplement_1

สุนีย์ แสงมณี. การใช้แบบประเมินคุณภาพชีวิต WHOQOL-BREF ฉบับภาษาไทยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน. วารสารสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย. 2560;25(2):106–14. https://www.dmh.go.th/test/whoqol/

Glasgow RE, Toobert DJ, Hampson SE. Effects of a brief office-based intervention to facilitate diabetes dietary self-management. Diabetes Care. 1996;19(8):835–42. https://doi.org/10.2337/diacare.19.8.835

ศุภลักษณ์ วงศ์คำจันทร์. โปรแกรมการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2561;28(3):92–105.

อาทิตยา ชัยสุวรรณ. โปรแกรมปรับพฤติกรรมแบบเข้มในชุมชน: ทางเลือกใหม่ในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง. วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข. 2564;15(1):47–58. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/hsri

ศิริพร สุขเจริญ. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานโดยทีมสหวิชาชีพในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.2565;20(1):55–68. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JTTAM

สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานคลินิกโรคเรื้อรังในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2565.

Thailand Health Promotion Foundation. คู่มือการพัฒนาโปรแกรมสุขภาพชุมชน. กรุงเทพฯ: สสส.; 2564.

รัตนาวดี อุทัยพิบูลย์. การพัฒนาทักษะการให้คำปรึกษาแก่พยาบาลเวชปฏิบัติ: กรณีศึกษาคลินิกเบาหวาน. วารสารพยาบาลศาสตรบัณฑิต. 2564;19(3):76–89.

ธนภรณ์ ทองจันทร์. การใช้ระบบติดตามผลผู้ป่วยโรคเรื้อรังผ่านโปรแกรม HosXP-PC. วารสารสารสนเทศสุขภาพ. 2565;10(2):30–41. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/HIJ

วัชรี อมรโรจน์วรวุฒิ, ศักดิ์ขรินทร์ นรสาร. บทบาทผู้นำพยาบาลยุคใหม่ในการขับเคลื่อนองค์กรวิชาชีพไม่แสวงหาผลกำไรผ่านเครือข่ายวิชาการและนวัตกรรม. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น. 2568;17(2):1-12. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/johpc7/article/view/278183/188396

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

22-12-2025

รูปแบบการอ้างอิง

1.
การโสภา เ, ทองเทพ ส, นรสาร ศ. ประสิทธิผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบเข้มในการควบคุมโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ให้เข้าสู่ภาวะสงบ: กรณีศึกษาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนท่อน อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. วารสารศอ.7 [อินเทอร์เน็ต]. 22 ธันวาคม 2025 [อ้างถึง 5 กุมภาพันธ์ 2026];17(3):243-57. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/johpc7/article/view/282546

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย