ผลของโปรแกรมเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนของ อสม.บัดดี้ ต่อสมรรถนะการปฏิบัติงานติดตามดูแลผู้ป่วยยาเสพติดที่ผ่านการบำบัดรักษาในระบบสมัครใจบำบัดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและการกลับมาใช้ยาเสพติดซ้ำของผู้ป่วย อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
คำสำคัญ:
โปรแกรมเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตน, อสม.บัดดี้, สมรรถนะการติดตามดูแลผู้ป่วยยาเสพติด, การกลับมาใช้ยาเสพติดซ้ำบทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.บัดดี้) ต่อสมรรถนะการติดตามดูแลผู้ป่วยยาเสพติดที่ผ่านการบำบัดรักษาในระบบสมัครใจโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนและพฤติกรรมการกลับมาใช้ยาเสพติดซ้ำของผู้ป่วย กลุ่มตัวอย่างคือ อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.บัดดี้) ในอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท จำนวน 26 คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง โดยเข้าร่วมโปรแกรมเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนเป็นเวลา 4 สัปดาห์ ระหว่างเดือนเมษายน–กันยายน 2567 การเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและการสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และทดสอบความแตกต่างก่อนและหลังการเข้าร่วมโปรแกรมด้วย Paired t-test
ผลการวิจัยพบว่า สมรรถนะการปฏิบัติงานติดตามดูแลผู้ป่วยยาเสพติดของ อสม.บัดดี้หลังเข้าร่วมโปรแกรม (x̅= 32.73, S.D. = 3.94) สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรม (x̅ = 20.00, S.D. = 5.40) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (t = 20.647, df = 25, p = 0.01) นอกจากนี้ อสม. บัดดี้สามารถติดตามผู้ป่วย ยาเสพติดครบถ้วนทั้ง 4 ครั้ง จำนวน 50 ราย (ร้อยละ 100) โดยพบว่าผู้ป่วยจำนวน 48 ราย (ร้อยละ 96.00) ไม่กลับมาใช้ยาเสพติดซ้ำ จะเห็นได้ว่า โปรแกรมเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนช่วยยกระดับความมั่นใจและศักยภาพของ อสม. บัดดี้ ในการปฏิบัติงานตลอดจนมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงการกลับมาใช้ยาเสพติดซ้ำของผู้ป่วย อันเป็นแนวทางที่สำคัญต่อการเสริมสร้างระบบสุขภาพเชิงป้องกันอย่างยั่งยืนในระดับชุมชน
เอกสารอ้างอิง
สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี. รายงานสถานการณ์และแนวโน้มปัญหายาเสพติด. นนทบุรี: สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี; 2567.
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดชัยนาท (สวท.ชัยนาท). ชัยนาทเร่งสกัดยาเสพติดหมู่บ้านสีแดงพุ่ง 180 แห่ง เตรียม "Re-X-Ray" ทุกคน ปลุกชุมชนสู้ปัญหา. [อินเทอร์เน็ต]. 2568. [เข้าถึงเมื่อ 1ส.ค2568]. เข้าถึงได้จาก https://radiochainat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/407811
ทำเนียบรัฐบาล. ผลความคืบหน้านโยบายแก้ปัญหายาเสพติด พ.ศ. 2568. เข้าถึงเมื่อ 1 พ.ค. 2568. เข้าถึงได้จาก: https://www.thaigov.go.th
กระทรวงสาธารณสุข. แผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (ด้านสาธารณสุข). นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข; 2560.
Bandura A. Self-efficacy: The exercise of control. New York: W.H. Freeman; 1997.
วิไล ตั้งปณิธานดี, สายสุนีย์ ดีประดิษฐ์, ภัชรินทร์ วงค์ศรีดาและสมนึก สกุลหงส์โสภณ. ผลของโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะอาสาสมัครสาธารณสุขต่อความรู้และการรับรู้สมรรถนะตนเองในการดูแลผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม : กรณีศึกษากรุงเทพมหานคร. วารสารสภาการพยาบาล. 2563; 35(1): 46-60.
สิริพัชรีญา ตะวังทัน. ผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อการรับรู้ความสามารถของตนเอง และความคาดหวังในผลลัพธ์การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการทางการเคลื่อนไหวของอาสาสมัครสาธารณสุข. (วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน).ชลบุรี: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา; 2561. 92 หน้า.
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือปฏิบัติงาน อสม.บัดดี้ ในการติดตามดูแลผู้ป่วยยาเสพติดที่ผ่านการบำบัดรักษาในระบบสมัครใจบำบัดโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน. 2564.
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. หลักสูตรการดำเนินงานการติดตามยาเสพติดในชุมชมสำหรับ อสม. 2563.
ภาวิณี พรหมบุตร, เอื้อจิต สุขพูล, กิตติภูมิ ภิญโยและปิยนุช ภิญโย. ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อความรู้และการรับรู้ความสามารถของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงในชุมชน จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิทยาลัยพยาบาลสงขลานครินทร์. 2558; 35(2): 113-120.
สุนิษา โพธิ์จันทึก. ประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสร้างการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมการป้องกันการกลับไปใช้สารเสพติดซ้ำของผู้ติดยาเสพติดในศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดบ้านวาสนะเวศม์ จังหวัดสระแก้ว. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). สกลนคร: มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร; 2562. 102 หน้า.
นครินทร์ โสมมาบุตร. การพัฒนาอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเชี่ยวชาญการบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดในชุมชน อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์. 2566; 38(1). 269-27.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความนี้ลงตีพิมพ์ในวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ถือเป็นผลงานทางวิชาการหรือวิจัย ผลการวิเคราะห์ตลอดจนข้อเสนอแนะเป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่ใช่ความเห็นของวารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น หรือกองบรรณาธิการแต่อย่างใด ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
