การพัฒนาแนวปฏิบัติทางคลินิกการป้องกันภาวะความดันโลหิตตํ่า ในผู้ป่วยผ่าตัดคลอดที่ได้รับการฉีดยาชาทางช่องไขสันหลัง โรงพยาบาลสุรินทร์Eff ects of the Clinical Practice Guidelines for Hypotension Preventing on Clients with Cesarean Section under Spinal Anesthe

ผู้แต่ง

  • Nongluk Surason
  • Nimnual Muntraporn

คำสำคัญ:

แนวปฏิบัติทางคลินิก ภาวะความดันโลหิตตํ่า

บทคัดย่อ

การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลของการใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกการ
ป้องกันภาวะความดันโลหิตตํ่าในผู้ป่วยผ่าตัดคลอด ที่ได้รับการฉีดยาชาทางช่องไขสันหลัง โดยพัฒนาแนวปฏิบัติทางคลินิกตามกรอบแนวคิดการพัฒนาแนวปฏิบัติทางคลินิกของสภาวิจัยการแพทย์และสุขภาพแห่งชาติประเทศออสเตรเลีย ในกลุ่มงานวิสัญญี โรงพยาบาลสุรินทร์ ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2556 ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ. 2557กลุ่มผู้ร่วมวิจัย ประกอบด้วย 1) คณะทำงานพัฒนาแนวปฏิบัติจำนวน 3 คน และ พยาบาลวิสัญญีผู้ใช้แนวปฏิบัติจำนวน 22 คน 2) ผู้ป่วยผ่าตัดคลอดที่ได้รับการฉีดยาชาช่องไขสันหลัง และได้รับการดูแลตามแนวปฏิบัติทางคลินิกการป้องกันภาวะความดันโลหิตตํ่า จำนวน 65 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย 1) แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของพยาบาลวิสัญญีและผู้ป่วย 2) แบบบันทึกการเกิดภาวะความดันโลหิตตํ่าในผู้ป่วยผ่าตัดคลอดที่ได้รับการฉีดยาชาทางช่องไขสันหลังที่ได้รับการดูแลตามแนวปฏิบัติทางคลินิกที่พัฒนาขึ้น 3) แบบสอบถาม
ความคิดเห็นของพยาบาลวิสัญญีต่อการใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกที่พัฒนาขึ้นโดยแบ่งขั้นตอนการศึกษาออกเป็น3 ระยะ คือ 1) ระยะวิเคราะห์สถานการณ์ 2) ระยะดำเนินการพัฒนาแนวปฏิบัติ และ 3) ระยะประเมินผล การนำแนวปฏิบัติทางคลินิกไปใช้ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่ามัธยฐาน ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เชิงเนื้อหาสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ

Downloads

Download data is not yet available.

ดาวน์โหลด

รูปแบบการอ้างอิง

1.
Surason N, Muntraporn N. การพัฒนาแนวปฏิบัติทางคลินิกการป้องกันภาวะความดันโลหิตตํ่า ในผู้ป่วยผ่าตัดคลอดที่ได้รับการฉีดยาชาทางช่องไขสันหลัง โรงพยาบาลสุรินทร์Eff ects of the Clinical Practice Guidelines for Hypotension Preventing on Clients with Cesarean Section under Spinal Anesthe. J Nurs Ther Care [อินเทอร์เน็ต]. 27 พฤษภาคม 2015 [อ้างถึง 16 มกราคม 2026];33(1):88-96. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/jnat-ned/article/view/35914