การทบทวนความเหมาะสมของการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานกลุ่มใหม่ ในผู้ป่วยนอก ณ โรงพยาบาลพระปกเกล้า

Main Article Content

วีณา กมลสัมฤทธิ์ผล

บทคัดย่อ

ความสำคัญ: ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานกลุ่มใหม่ (Non-vitamin K Antagonist Oral Anticoagulant: NOACs) เป็นยาทางเลือกที่ถูกนำมาใช้เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีข้อดีกว่า Warfarin คือไม่จำเป็นต้องติดตามค่า International Normalized Ratio: INR การออกฤทธิ์ของยาไม่ถูกรบกวนจากวิตามินเคในอาหารที่รับประทาน อย่างไรก็ตาม การใช้ยาจำเป็นต้องพิจารณาความเหมาะสมของข้อบ่งใช้ ขนาดยา การทำงานของไต อันตรกิริยาระหว่างยา รวมถึงความเหมาะสมของการเปลี่ยนชนิดยา เพื่อป้องกันผลลัพธ์ทางคลินิกอันไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น


วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษารูปแบบและความเหมาะสมของการสั่งใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด NOACs ในผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี


วิธีการวิจัย: เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาแบบย้อนหลังโดยรวบรวมข้อมูลจากเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ของผู้ป่วย กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยนอกที่ได้รับยา Dabigatran, Rivaroxaban และ Apixaban ณ โรงพยาบาลพระปกเกล้า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2560 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2566 จำนวน 359 ราย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และประเมินความเหมาะสมของขนาดยาโดยพิจารณาจากข้อบ่งใช้ การทำงานของไต อายุ น้ำหนักตัว และอันตรกิริยา


ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ได้รับยา Rivaroxaban ร้อยละ 49.58 ซึ่งความเหมาะสมในการสั่งใช้ยาตามข้อบ่งใช้ที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาการและยา พบว่า ข้อบ่งใช้หลักคือการป้องกัน stroke ในผู้ป่วย non-valvular atrial fibrillation ร้อยละ 84.68 รักษาการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำ ร้อยละ 9.47 ไม่ตรงตามข้อบ่งใช้ ร้อยละ 5.85 ในด้านความเหมาะสมของขนาดยา พบว่า Dabigatran มีความเหมาะสมสูงสุด ร้อยละ 65.88 ขณะที่ Apixaban พบการใช้ยาในขนาดสูงเกินไปถึงร้อยละ  18.75 นอกจากนี้พบผู้ป่วยร้อยละ 20.61 ได้รับยาที่มีโอกาสเกิดอันตรกิริยาระหว่างยา โดยเฉพาะการใช้ร่วมกับยาต้านเกล็ดเลือด อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ป่วยร้อยละ 22.35-38.76 ไม่สามารถประเมินความเหมาะสมได้เนื่องจากไม่มีบันทึกค่าการทำงานของไตในเวชระเบียน และกลุ่มตัวอย่างจำนวน 30 ราย มีการเปลี่ยนชนิดยาเหมาะสมคือเปลี่ยนจาก Warfarin เป็น NOAcs เมื่อ INR ≤ 2.00 หรือการเปลี่ยนระหว่าง NOACs ตามข้อบ่งชี้ทางคลินิก ร้อยละ 93.33


สรุป: การใช้ NOACs ส่วนใหญ่สอดคล้องกับข้อบ่งใช้มาตรฐาน แต่ยังพบความคลาดเคลื่อนในการปรับลดขนาดยาในกลุ่มยา Apixaban และข้อจำกัดในการตรวจติดตามค่าการทำงานของไต จึงควรพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกและเพิ่มบทบาทเภสัชกรเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ยา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
กมลสัมฤทธิ์ผล ว. การทบทวนความเหมาะสมของการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานกลุ่มใหม่ ในผู้ป่วยนอก ณ โรงพยาบาลพระปกเกล้า. TFDJ [อินเทอร์เน็ต]. 14 สิงหาคม 2026 [อ้างถึง 15 สิงหาคม 2026];33(2):91-101. available at: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/article/view/290894
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

1.สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย, คณะอนุกรรมการจัดทำแนวทางการดูแลรักษาภาวะเลือดออกในผู้ป่วยที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานที่ออกฤทธิ์ยับยั้งปัจจัยการแข็งตัวของเลือดโดยตรง. แนวทางเวชปฏิบัติสำหรับการดูแลรักษาภาวะเลือดออกในผู้ป่วยที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานที่ออกฤทธิ์ยับยั้งปัจจัยการแข็งตัวของเลือดโดยตรง. กรุงเทพฯ: สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย; 2565.

2.ชิดชนก พัวพันสวัสดิ์, ธนพร สุวรรณวัชรกูล. การใช้ยา Non-vitamin K antagonist oral anticoagulants (NOACs) ในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองจากลิ่มเลือดอุดตันในผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 30 ต.ค. 2567] เข้าถึงได้จาก:https://ccpe.pharmacycouncil.org/ index.php?option=article_detail&subpage=article_detail&id=391

3.ชาริณี มีอาษา, ไชยสิทธิ์ วงศ์วิภาพร, ชญานิศ น่าชม, สุปราณี สิงหพีระกุล, ผันสุ ชุมสรฐายี, วีรวรรณ อุชายภิชาติ. การทบทวนรูปแบบและความเหมาะสมของขนาดยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานกลุ่มใหม่ในผู้ป่วยนอก ณ โรงพยาบาลศรีนครินทร์. ศรีนครินทร์เวชสาร [อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 2 พ.ย.2567]; 33(sup):114-124. เข้าถึงได้จาก: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/SRIMEDJ/article/view/137106/102094

4.วิมล ตันสกุล. การทบทวนความเหมาะสมของการใช้ dabigatran ในผู้ป่วยนอก ณ โรงพยาบาลหาดใหญ่. เภสัชกรรมคลินิก 2566;29(1):25-37.

5.วิพัชร พันธวิมล. วิธีใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดกลุ่มใหม่ในผู้ป่วยโรคหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว. วารสารกรมการแพทย์ [อินเทอร์เน็ต]. 2562 [เข้าถึงเมื่อ 30 ต.ค. 2567]; 44(5):16.-22. เข้าถึงได้จาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/JDMS/article/view/246637/167670

6.Sureeyathanaphat P, Teerawongsakul P, Ananwattanasuk T. Appropriate use of anticoagulants among nonvalvular atrial fibrillation patients at a university hospital in thailand. Vajira Med J [Internet]. 2024 [cited 2024 Nov 9]; 68(1): e266163. Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/VMED/article/view/266163/182610

7.Garcia Rodriquez LA, Martin-Perez M, Vora P, et al. Appropriateness of initial dose of non-vitamin K antagonist oral anticoagulants in patients with non-valvular atrial fibrillation in the UK. BMJ Open [Internet]. 2019 [cited 2024 Nov 11]; 9(9):e031341. Available from: https://bmjopen.bmj.com/content/9/9/e031341

8.Silva Pinto S, Ribeiro J, Sousa P, et al. Appropriateness of prescribing profiles and intake adherence to non-vitamin K antagonist oral anticoagulants in patients with atrial fibrillation: analysis of a retrospective longitudinal study using real-world data from Northern Portugal (AF-React study). BMJ Open [Internet]. 2024 [cited 2024 Oct 31]; 14:e076108.doi:10.1136/bmjopen -2023-076108. Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38688672/ doi: 10.1136/bmjopen-2023-076108. PMID: 38688672; PMCID: PMC11086444

9.พิชญ์ธินันท์ จิรัชยโชติ. ความชุกของการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดใหม่ในขณะที่แตกต่างจากขนาดยามาตรฐานในคนไทย [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต]. [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2563. [เข้าถึงเมื่อ 31 ต.ค. 2567] เข้าถึงได้จาก: https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/3638

10.Cochran WG. Sampling techniques. 3rd ed. New York: John Wiley & Sons; 1977.

11.Steffel J, Collin R, Antz M, Cornu P, Desteghe L, et al. The 2021 European heart Rhythm Association practice guide on the use of non-vitamin K antagonist oral Anticoagulants in patients with atrial fibrillation. EP Europace [Internet]. 2021 [cited 2024 Nov 11]; 23(10):1612-76. Available from: https://academic.oup.com/europace/article/23/10/1612/6247378

12.สมบูรณ์ จิรภัทรธำรง. การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดรูปแบบรับประทานเพื่อป้องกันภาวะ Embolic Stoke และ Systemic Embolism ในภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด Atrial Fibrillation. วชิรเวชศาสตร์และวารสารเวชศาสตร์เขตเมือง 2561;62(Sup): S64-74.

13.Meschia JF, Bushnell C, Boden-albala B, Braun LT, Bravata DM, Chaturvedi S, et al. Guidelines for the primary prevention of stroke: a statement for healthcare professionals from the American Heart association/American Stroke Association. Stroke [Internet]. 2014 [cited 2024 Nov 18]; 45(12):3754-832. Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/25355838/

14.Janssen Pharmaceuticals, Inc. XareltoⓇ (rivaroxaban) tablets [package insert].Titusville (NJ): Janssen Pharmaceutical, Inc; [Internet] 2021. [cited 2024 Nov 18]. Available from: https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2021/215859s000lbl.pdf

15.Bristol-Myers Squibb Company. EliquisⓇ (apixaban) tablets [package insert]. Princeton(NJ):Bristol-Myers Squibb Company; [Internet] 2012 [cited 2024 Nov 18]. Available from: https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2012/202155s000lbl.pdf doi: 10.1161/STR.0000000000000046. Epub. PMID: 25355838; PMCID: PMC5020564

16.กันต์ศักดิ์ บุญภัทรฐิติ, มัณฑนา วิจิตขะจี, ธีรพล ทิพย์พะยอม, ปัทมวรรณ โกสุมา. ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยาต้านการแข็งตัวของเลือดชนิดรับประทานกลุ่มใหม่ในการรักษาภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่หลอดเลือดดำ. วารสารเภสัชกรรมโรงพยาบาล 2564;31(2):196-207.

17.Boehringer Ingelheim Pharmaceuticals, Inc. PradaxaⓇ (dabigatran etexilate mesylate) capsules [package insert]. Ridgefield (CT): Boehringer Ingelheim Pharmaceuticals [Internet] 2015 [cited 2024 Nov 18]. Available from: https://www.accessdata.fda.gov/drugsatfda_docs/label/2011/022512s007lbl.pdf

18.Yao X, Sangaralingham LR, Gersh BJ, Shah ND, Noseworthy PA. Non-vitamin K antagonist oral anticoagulant dosing in patients with atrial fibrillation and renal dysfunction. JACC [Internet]. 2017 [cited 2025 Jan 4 ]; 69(23)2779-90. Available from: https://www.jacc.org/doi/epdf/10.1016/j.jacc.2017.03.600

19.Caso V, de Groot JR, Sanmartin Fernandez M, Segura T, Blomstrom-Lundqvist C, Hargroves D, Williams H, Worsley A. Outcomes and drivers of inappropriate dosing of non-vitamin K antagonist oral anticoagulants (NOACs) in patients with atrial fibrillation: a systematic review and meta-analysis. Heart [Internet]. 2023 [cited 2024 Nov 11]; 109(3):178-87. Available from: https://heart.bmj.com/content/heartjnl/109/3/178.full.pdf

20.จันทร์พร ก้องวัชรพงศ์. แนวทางการเปลี่ยนชนิดยาต้านการแข็งตัวของเลือด. Thai Bull Pharm Sci 2019;14(1):95-110.

21.Morgan L and Gettings M. Guidance on converting between anticoagulants [Internet]. 2024 [cited 2024 Nov 24]. Available from: https://www.gloshospitals.nhs.uk/media/documents/Guidance_on_converting_between_anticoagulant_regimens.pdf