การติดตามและประเมินผลความสำเร็จจากรูปแบบการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารระดับเศรษฐกิจฐานราก จังหวัดสุราษฎร์ธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
ความสำคัญ: การส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารระดับเศรษฐกิจฐานรากผ่านกระบวนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนและการยกระดับผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานทางกฎหมาย แม้รูปแบบการดำเนินงานในจังหวัดสุราษฎร์ธานีจะได้รับการยอมรับว่าประสบความสำเร็จ และช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับรางวัล อย. ควอลิตี้ อวอร์ด แต่การประเมินผลเชิงระบบเกี่ยวกับข้อจำกัดและผลกระทบของการนำรูปแบบดังกล่าวไปประยุกต์ใช้นอกพื้นที่ขยายผลยังคงมีจำกัด
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาปัญหา ข้อจำกัด และรูปแบบการพัฒนาเครือข่าย ตลอดจนติดตามประเมินผลความสำเร็จและเปรียบเทียบประสิทธิผลของรูปแบบการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารระดับเศรษฐกิจฐานราก ระหว่างกลุ่มในพื้นที่และนอกเขตพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
วิธีวิจัย: การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ช่วงเดือนมกราคม–มีนาคม พ.ศ. 2569 โดยประยุกต์ใช้แบบจำลองซิปป์ (CIPP Model) ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ บริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลผลิต เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีผสานวิธี (mixed methods) ช่วงเดือนมกราคม–มีนาคม พ.ศ. 2569 กลุ่มตัวอย่างเชิงคุณภาพคัดเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ภาครัฐ จำนวน 27 คน เครื่องมือคือแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณคือ ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารระดับเศรษฐกิจฐานราก จำนวน 185 คน แบ่งเป็นกลุ่มในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 113 คน และกลุ่มนอกพื้นที่ 72 คน ใช้แบบสอบถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 73 ข้อ มีค่าความเที่ยงตรง (IOC) เท่ากับ 0.98 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.92 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา การวิเคราะห์เนื้อหา และสถิติเปรียบเทียบ Independent Samples t-test กำหนดค่าระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการศึกษา: ผลการวิเคราะห์เชิงคุณภาพพบว่า ปัญหาและข้อจำกัดของการนำโมเดลการส่งเสริมสำหรับในพื้นที่และนอกพื้นที่มีลักษณะปัญหาที่ความคล้ายคลึงกัน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ (1) ข้อจำกัดด้านสภาพคล่องทางการเงิน (2) โครงสร้างการจัดการเครือข่ายที่ขาดความชัดเจนเนื่องจากพึ่งพาระบบเครือญาติ (3) ปัญหาการตลาดออนไลน์และการกระจายสินค้าที่ยังจำกัดอยู่ในตลาดดั้งเดิม และ (4) ช่องว่างและทักษะทางเทคโนโลยีที่ไม่เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ รูปแบบการสร้างศักยภาพในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนต้องครอบคลุม 5 มิติหลัก คือ
ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิต ด้านเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ ด้านทรัพยากรธรรมชาติผ่านการวางแผนจัดเก็บข้อมูลและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ด้านจิตใจ และสังคมที่มีส่วนร่วมโปร่งใส สำหรับผลการประเมินความสำเร็จตามกรอบแบบจำลองซิปป์ในภาพรวมพบว่า ผลการดำเนินงานอยู่ในระดับมากในทุกด้าน อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่ม ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีคะแนนเฉลี่ยผลการดำเนินงานสูงกว่ากลุ่มนอกพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในทุกด้าน ได้แก่ ด้านบริบท (เฉลี่ย = 3.88 และ 3.53, p = 0.00) ด้านปัจจัยนำเข้า (เฉลี่ย = 3.88 และ 3.43, p = 0.00) ด้านกระบวนการ (เฉลี่ย = 3.85 และ 3.54, p = 0.00) และด้านผลผลิต (เฉลี่ย = 3.86 และ 3.62, p = 0.00) ตามลำดับ โดยเฉพาะด้านความรู้ความสามารถของบุคลากรกลุ่มในพื้นที่อยู่ในระดับมาก (เฉลี่ย = 4.14) ขณะที่กลุ่มนอกพื้นที่อยู่ในระดับปานกลาง (เฉลี่ย = 3.36)
สรุป: รูปแบบการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายฯ ประสบความสำเร็จในระดับมาก โดยกลุ่มในพื้นที่ประสบความสำเร็จสูงกว่าเนื่องจากมีความได้เปรียบในการเข้าถึงกลไกเครือข่ายและการประสานงานร่วมกับระบบพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่สุดคือการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านกฎหมายอาหาร มาตรฐานการผลิต และการจัดทำฉลากอาหารฉลากโภชนาการที่ถูกต้อง ซึ่งนำไปสู่การปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายอาหารและสร้างความปลอดภัยให้ผู้บริโภค ดังนั้น ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายคือควรจัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจให้คำปรึกษาและจัดให้มีระบบพี่เลี้ยงเชิงพื้นที่เพื่อความยั่งยืนในการขยายผล
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
1.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน. เศรษฐกิจฐานราก [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน; 2563 [เข้าถึงเมื่อ 15 ม.ค. 2569]. เข้าถึงได้จาก: https://web.codi.or.th/development_project/20201125-20029/
2.กระทรวงสาธารณสุข. พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522. ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 96 [ตอนที่ 79 ฉบับพิเศษ] (13 พฤษภาคม 2522).
3.Royal Thai Embassy, Washington, D.C. Bio-circular-green economic model (BCG) [Internet]. D.C.: Royal Thai Embassy Washington, DC. 2023 [cited 2023 Sep 15]. Available from: https://washingtondc.thaiembassy.org/en/page/bio-circular-green-economic-mode-bcg?menu=641d7fac4f13e1579a67e3b4
4.ชมพูนุท เสียงแจ้ว. การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์อาหารระดับเศรษฐกิจฐานราก จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารอาหารและยา [อินเทอร์เน็ต]. 2024 [เข้าถึงเมื่อ 15 ม.ค. 2569]; 31(2):64-79. เข้าถึงได้จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/fdajournal/article/ view/273124
5.สุพรรณี ไชยอำพร. การติดตามประเมินผลการบูรณาการเครือข่ายเพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชน. JSDMS [Internet]. 2015 [เข้าถึงเมื่อ 2 พ.ย. 2568]; 17(2):69-86. เข้าถึงได้จาก: https://so04.tci-thaijo.org/index.php/ jsd/article/view/41274
6.พรเพ็ญ ศรีสุชล. การประเมินผลการดำเนินงานโครงการชมรมคุ้มครองผู้บริโภค (อย.น้อย) ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้ CIPP Model. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 2560;5:41-46.
7.ผดุงศิษฏ์ ชำนาญบริรักษ์, ลดาวัยล์ เลนทำมี, กิตติศักดิ์ ไกรจันทร์, สาคร อินโท่โล่, วิภา วิเสโส. การประเมินผลโครงการพัฒนาเครือข่ายพยาบาลชุมชนในการขับเคลื่อนอำเภอจัดการสุขภาพของเขตสุขภาพที่ 7. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมื่อ 19 ม.ค. 2569]; 28(3):16-26. เข้าถึงได้จาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Nubuu/article/view/246062
8.Stufflebeam DL, Coryn CLS. Evaluation: theory, models and applications. 2nd ed. San Francisco: Jossey-Bass; 2014.
9.วินิจ เทือกทอง. การวัดความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา. วารสารครุปริทัศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา 2555;7(1):16-20.
10.บุญเรียง ขจรศิลป์. สถิติวิจัย I. กรุงเทพฯ: พีเอ็น; 2545.
11.Yan T, Yang S, Dooley K. A theory of supplier network-based innovation value. J Purch Supply Manag [Internet]. 2017 [cited 2026 Jan 15]; 23(3):153-162. Available from: https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S1478409217300237