ระบบบริการสุขภาพตนเองในหมู่บ้าน
Main Article Content
บทคัดย่อ
ความสำคัญ: ระบบบริการสุขภาพของภาครัฐในประเทศไทยมีความซับซ้อน ทำให้การเข้าถึงบริการของ
ประชาชนยังไม่ทั่วถึง ดังนั้นระบบบริการสุขภาพตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาภาครัฐ โดยอาศัยการมีส่วนร่วม
ของคนในชุมชน กลมกลืนกับบริบทของชุมชน สามารถเป็นต้นแบบระบบบริการสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชน
เข้าถึงบริการอย่างทั่วถึงได้
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาระดับความสามารถของชุมชนในการจัดการสุขภาพตนเองและสร้างรูปแบบ
การบริการสุขภาพตนเองในหมู่บ้าน กลมกลืนกับ บริบท วัฒนธรรม ชาติพันธุ์ของชุมชน
วิธีการวิจัย: เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม ณ บ้านเมืองแพม ตำบลถํ้าลอด อำเภอปางมะผ้า
จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีผู้ร่วมในงานวิจัย ได้แก่ ผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและ
ประชาชนทั่วไป ทำการศึกษาระหว่างเดือน ตุลาคม 2567 ถึงเดือน มีนาคม พ.ศ. 2568 เครื่องมือที่ใช้
ได้แก่ แบบประเมินความรู้เกี่ยวกับการใช้ยารักษาตนเอง แบบประเมินการปฏิบัติตัวในการใช้ยารักษาตนเอง
แบบประเมินความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลสำหรับประชาชนไทย และเครื่องมือที่ได้พัฒนาขึ้นมา
ได้แก่ แบบประเมินแบบประเมินความสามารถของชุมในระบบบริการสุขภาพตนเองในหมู่บ้าน แบบประเมิน
ความรู้การตรวจรักษา โรคไข้หวัด คออักเสบ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันและแผลทั่วไป และแบบประเมิน
ทักษะการตรวจรักษา โรคไข้หวัด คออักเสบ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันและแผลทั่วไป ได้มีการวิเคราะห์
ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษา: การคึกษามีการแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนได้แก่
1. ขั้นการศึกษาบริบท พบว่าหมู่บ้านเมืองแพมเป็นชุมชนชาว ปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) ประชาชน
ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม มีประเพณี วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติพันธุ์ มีการเข้ารับบริการ
จากสถานบริการสาธารณสุขด้วยโรคของระบบหายใจและโรคเรื้อรังต่าง ๆ เป็นต้น
2. ขั้นกำหนดปัญหา มีการชี้แจงเกี่ยวกับงานวิจัย นำเสนอข้อมูลสุขภาพ มีสนทนากลุ่มเพื่อออกแบบ
ระบบบริการสุขภาพโดยใช้หลัก Dialogue และประเมินความรู้เกี่ยวกับการใช้ยารักษาตนเองและการปฏิบัติ
เกี่ยวกับการใช้ยารักษาตนเองเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการประเมินความสามารถด้านบุคคลากร พบว่า
มีคะแนน ระดับปานกลางคือร้อยละ 51.70 และร้อยละ 83.10 ตามลำดับ
3. ขั้นการวางแผนปฏิบัติงานวิจัย เพื่อประเมินความสามารถด้านบุคลากรเพิ่มเติม จึงได้ประเมิน
ความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลของประชาชน พบว่ามีระดับปานกลาง (ร้อยละ 44.70) และ
ประเมินความสามารถของชุมชนด้านการจัดระบบบริการสุขภาพตนเองในหมู่บ้าน ได้คะแนน 16 คะแนน
(ผ่านเกณฑ์ประเมิน) และมีรายการเทียบเคียงกับการตรวจประเมินตามเกณฑ์คุณภาพและมาตรฐานในการ
ให้บริการสุขภาพปฐมภูมิพบว่า สามารถเทียบเคียงได้หลายหัวข้อที่ประเมิน
4. ขั้นการติดตามตรวจสอบและปรับปรุง ประเมินความรู้และทักษะการตรวจรักษาโรคของ
อาสาสมัครพบว่า มีความรู้อยู่ในระดับปานกลาง (ร้อยละ 56.50) และมีทักษะอยู่ในระดับสูง (ร้อยละ 100)
5. ขั้นการสรุปผลการวิจัย หมู่บ้านสามารถจัดระบบบริการสุขภาพตนเองได้ และควรมีกิจกรรม
เพิ่มเติมเช่น การส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน การใช้ Telemedicine เป็นต้น ซึ่งผู้วิจัยมีการปรับแผนการปฏิบัติงาน
ตามวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านจนสามารถดำเนินการจนสำเร็จ
สรุป: หมู่บ้านเมืองแพม ผ่านเกณฑ์ประเมินความสามารถของชุมชนในการจัดระบบบริการสุขภาพตนเอง
ในหมู่บ้าน โดยมีรูปแบบบริการดังนี้
ด้านการบริหารจัดการ มีคณะกรรมการ มีการกำหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบ มีบัญชียา มีจุดบริการ
มีการบันทึกข้อมูลการรักษา มีอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็น มีแนวทางการตรวจ ดูแล รักษาโรค ส่วน
ด้านบุคลากร มีแพทย์และเภสัชกรให้คำปรึกษา ประชาชนมีความรอบรู้ในการใช้ยาสมเหตุผล
มีอาสาสมัครให้บริการ และ
ด้านการจัดบริการ มีการตรวจ ดูแล รักษาโรคเบื้องต้น โรคไข้หวัด คออักเสบ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน
และแผลทั่วไป มีการตรวจวัดความดันโลหิต และให้บริการการคุมกำเนิด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
1.10 ตัวชี้วัด สุขภาพคนไทย [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 23 ส.ค. 2567]. เข้าถึงได้จาก: https://hss.moph.go.th/fileupload_doc_slider/2016-12-08--465.pdf
2.จังหวัดแม่ฮ่องสอน. อำเภอปางมะผ้า [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 5 เม.ย 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.maehongson.go.th/new/pang-mapha/
3.วิกิชุมชน. บ้านเมืองแพม [อินเทอร์เนต]. [เข้าถึงเมื่อ 23 ก.พ. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://wikicommunity.sac.or.th/community/1924
4.MGR Online. ขึ้นดอยเที่ยว “หมู่บ้านเมืองแพม” สัมผัสชีวิตดั้งเดิมชาวปกาเกอะญอ ชม “ถ้ำยาว” หินงอกหินย้อยสมบูรณ์ [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 16 มี.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://mgronline.com/travel/detail/9590000051255
5.เพชรน้อย สิงห์ช่างชัย. การวิจัยทางการพยาบาล. สงขลา: สำนักพิมพ์อัลลายด์ เพรส; 2535. หน้า 155.
6.ปริญดา ไอศูรย์พิศาลกุล, ฉัตรวดี กฤษณพันธุ์. การสำรวจความรู้ด้านยาและการปฏิบัติตัวในการใช้ยารักษาตนเองของนิสิตชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน 2557; 10(1): 42-55.
7.ตวงรัตน์ โพธะ, กุสาวดี เมลืองนนท์, เพ็ญกาญจน์ กาญจนรัตน์, สมหญิง พุ่มทอง. แบบประเมินความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลสำหรับประชาชนไทย (Rational Drug Use Literacy tool: RDUL) และการแปลคะแนน. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2565.
8.David Bohm. Dialogue. ใน: โสฬส สิริไสย์, ผู้เรียบเรียง. วิธีการสนทนาแบบมนุษย์สัมผัสมนุษย์และวิธีการเปลี่ยนความคิดด้วยการฟังอย่างลึกซึ้ง. พิมพ์ครั้งที่ 1: กรุงเทพฯ: สำนักงานทรานส์ทีม; 2548.
9.สำนักสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ. คู่มือคุณภาพมาตรฐานบริการสุขภาพปฐมภูมิ พ.ศ. 2566. 2566; 94 หน้า
10.พิชญาพร พีรพันธุ์, ประสพชัย พสุนนท์. ปัจจัยที่ส่งผลต่อแนวทางการบริการสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับประชาชนภายใต้บริบทโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแห่งหนึ่ง อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์: การวิจัยผสานวิธี. วารสารการจัดการและการพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 2564;8(1):123-35.
11.กัลยกร ศิรประภาพงศ์, ปานศิริ รื่นแจ่ม, อนุพงษ์ กันธิวงค์. ความรู้ในการใช้ยารักษาตนเองของนักเรียนสายการเรียนวิทยาศาสตร์ที่มาร่วมงานเปิดรัวโรงเรียนแพทย์ของวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า. เวชสารแพทย์ทหารบก 2564;74(4):269-75.
12.อุดมลักษณ์ อุสาหะ. พฤติกรรมการใช้ยาสามัญประจำบ้านของประชาชน อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี. วิทยานิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา; 2559.
13.ศุทธินี วัฒนกูล, ศศิธร ชิดนายี, พิเชษฐ์ แซ่โซว, ดำริห์ ทริยะ, ศิวิไล ปันวารินทร์, แพรฤดี นิธิรัตน.ความรอบรู้ด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผลของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อุตรดิตถ์ 2563;12(2):72-2.
14.สุพัตรา ยอดสุรางค์. แนวคิดว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาชุมชน. วารสารวิจัยและพัฒนาวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2562;14(1): 122-32.
15.Pender, N.J. Health Promotion in nursing practice. (2nded.). New York: Appleton & Lange; 1987.
16.นิภาพร พอใจ. กระบวนการมีส่วนร่วมในบทบาทนักจัดการสุขภาพของผู้นำชุมชนตำบลสะเนียน อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน; 12 หน้า
17.เบญจมาศ ถาดแสง, พีรนุช ลาเซอร์. ผลของการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนากิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพต่อความรู้และพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน: กรณีศึกษาตำบลตลาดขวัญ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ 2564;27(1):64-75.
18.กัมพล เพ็ชรล้อมทอง, สุรภา เอมสกุล, ธนัสถา โรจนตระกูล. กระบวนการสร้างชุมชนเข็มแข็งอย่างยั่งยืนแบบพึ่งพาตน. วารสารร้อยแก่นสาร 2564;6(12):354-68.
19.ชุติมา สุดจรรยา. ล่ามกับการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม. วารสารวิพิธพัฒนศิลป์ บัณฑิตศึกษา 2566;3(3):67-87.