ความสัมพันธ์ระหว่างการปนเปื้อนของอะฟลาท็อกซิน บี1 และจุลินทรีย์ ในพริกแกงพื้นบ้านจากตลาดสดในจังหวัดนนทบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
ความสำคัญ: พริกแกงเป็นส่วนผสมของการรวมวัตถุดิบทางธรรมชาติ เช่น พริก และพืชสมุนไพรต่าง ๆ
เข้าด้วยกันโดยโขลกบดให้อยู่ในรูปแบบนํ้าพริก ที่มีความนิยมในการนำไปประกอบอาหารอย่างกว้างขวาง
ซึ่งผลิตภัณฑ์พริกแกงมีการจัดจำหน่ายโดยทั่วไปทั้งในร้านสะดวกซื้อและแผงลอยในตลาด ผลิตภัณฑ์
ดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารพิษอะฟลาท็อกซิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารพิษจากเชื้อรา Aspergillus spp. ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งตับในระยะยาว ตลอดจนจุลินทรีย์ก่อโรคชนิดอื่น ๆ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้สารอะฟลาท็อกซินเป็นสารก่อมะเร็งที่ร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่ง กระทรวงสาธารณสุขไทยได้ออกประกาศ กำหนดให้มาตรฐานอาหารมีสารปนเปื้อนอะฟลาท็อกซินไม่เกิน 20 ug/kg การควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของพริกแกงจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองผู้บริโภค
วัตถุประสงค์: เพื่อตรวจคัดกรองการปนเปื้อนสารอะฟลาท็อกซิน บี1 และเชื้อจุลินทรีย์ ตลอดจนศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการตรวจพบสารอะฟลาท็อกซิน บี1 และเชื้อ Aspergillus spp. เชื้อยีสต์ และแบคทีเรียในตัวอย่างพริกแกง
วิธีการวิจัย: เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาภาคสนาม (descriptive field study) ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เก็บตัวอย่างพริกแกงโดยสุ่มตามความสะดวก (convenience sampling) ตัวอย่างละ 100 g
จำนวน 32 ตัวอย่าง จากตลาดสดถนนเรวดี อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี จากร้านค้าทั้งหมด 11 ร้าน เลือกเก็บตัวอย่างนํ้าพริกแกงมัสมั่น แกงส้ม แกงส้มใต้ แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด แกงเผ็ดใต้ และแกงพะแนง
จากนั้น การตรวจคัดกรองอะฟลาท็อกซิน บี1 ใช้ชุดทดสอบแบบรวดเร็ว (Aflatoxin B1-precise rapid test) ซึ่งมีค่าขีดจำกัดการวัด (Limit of Detection: LOD) ที่ 5 μg/kg และทดสอบการปนเปื้อนของจุลินทรีย์
(ได้แก่ เชื้อรา Aspergillus spp. เชื้อยีสต์ และเชื้อแบคทีเรีย) โดยการเพาะเชื้อจุลินทรีย์บนอาหารเลี้ยงเชื้อที่เหมาะสม ข้อมูลที่ได้ถูกวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาเพื่อหาค่าร้อยละการปนเปื้อน และใช้ Fisher’s
exact test ในการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร โดยกำหนดค่านัยสำคัญทางสถิติที่ p<0.05
ผลการศึกษา: จากการศึกษาตัวอย่างจากแผงค้าจำนวน 11 แผง พบตัวอย่างที่ปนเปื้อนสารอะฟลาท็อกซินและจุลินทรีย์ โดยตรวจพบการปนปื้อนสารอะฟลาท็กซินและกลุ่มแบคทีเรียไม่เข้ามาตรฐานร้อยละ 72.00
และ 81.00 ตามลำดับ เมื่อพิจารณาถึงชนิดของการปนเปื้อนของตัวอย่าง พบการปนเปื้อนของแบคทีเรียมากที่สุดร้อยละ 81.00 รองลงมาเป็นอะฟลาท็อกซิน เชื้อรา Aspergillus spp. และยีสต์ ร้อยละ 72.00, 50.00 และ 50.00 ตามลำดับ ประเภทของพริกแกง 3 ลำดับแรกที่พบการปนเปื้อนสารอะฟลาท็อกซินสูงสุด คือ พริกแกงส้มใต้และพริกแกงเผ็ด รองลงมาคือแกงส้ม และพริกมัสมั่น ร้อยละ 100.00, 80.00 และ 67.00 ตามลำดับ ส่วนการปนเปื้อนแบคทีเรียสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ พริกแกงส้มใต้และพริกแกงพะแนง รองลงมาคือพริกแกงเขียวหวาน และพริกแกงเผ็ด ร้อยละ 100.00, 88.00 และ 83.00 ตามลำดับ
ผลการทดสอบความสัมพันธ์พบว่า การปนเปื้อนสารพิษอะฟลาท็อกซิน บี1 มีความสัมพันธ์กับการพบปนเปื้อนของเชื้อรา Aspergillus spp. อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ p-value = 0.001 โดยตัวอย่างที่ปนเปื้อน
สารอะฟลาท็อกซิน บี1 ส่วนใหญ่ (จำนวน 16 จาก 23 ตัวอย่าง) พบการปนเปื้อนเชื้อรา Aspergillus spp. ร่วมด้วย แต่ไม่พบความสำคัญที่มีนัยสำคัญทางสถิติกับการปนเปื้อนของยีสต์ (p-value = 1.000) และ
แบคทีเรีย (p-value = 0.150)
สรุป: การศึกษานี้ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์พริกแกงในท้องตลาดมีความเสี่ยงสูงต่อการปนเปื้อนอะฟลาท็อกซิน บี1 และเชื้อรา Aspergillus spp. ซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ว่าการปนเปื้อนอะฟลาท็อกซินอาจมีต้นกำเนิดมาจากการเจริญเติบโตของเชื้อราในระหว่างกระบวนการผลิตหรือการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสมผลการวิจัยเน้นยํ้าถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเฝ้าระวังคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารอย่างต่อเนื่อง และการควบคุมกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นทางจนถึงผู้บริโภค ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายควรปรับปรุงสุขลักษณะในการจัดการวัตถุดิบและการจัดเก็บผลิตภัณฑ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสารพิษและเชื้อโรค
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
1.Panchot W, Pudprommarat C, Bulan D, Kumchoo S. The study of sensorial evaluation screening for novel Thai curry paste. In: Heuer K, Kerdpitak C, Mahalik NP, Barrett B, Nadda V, editors. Conference Proceeding 2019. International academic multidisciplinary research conference in Amsterdam. ICBTS 2019 Amsterdam; 2019 May 8-10; Amsterdam, Netherlands. PA, USA: ICBTS Center; 2019. p. 177-82.
2.Siripongvutikorn S, Pengseng N, Ayusuk S, Usawakesmanee W. Development of green curry paste marinade for white shrimp (Litopenaeus vannamei). Songklanakarin J Sci Technol [Internet]. 2008 [cited 23 Feb 2025]; 30(Suppl.1):35-40. Available from: https://www.researchgate.net/profile/Sunisa-Siripongvutikorn/publication/26517215_Development_of_green_curry_paste_marinade_for_white_shrimp_Litopenaeus_vannamei/links/09e41511305a504baa000000/Development-of-green-curry-paste-marinade-for-white-shrimp-Litopenaeus-vannamei.pdf
3.ณัฐฌา อังกินันทน์, วรเมธ ชาญพิพัฒนชัย, สุประวีณ์ นาคะสูนย์, มิญชญา สิริเลิศศักดิ์สกุล, ชญากาญจน์ โชติวิทยารัตน์, ชมสวรรค์ สาชลวิจารณุ และคณะ. การประเมินการปนเปื้อนสารอะฟลาท็อกซินในอาหารแห้งจากซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านของชำในเขตกรุงเทพมหานคร. วารสารวิชาการสาธารณสุข[อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 26 ก.พ. 2568]; 10(4):175-83. เข้าถึงได้จาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ajcph/article/download/270298/185210/1176986
4.Jirapanakorn S, Wongsuwanphon S, Jongcherdchootrakul K, Thitichai P, Yeesoonsang S, Jiraphongsa C. An investigation of food poisoning outbreak among meeting attendees in Pattaya City, Thailand, following post-pandemic kitchen reopening, August 2022. OSIR [Internet]. 2024 [cited 23 Feb 2025];17(2):70-7.
5.Mungamuri SK, Mavuduru VA. Role of epigenetic alterations in aflatoxin-induced hepatocellular carcinoma. Liver Cancer Int [Internet]. 2020 [cited 23 Feb 2025]; 1(2):41-50. Available from: https://onlinelibrary.wiley.com/doi/full/10.1002/lci2.20
6.ศศิธร ฐิติเพชรกุล, กนกพรรณ สมยูรทรัพย์, ก่อเกียรติ ศาสตรินทร์, ประภาศรี บุณยประภาพันธ์, นันทวรรณ เมฆา. การปนเปื้อนเชื้อราและอะฟลาทอกซินในผลิตภัณฑ์ถั่วพร้อมบริโภค. วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ [อินเทอร์เน็ต]. 2015 [เข้าถึงเมื่อ 21 ก.พ. 2568]; 57(SUB2):244-253. เข้าถึงได้จาก: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/dmsc/article/view/241931
7.สถาบันอาหาร กระทรวงสาธารณสุข. อะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 22 ก.พ. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://fic.nfi.or.th/foodsafety/upload/damage/pdf/aflatoxin-2.pdf
8.กระทรวงสาธารณสุข. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 414 พ.ศ. 2563 เรื่อง มาตรฐานอาหารที่มีสารปนเปื้อน. ราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษ เล่มที่ 137, ตอนที่ 118 (ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2563).
9.รังษีนพดล โถทอง, ปัทมา พลอยสว่าง, โสภิตตรา สมหารวงค์, วนิดา ศิริหล้า, ศุลีพร แสงกระจ่าง. การปนเปื้อนอะฟลาทอกซินบนเขียงไม้ในตลาดสดเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วารสารโรคมะเร็ง[อินเทอร์เน็ต]. 2561 [เข้าถึงเมื่อ 22 ก.พ. 2568]; 38(2):57-65. เข้าถึงได้จาก: https://he01.tci-thaijo.org/index.php/TCJ/article/view/242939
10.วรรษมน วัฑฒนายน, กิติยา ถาวโรฤทธิ์, วิจิตรา เฉิดฉิ้ม, มาดีนา น้อยทับทิม. ระยะเวลาการให้ความร้อนและอุณหภูมิในการเก็บต่อคุณภาพและการยืดอายุการเก็บรักษา พริกแกงกอและ. วารสารเทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยสยาม [อินเทอร์เน็ต]. 2566 [เข้าถึงเมื่อ 22 ก.พ. 2568]; 18(2):70-82. เข้าถึงได้จาก: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/JFTSU/article/view/259891
11.Nor Khaizura M Ab-Rashid, Pratama AB, Chorng PK, Mohamad A, Azman EM, Adzahan NM. Chilli paste processing using high-pressure and conventional approaches. Canrea J.: Food Technol. Nutr. Culin. J [Internet]. 2025 [cited 22 Feb 2025]; 8(1):184-200. Available from: https://agritech.unhas.ac.id/ojs/index.php/canrea/article/view/1279
12.ณัฐพัชร์ อภิวัฒน์ไพศาล. การศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและ ผลตอบแทนผลิตภัณฑ์พริกแกงในกิจการขนาดเล็ก. วารสารศิลปศาสตร์และวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 22 ก.พ. 2568]; 9(2):81-97. เข้าถึงได้จาก: https://so14.tci-thaijo.org/index.php/jlams/article/view/257
13.Ruengsitagoon W, Promdee T, Pearruksa P. Determination of aflatoxin B1, B2, G1 and G2 in chilli paste by high performance liquid chromatography. KKU Research Journal [Internet]. 2005 [cited 22 Feb 2025]; 3:242-9. Available from: https://so01.tci-thaijo.org/index.php/APST/article/view/84035
14.Thanaboripat D, Petcharawan O, Sukonthamut S. Aflatoxin contamination of chilli powder in canteens of King Mongkut’s Institute of Technology Ladkrabang, Bangkok, Thailand. Curr. Appl. Sci. Technol [Internet]. 2016 [cited 23 Feb 2025]; 16(1):11-7. Available from: https://li01.tci-thaijo.org/index.php/cast/article/view/130041
15.Sein TT, Mongmonsin U, Chatchawal P, Wongwattanakul M, Srichaiyapol O, Pattanakul R, et al. Detection of aflatoxin B1 in chili powder using attenuated total reflectance-fourier transform infrared spectroscopy. J. Food Drug Anal [Internet]. 2024 [cited 24 Feb 2025]; 32:184-93. Available from: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38934688/
16.สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม. มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน น้ำพริกแกง (มผช.129/2546) (ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2566) [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 3 พ.ค. 2568] เข้าถึงได้จาก: https://fic.nfi.or.th/law/upload/file1/TH_1108.pdf
17.Lasram S, Hajri H, Hamdi Z. Aflatoxins and ochratoxin a in red chili (capsicum) powder from Tunisia: co-occurrence and fungal associated microbiota. J. Food Qual. Hazards Control [Internet]. 2022 [cited 24 Feb 2025]; 9:32-42. Available from: https://jfqhc.ssu.ac.ir/article-1-965-en.pdf
18.Sapabguy C, Yasurin P. Natural antibacterial activity of Thai red curry paste in coconut milk based curry; Kang-Kati, model on Salmonella sp. and Listeria monocytogenes. Walailak J. Sci. & Tech [Internet]. 2014 [cited 23 Feb 2025]; 12(5):473-80. Available from: https://wjst.wu.ac.th/index.php/wjst/article/view/749
19.Rattanakom S, Yasurin P. Natural antibacterial activity of Thai curry paste in Thai Red Curry-Water Base (Kang-Pa) model on Salmonella enterica 4, 5, 12: i: - (human) and Salmonella enteric Enteritidis (human). Asia Pac J Sci Technol [Internet]. 2017 [cited 23 Feb 2025]; 18(4):559-66. Available from: https://so01.tci-thaijo.org/index.php/APST/article/view/82889
20.รวิวรรณ พรหมเจริญ, ประเวทย์ ตุ้ยเต็มวงศ์, ฆรณี ตุ้ยเต็มวงศ์,สุรางค์ สุธิราวุธ. ผลของปัจจัยภายในต่อการสร้างสารพิษของ Bacillus cereus ในน้ำพริก. ใน: การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 41; 3-7 ก.พ. 2546; กรุงเทพฯ. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2546. หน้า 221-9.